บันทึกการเดินทาง Travel Japan 2017 ::: พาไปนั่งรถไฟขบวน Aso Boy ! ” แต่ ” ผิดแผนที่สวน Kawachi Fuji Garden :::

MDC-Japan2017-0217

Travel Japan 2017 : Day 2 พาไปนั่งรถไฟขบวน Aso Boy ! ” แต่ ” ผิดแผนที่สวน Kawachi Fuji Garden

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

+

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 01 : บันทึกการเดินทาง ::: ” คิวชู ” เกาะใต้ของญี่ปุ่นที่ต้องกลับไปอีกครั้ง :::

+ ตอนที่ 02 : บันทึกการเดินทาง ::: พาไปนั่งรถไฟขบวน Aso Boy ! ” แต่ ” ผิดแผนที่สวน Kawachi Fuji Garden  ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 03 : บันทึกการเดินทาง ::: เที่ยวเมืองเล็ก ๆ อย่าง Kitsuki และกลับไปยัง Yufuin อีกครั้ง :::

+ ตอนที่ 04 :

+ ตอนที่ 05 :

Day 2 วันที่ 23 เม.ย. 2017 ถ้านับวันเดินทางก็วันที่ 3 วันนี้เป็นวันท่องเที่ยวในคิวชูเป็นวันที่ 2 ที่ได้อยู่บนเกาะคิวชูแห่งนี้ แผนในวันนี้ที่ต้องการจะไปเป้าหมายหลักเลยคือไปอุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden ที่ทางผมได้ซื้อบัตรเข้าสวนแห่งนี้ผ่านทาง JTB Thailand ไว้ และเป้าหมายที่ 2 คือต้องขึ้นขบวนรถไฟขบวน Limited Express Aso Boy! ที่มีเจ้าหมายน้อย Kuro เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับขบวนรถไฟขบวนนี้ ส่วนสถานที่อื่น ๆ ก็ไม่ได้วางแผนอะไรมากนักถ้าไปทันก็ทันไม่ทันก็ไม่ไป แต่ก็ได้ไปแวะที่เมืองโคคุระ ( Kokura ) และเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto ) เอาเป็นว่ามาติดตามบันทึกการเดินทางในวันที่ 3 นี้กันเลยครับ

เมื่อคืนก่อนจะนอนได้ไป Search จาก Google ว่าแถวโรงแรมมีสถานที่เที่ยวถ่ายรูปใกล้ ๆ ที่ไหนมั้ง ก็ไปพบว่ามีในนั้นบอกมีศาลเจ้าแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักเดินไปประมาณ 10 – 15 นาที ผมก็ Save ข้อมูลไว้ก่อน คิดว่าถ้ามีเวลาว่างก็จะแวะไป ถ้าไม่มีเวลาก็ไม่ไป

ปรากฏว่าตอนเช้านี้ตื่นก่อนใครเพื่อนเหมือนจะนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาเวลาที่ญี่ปุ่นก็ประมาณตี 5 ก็เลยคิดในใจยังไม่ถึงเวลาที่ไปทานอาหารเช้าของทางโรงแรม และผมนัดกับทีมไว้เมื่อคืนว่า 7 โมงเช้ามาเจอกันที่ส่วนจัดอาหารเช้า ผมก็เลยรีบอาบน้ำเพื่อจะไปศาลเจ้าที่อ่านเมื่อคืน

MDC-Japan2017-0218

ตื่นแต่เช้าออกมาถนนใหญ่ต้องบอกว่ายังเงียบมาก ๆ อากาศเย็นสบายทีเดียวแบบนี้เดินก็ไม่เหนื่อย ก็เดินออกจากโรงแรมเลี้ยวขวาเพื่อเดินตรงไปสี่แยกใหญ่ตามแผนที่เลย

MDC-Japan2017-0219

เช้าวันนี้ที่เห็นเลยคือจะมีเด็กนักเรียนไปเรียนหนังสือกัน ซึ่งวันนี้มันเป็นวันอาทิตย์ถ้าบ้านเราก็คงเป็นวันหยุด แต่ที่นี้ผมเห็นเด็กรอขึ้นรถบัสที่ป้ายกันหลายคน สงสัยคงไม่หยุดกันมั้ง ?

