MY Travel World

MY Travel World แบกเป้ สะพายกล้องแล้วไปเที่ยวกัน !

เอ๋….. หลายคนอาจจะสงสัยถ้าเข้ามาตรงนี้มันต่างอย่างไงกับในส่วนของหน้า MY Travel Story จะขออธิบายตามนี้นะครับ ซึ่งแรก ๆ ผมเริ่มเขียนเรื่องราวการเดินทางที่ได้ไปมา ลงในห้อง Blueplanet ของ Pantip ตอนหลังมี Web เป็นของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปในงานอนิเมะโมเดล และของสะสม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังไม่ลืมคือการเขียนประสบการณ์การท่องเที่ยว ( จริง ๆ ชอบเขียนเรื่องท่องเที่ยวมากกว่านะ ^^ )

ซึ่งตอนแรกที่เขียนจะเขียนเป็นเรื่องราวรีวิวทริปที่เดินทาง มั่วมั้ง หลงมั้ง ก็ตามประสาแบกเป้ไปเองไม่ได้ไปกับทัวร์ ก็เขียนเป็นเรื่อง ๆ ไปในหน้า MY Travel Story ต่อมามีคนทักว่า บางทริปที่ผมไปมันไปหลายที่ อยากเห็นรูปในที่นั้น ๆ เยอะกว่าตอนที่เขียนรีวิวเป็นทริป อยากให้เจาะสถานที่ท่องเที่ยวนั้นลงไปเลย ผมก็เลยมาเขียนในส่วนของหน้า MY Travel World ขึ้นอีกหน้านึง การเขียนในหน้านี้ผมจะแยกออกเป็นสถานที่เลย ว่าแต่ละสถานที่เป็นอย่างไร แบบภาพจัดเต็ม ( ภาพก็ไม่ได้สวยเท่าไหร่ ^^! แต่ก็อยากนำเสนอ ) ไว้ให้อ่านกันเพื่อคนที่อ่านจะสนใจเป็นบางที่แล้วไป Applied ใช้กับทริปของตัวท่านผู้อ่านเอง

ผมก็หวังว่าการเขียนเรื่องเล่าประสบการณ์ไปเที่ยวนั้นจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่มาอ่านหาข้อมูลในการที่จะไปท่องเที่ยวยังสถานที่ผมเคยไปมาแล้ว

ส่วนใครที่อยากอ่านแบบทริปท่องเที่ยวแบบเป็นเรื่องราวทั้งทริปแบบ Non Stop ไปตามอ่านกันได้ที่นี้

>> http://mydesign-club.net/my-travel/ <<

ต้องการดูภาพโรงแรมที่ไปเราเคยไปพักแบบเต็ม ๆ ตามไปดูกันได้ที่นี้ 

>> http://mydesign-club.net/my-travel/review-hotel/ <<


” บอกเล่า 90 กว่าจะมาเป็นคนเขียนรีวิวท่องเที่ยวแบบนี้ได้ “

พื้นที่ตรงนี้ว่างก็เขียนมันตรงนี้และ มีคนเคยถามว่าทำไมถึงมาเขียนรีวิวทิ่งเที่ยวได้ แล้วปีนึงไปเที่ยวกี่ที่ อันนี้ขอตอบเลยปีนึงไปเที่ยวกี่ที่ ก็ไม่เกิน 2 – 3 ที่หรอกครับสำหรับต่างประเทศ เพราะ ” ผมเองก็ยังเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องทำมาหากิน หาเงินไปเที่ยวนั้นละครับ ไม่ได้บ้านรวยที่ไหนมา ” ไหนจะวันลาปี ๆ นึงถ้าทำงานบริษัทก็จะรู้ว่ามันไม่ได้เยอะอะไรมาก ส่วนใหญ่วันลาผมก็หมดไปกับงาน อนิเมะโมเดล คอสเพลย์ ที่มีจัดกันมากมายในเมืองไทยแค่ไปงานพวกนั้นก็แย่แล้ว ( กระเป๋าตังค์แบงค์พันหายไปหลายใบทุกที ^^! )