MDC-Japan2017-0220

ออกจากโรงแรมเดินตรงมาสี่แยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายตามทางจะผ่านไปรษณีย์แล้วเดินตรงมา จะอยู่บริเวณแถวที่รถบัสซ้ายมือในรูปที่จอดอยู่

MDC-Japan2017-0221

พอเลยไปรษณีย์แล้วมองฝั่งตรงข้ามไว้จะเจอทางเข้าศาลเจ้าซึ่งจะถูกขนาบด้วยตึกมองกันดี ๆ ละ

MDC-Japan2017-0222

ศาลเจ้าแห่งนี้ตอนแรกพยายามหาชื่อว่ามันชื่อว่าอะไร ตอนหลังไปดูจาก Website Tripadvisor เขาเขียนว่าศาลเจ้า Okadagu ชื่อตาม Map ที่ญี่ปุ่น 岡田宮

MDC-Japan2017-0223

เช้านี้เดินเข้าไปไม่เจอใครเลย หรืออาจจะเพราะว่ามันยังเช้าอยู่แต่ประตูทางเข้าก็เปิดนะ แต่ผมไม่รู้ว่าศาลเจ้านี้เปิดตลอดไหม อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ^^!

สำหรับใครอยากทราบว่าคือศาลเจ้าอะไร อ่านได้จาก Website ของศาลเจ้า >> http://www.okadagu.jp/

MDC-Japan2017-0224

MDC-Japan2017-0225

เช้านี้ก็เลยถือโอกาสเข้าไปไหว้ด้านในศาลเจ้า เพื่อเป็นฤกษ์ดีในการเดินทางในวันนี้ ฮาาาา

MDC-Japan2017-0226

ศาลเจ้า Okadagu ผมว่าก็เป็นศาลเจ้าที่สวยแห่งหนึ่ง แต่ก็พยายามหารีวิวแล้วก็ไม่มีเลยไม่รู้ที่มาที่ไปของศาลเจ้าแห่งนี้ เลยต้องใช้วิธีแปลจากหน้า Web ของศาลเจ้า ( มีน้องช่วยแปลให้ )

MDC-Japan2017-0227

ศาลโอคาดะ ( โอคาดะกู – Okadagu ) ตามพงศาวดารบันทึกไว้ว่ามีทั้งหมด 3 ศาลเจ้าคือ สวรรค์ โลก มนุษย์ และเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่จักรพรรดิจิมมุ ( จักรพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่น ) ได้แวะพักอาศัยระหว่างยกทัพไปทางตะวันออก

MDC-Japan2017-0228

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีการจัดงานเทศกาลคุโรซากิกิองยามากาสะซึ่งเป็นประเพณีขึ้นชื่อของแถบคิตะคิวชู เพื่อถวายเครื่องสักการะแก่ศาลเจ้าโอคาดะในเดือนกรกฎาคมของทุกปีอีกด้วย

MDC-Japan2017-0229

เดินถ่ายรูปสักพักก็ได้เวลาที่ต้องกลับไปทานข้าวเช้าที่โรงแรมแล้ว ขากลับก็เดินกลับเหมือนกับตอนขามาเลย

MDC-Japan2017-0230

ออกจากศาลเจ้าเลี้ยวซ้ายกลับไปยังสี่แยกใหญ่ และจะเจอป้ายเขียนว่าไปสถานี Kurosaki Sta. เราก็เดินไปตามทางที่ป้ายบอกนั้นเลย