มา ๆ กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า ตอบจากใจจริง ๆ เรื่องท่องเที่ยวนั้นตอนผมวัยรุ่นแรก ๆ นั้นหรือทำงานตอนแรก ๆ นั้นก็ไม่ได้เป็นคนชอบเที่ยวอะไรหรอกครับ ส่วนใหญ่วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ หยุดราชการ ผมถนัดนอนอยู่บ้านมากกว่า แล้วเวลาไปเที่ยวต่างประเทศกันทีกับที่บ้านก็จะไปกับทัวร์ เพราะไม่กล้าที่จะไปเอง หนึ่งเลยที่กลัว ผมว่าทุกคนก็กลัว คือ ” ไม่เก่งภาษาอังกฤษ ” กลัวไปแล้วพูดไม่ได้ทำไงละชิหายละซิงานนี้ จะกินอะไรดี ไปไหนถามทางอย่างไง เพราะผมเป็นคนเรียนภาษาอังกฤษ ถามว่าเยอะไหม ขอตอบว่าเยอะแม่ส่งเรียน AUA ลูกพี่ลูกน้องผมก็เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ผมนะเรื่องฟังอะเข้าใจ แต่จะพูดคุยกับฝรั่งนั้นจิ ทีเป็นปัญหา ( คิดว่าใคร ๆ หลายคนก็เหมือนกับผม )

จนต่อมาผมมีแฟน อ่า… ทุกคนต้องมี เราก็คิดว่าตอนคบกันเข้าปีที่ 2 อยากพาไปเที่ยวไหนดูบ้างแบบผจญภัย ก็คิดต่าง ๆ นา ๆ ไปไหนดีหว่า ไม่ไกลบ้านเราเท่าไหร่ ไปเที่ยวกันได้เอง จนตอนนั้น ( ในปี 2009 ) บังเอิญดูทีวีมันมีโฆษณาของสายการบิน Airasia โผล่ขึ้นมา แต่จำไม่ได้แล้วนะช่วงไหน ผมก็เลยลองเข้า Web ดู อยากรู้ว่าตั๋วเครื่องบินนะเท่าไหร่ ตอนแรกตั้งใจจะไปภูเก็ต ดูราคาไปกลับประมาณ 600 กว่าบาท

ปล. ไม่ได้ค่าโฒษณาจาก Airasia นะ ^^! มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

เออ .. เว้ยถูกดี ก็กดเล่นไปอีก ลองกดไปต่างประเทศดูจิ เอาใกล้ละกันกดไป มาเลเซีย ได้ไปกลับ 1,400 กว่าบาท เฮ้ย… อะไรนะไปต่างประเทศตั๋วเครื่องบินไปกลับ 1,400 บาท งั้นตูไปต่างประเทศไม่ดีกว่าเหรอ ก็เลยคุยกับแฟนตอนนั้น เอาไงดีเธอ….. เพราะแฟนผมก็ไม่เคยไปต่างประเทศเลย ก็เลยเอาวะครั้งนึงในชิวิตลองไปเองดูละกัน เพราะว่าแฟนผมตอนนั้นเขาเป็นครูสอนภาษาจีน ผมคิดว่ายังไงก็น่าจะเก่งกว่าผมละ ก็เลยตัดสินใจกดจองวันดีมากเลย 13 ก.พ. 2009 ไปวาเลนไทน์ กันที่มาเลเซีย เอิ๊ก……  แผนการเดินทาง เราก็หาข้อมูลไปซิ ไปครั้งแรกนิหว่า แบบไปเองนะก็ต้องเตรียมข้อมูลหาได้จากไหน ตอนนั้นเลยที่เดียวที่หานั้นคือ ” Pantip ห้อง blueplanet ”

ปล. Pantip สมัยก่อนไม่ได้หน้าตาแบบนี้ แล้วข้อมูลแต่ก่อนเนื้อหาแต่ละคนนั้นเขียนแน่นมาก

ผมก็เข้าไปในห้อง blueplanet โดยนั่งอ่านไปเรื่อย ๆ ถ้าหาไม่เจอจริง ๆ ผมใช้ Search ในช่อง Smart Search แล้วพิมพิ์เข้าไปเลย รีวิว กัวลาลัมเปอร์ , มาเลเซีย ข้อมูลมีออกมาให้อ่านเยอะมาก จนผมอ่านผมก็ว่าพวกที่มาเขียนนี้ เขาต้องไปถึงนั้นถ่ายรูปเก็บข้อมูลการเดินทางว่าไปอย่างไร อย่างจากตัว KL ไปมะละกา ต้องไปขึ้นที่ไหน แล้วขึ้นรถบัสของอะไรดี ผมรู้สึก เฮ้ย…. มีคนมาเขียนให้ข้อมูลกันขนาดนี้เลยเหรอ นั้นละเลยเป็นตัวจุดประกายให้ผมว่า ไหน ๆ ก็ไปเที่ยวแล้ว อะไรที่ไปมาก็น่าจะนำมาเขียน เพื่อคนข้างหลังที่จะไปจะได้อ่านเป็นแนวทางบ้าง

ภาพนี้ถ่ายจากกล้อง Compact CANON IXY DIGITAL 910 IS

และประเทศแรกถ้าไม่นับตอนเด็กที่ไปกับทัวร์นะ แบกเป้ไปเองกับแฟน 2 คนนั้นคือไป มาเลเซีย มั่ว งง หลงกันบ้างตามประสากับการไปเที่ยวนอกประเทศครั้งแรกด้วยตัวเอง พอไปแล้วได้สื่อสารกันจริง ๆ มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยนะ กับการใช้ ภาษาอังกฤษ ไม่ถูกหลักไวยกรณ์อะไรเท่าไหร่ แค่สื่อความหมายให้เขารู้เรื่องก็พอแล้ว อย่างเราไปไหน I want Go ตามด้วยชื่อที่จะไป แล้วก็เอาแผนที่ให้เขาดู เขาก็ชี้ทางไปให้ บางคนถึงขั้นยืนอธิบายเลย ( ซึ่งแปลได้มั้งไม่ได้บ้าง แต่ก็พอเข้าใจ ) มันก็สนุกไปอีกแบบ

แต่ขอเล่านิดนึงว่าการไปมาเลเซีย ผมได้สิ่งนึงกลับมาและยังอยู่จนถึงปัจจุบัน ( ไม่ใช่แฟนนะ แฟนเลิกไปละ ฮาา ) นั้นคือ ” เพื่อน “ อาจจะ งง ละซิอะไรวะ อยู่ดี ๆ ก็มีเพื่อน คือยังงี้ครับตอนที่ผมกำลังนั่งรถไฟ KILA ไปยังเมืองปุตตาจายา นั้นพอดีตอนผมรอที่สถานีมีคนเดินมาถามว่ารถไฟไป ปุตตาจายา ขึ้นตรงนี้หรือเปล่า แต่ตอนนั้นเขาพูดภาษาอังกฤษ แต่แฟนเขาพูดภาษาไทยกับเขา ผมเลยบอก คนไทยเหมือนกันกันครับ ฮาาา หลังจากนั้นผมก็เลยรู้จักกับผู้ชายคนนั้น ซึ่งเขาชื่อ ” ตี๋ ” ครับ ( ซึ่งตอนนี้แฟนคนที่ไปด้วยกับเขา ก็เลิกกันไปแล้ว ฮาาา ) ตลอดเวลาที่เหลืออีก 2 วัน ตี๋ ก็ไปด้วยกับผม รวมไปกัน 4 คน  จนกลับมาถึงไทย ก็แลกเบอร์กัน ผมก็เลยถามว่าบ้านอยู่ไหนเหรอ เขาบอกอยู่ตรงตึกช้าง ปาดดดดดดดดดดดด……. อะไรจะใกล้กันขนาดนั้น ผมอยู่เกษตร ตี๋ อยู่แถวตึกช้าง เลยกลายเป็นเพื่อนมาจนถึงปัจจุบัน

นี้ครับ สหายตี๋ จริง เขาอายุมากกว่าผม 4 ปี แต่เขาบอกให้เรียก ตี๋ เฉย ๆ ไม่ต้องเรียกพี่หรอก !! ภาพนี้ถ่ายตอนไปเที่ยวล่าสุดด้วยกันที่ ฉงชิ่ง ในปี 2013

การไปมาเลเซียรอบนี้ ทำให้ผมได้อะไรหลายอย่าง ทั้งความกล้าในการออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกประเทศ การพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งแต่ก่อนกลัวมาก ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว พูดถูก ๆ ผิด ๆ ไงก็ขอให้อธิบายสื่อสารให้ได้พอ และเป็นคนหัดอ่านรีวิว ของคนอื่นมาทำการบ้าน เพราะตอนหลังผมไม่ได้ไปคนเดียวแล้ว หนีบพ่อกับแม่ไปทุกที่ด้วย เหมือนเราต้องหาข้อมูลเพื่อพาพ่อกับแม่ไป ไม่อยากให้ไปหลงเดียวจะเหนื่อย ( เปล่าหรอกกลัวโดนด่ามากกว่า ฮาาา ) และสุดท้ายทำให้ผมเป็นคนเขียนหนังสือให้คนอ่านเป็น จากเป็นคนไม่ค่อยขีด ๆ เขียน ๆ ชอบคุยมากกว่า ก็มาเขียนเป็น แต่การไปมาเลเซียครั้งแรกนี้ผมไม่ได้เขียนข้อมูลกลับไปห้อง blueplanet  นะครับ ผมมาเขียนจริง ” คือตอนไป ฮานอย เวียดนามเหนือ ”   ( หาลิงค์ไม่เจอละ ) นั้นคือครั้งแรกที่ผมเขียนรีวิว เขียนรีวิว ตอนนั้นขอบอกว่ารูปไม่ดีเหมือนทุกวันนี้ เพราะตอนนั้นถ่ายอะไรไม่เป็นหรอก กดไปหมดใช้กล้อง Compact CANON IXY DIGITAL 910 IS ที่คุณนายแม่ พรีเซนต์ มาให้จาก อากิฮาบาระที่ญี่ปุ่น ( ตอนนั้นแม่ไปกับทัวร์ ) ส่วนเรื่องถ่ายรูปทำไมถึงได้ถ่ายได้แบบนี้ในปัจจุบันเดียวขอเล่าตอนหลัง …

จนหลังจากนั้นเรื่อยมาผมก็เป็นเรียกได้ว่าขาโปรของ Airasia ไปเลย ช่วงมีโปรจะอยู่รอจองโปรส่วนใหญ่ก็จองได้ทุกครั้ง แล้วตอนหลังผมก็พาแม่ไปก่อน เพราะพ่อตอนนั้นรับราชการอยู่ต่างจังหวัด ก่อนไปบอกแม่ … แม่จะไปเหรอเหนื่อยนะ ไม่ได้มีรถให้นั่งเหมือนที่แม่ไปทัวร์กับเพื่อน ๆ นะ ไปแล้วต้องเดินเอง ขึ้นรถไฟฟ้าเอง หลงเองนะ แม่บอกไปเถอะ แกไปได้ฉันก็ไปได้ แกอย่าพาหลงละกัน ^^!

แบกเป้พาแม่ไปเที่ยวกันครั้งที่ 2 ที่นครกวางโจว ประเทศจีน ถึงจะเหนื่อยแต่แม่ก็สู้ !!

จนตอนพาแม่ไปเที่ยวครั้งที่ 2 ใจกล้ามาก กล้าไปเมืองจีนนั้นคือไป กวางโจว ซึ่งได้ยินมาจากหลายคนและจากที่อ่านว่าไปเมืองจีน ภาษาอังกฤษ ก็ช่วยท่านไม่ได้ เพราะที่นั้นส่วนใหญ่เขาใช้แต่ภาษาจีน ผมหัวเราะในใจไม่กล้ว เว้ย…. มีแฟนเป็นครูสอนภาษาจีน กลัวทำไม แต่แล้วก่อนเดินทาง 4 เดือนดันเลิกกัน ฮาาาา  งานเข้าตูแล้วจิเนี้ยะ พาแม่ไป แถมมีเพื่อนตี๋ไปด้วย แต่พูดภาษาจีนไม่ได้สักคน เอาไงวะ ไปดีไหมนั้น จนสุดท้ายถามแม่จะไปไหม แม่บอกกลัวไหมละ ถ้ากลัวก็ไม่ต้องไป ผมก็เลยตัดสินใจเอาวะกลัวไร ไปก็ไปนั้นละครับ เป็นครั้งแรกที่ผมไปเมืองจีน  และนับได้ว่าครั้งนั้นเป็นทริปที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต เพราะ …… !!

เพราะ ต้องขึ้นโรงพักที่จีน !!!! คือแบบว่า คุณนายแม่โดนล้วงกระเป๋าเงินหายหมด ดีนะว่า Passport ไม่หายไม่งั้นเรื่องใหญ่กว่านี้แน่

ยังดีว่าตอนที่โดนล้วงพรุ่งนี้ เหลือวันเดียวอีกวันเดียวก็กลับแล้ว เงินเหลือไม่เยอะเท่าไหร่เงินหยวนนะ แต่แม่ดันติดเงินสดไทยไปอีก หมื่นนึง กว่าผมจะแจ้งความเสร็จ ค่อนข้างลำบากทีเดียว เพราะตำรวจที่นั้นก็แทบพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่แล้ว กว่าจะได้แจ้งต้องรอสักครู่เพราะเขาไปตามตำรวจที่ฟังภาษาอังกฤษได้ มาออกใบแจ้งความให้ ว่าเราโดนล้วงกระเป๋า เพราะเราต้องเอาไปยื่นกับโรงแรม ไม่งั้นเราไม่ได้เงินมัดจำค่าห้องคืนตั้ง 200 หยวน ( พอดีใบค่ามัดจำห้องอยู่ในกระเป๋า )

เรื่องไปเที่ยวที่นครกวางโจว แล้วแม่โดนล้วงกระเป๋านี้ ผมก็ไปเขียนไว้บนห้อง blueplanet หลังจากนั้นผมก็เขียนเรื่อยมา ตอนหลังมี Website ของตัวเองก็เขียน Copy มาไว้ที่นี้อีกที่ เพื่อวันไหน Pantip ลบตรงเราก็ยังมีอยู่

จนตอนหลังผมเขียนไปหลายที่ตั้งแต่ ฮานอย , กวางโจว , บาหลี , ไต้หวัน , สิงคโปร์ , ฉงชิ่ง , พม่า และอีกมากมายก็หาอ่านได้ที่นี้ Web นี้ที่หน้าของ MY Travel Story  และใน Pantip ห้อง blueplanet

หลังจากแต่ก่อนไปกับแม่ 2 คน อาจจะมีเพื่อนตี๋บางทริป และต่อมาชวนพ่อออกไปเที่ยวได้สำเร็จ จากนั้นแกติดใจออกด้วยหมด เอาไปคุยกับเพื่อนหลังเกษียณหลังอายุราชการได้ ว่าเราไปนี้มาแล้วนะเฟ้ย…..  มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ทำงานขอผมตามไปด้วย จนล่าสุด เอิ่ม……………… ที่พม่าในปี 2013

พม่าในปี 2013 มีคนขอตาผมไปด้วยทั้งหมด ” 24 คน “ เออ… ต้องถึงกะขั้นติดต่อรถตู้ 3 คันกันเลยทีเดียว จนแม่บอก แกไปจัดทัวร์ดีกว่าไหม ฮาาาาาาา

” ส่วนเรื่องการถ่ายรูป “

แต่เดิมผมใช้เป็นแค่กล้อง Compact คือกดอย่างเดียว จนต่อมาพี่ที่ทำงานผมส่วนใหญ่เขาเป็นพวกช่างกล้องกัน ก็มีพี่คนนึง ถามไปเที่ยวบ่อยทำไมไม่หัดถ่ายรูปวะ ผมก็เลยบอกว่าสอนปะละ ถ้าสอนจะได้เรียน พี่แกก็เลยบอกเอ็ง.. ก็ไปซื้อกล้อง DSLR มาไปเดียวสอนให้ นั้นละครับ เรียกได้ว่าพี่คนนั้นเป็น อาจารย์ สอนถ่ายรูปก็ว่าได้ แต่แกถ่ายสวยกว่าผมเยอะ ผมยังศึกษาค่อย ๆ หัดถ่ายมาเรื่อย ๆ จากตอนแรกใช้ DSLR ตัวแรกเลยคือ Canon 500D

คู่ใจพกติดตัวด้วยขนาดมันเล็ก เปลี่ยนเลนส์ได้ และถ่าย File Raw ได้ Nikon V1

จนตอนนี้เปลี่ยนมาใช้จนถึงปัจจุบันใช้ Canon 60 D กับเลนส์ไปได้ทั่วโลก 18-135 IS ตอนนี้มีเพิ่มมาอีกหนึ่งตัวคือ Wide 10-18 IS กล้องใหญ่ผมจะพกไปตลอดเวลาไปเที่ยว และงานที่เจาะจงไปจริง ๆ และกล้องอีกตัวพกติดตัวเสมอเพื่อเจออะไรตอนนั้นโดยบังเอิญ คือ Nikon V1 กล้อง Mirrorless แค่นั้นละครับ พกแค่นี้พอ ทีเหลือก็ ipad กับ Lumia เอาละกัน

รูปทั้งหมดที่ทำรีวิวที่ Website นี้และใน Pantip ” ไม่ได้ใช้โปรงแกรม Lightroom เลยนะครับ “ เพราะใช้ไม่เป็น ฮาาาา คือถ่าย File Raw แล้วมาใช้โปรแกรมของ Canon เองคือ Digital Photo Professional เท่านั้นเอง แค่ปรับแสง ปรับ WB ใหม่จริง ๆ

สุดท้าย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ ผมก็จะพัฒนาการเขียนและการถ่ายรูปและการเล่าเรื่องให้ดีกว่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่ได้มาอ่านนะครับ