MDC-Japan2017-0231

ถ้าเดินตรงไปจากสี่แยกไม่เลี้ยวขวาที่จะไปทางสถานีรถไฟ จะเจอกับ Kurosaki Hibishin Hall ตอนหลังมาถามเจ้าหน้าที่โรงแรมเธอก็บอกว่าเป็นเหมือน หอประชุมท้องถิ่น มีงานจัดเรื่อย ๆ เช่นวันนี้จะมีตลาดนักขายของช่วงเย็น อะไรประมาณนี้

MDC-Japan2017-0232

สิ่งนึงที่อยากบอกว่าตลอดทางที่เดินกลับมาถนนหรือทางเท้าเขาสะอาดมาก ไม่เห็นมีเศษขยะหรืออะไรเลยทางเท้าก็กว้างมากปั่นจักรยานได้เลย บ้านเราจะได้แบบนี้มั้งไหม ?

MDC-Japan2017-0233

กลับมาถึงโรงแรมก็เตรียมตัวลากกระเป๋าลงมาฝากไว้ตรงเคาเตอร์ จะมีเจ้าหน้าที่โรงแรมรับฝากให้อย่างดีมีออกใบรับกระเป๋าให้ด้วย ไม่ต้องกลัวหาย

MDC-Japan2017-0234

อาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดให้ก็ถือว่าโอเคนะครับ เป็นข้าวแกงกะหรี่ตักกันเองจะทานเท่าไหร่ก็ตักเพิ่มได้ แล้วก็มีสลัด ขนมปังปิ้ง น้ำผลไม้ และนม มีให้เลือกหลายอย่างอยู่

MDC-Japan2017-0235

อิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินทางวันนี้ออกจากโรงแรมประมาณ 07.30 น. เดินกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานี Kurosaki Station เพื่อไปยังจุดหมายแรกของวันคืออุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden

MDC-Japan2017-0236

จากสถานี Kurosaki Station ไปยังสถานี Yahata Station ห่างกันเพียงแค่สถานีเดียว 3 นาทีเองในการเดินทาง ขึ้นสายรถไฟสาย JR Kagoshima Line Local for MOJIKO

MDC-Japan2017-0237

ขึ้นรถไฟยังไม่ทันนั่งเลยก็ถึงแล้วสถานี Yahata Station

ปล.ถ้ามาจาก Hakata Station สถานี Yahata Station พวกรถขบวน LTD. EXP Sonic , Kirameki จะไม่จอดนะครับจะจอดแต่ขบวนที่เป็น Line Local

MDC-Japan2017-0238

เดินออกมาด้านนอกสถานีวิธีการเดินทางไปยังสวนมีหลายทางเลือก เช่น ทั้งรถบัส Nishitetsu เบอร์ 56 , นั่งรถ Shuttle Bus ฟรีของรีสอร์ท Ajisainoyu Onsen , นั่งรถบัสของสวน Kawachi Fuji Garden ที่จัดไว้ให้ แต่ทั้งหมดมันต้องรอเวลารถมา ผมกับทีมมากันหลายคนเลยเลือกวิธีง่ายที่สุดในการไปยังสวนดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden นั้นคือนั่ง ” Taxi ”

อ่านรีวิวสวนอย่างละเอียดได้ที่นี้ >> Kawachi Fuji Garden อุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ

MDC-Japan2017-0239

ขนาดเรานั่ง Taxi ไปผมยังคิดว่านานเลยเพราะขับไปออกนอกเมืองเป็นทางขึ้นเขาแต่สองข้างทางสวยมากเขียวตลอดทาง

MDC-Japan2017-0240

ทางที่ไปยังสวนดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden จะผ่านทะเลสาบแล้วก็เห็นต้นดอกไม้สีชมพู คุณลุงคนขับ Taxi บอกว่าเห็นไหมนั้น ซากุระ อ้าว….ซากุระยังไม่หมดแล้วดอกวิสทีเรีย มันจะบานหรือยังละนั้น เพราะส่วนใหญ่ตามที่อ่านต้องหมดซากุระก่อนถึงจะเป็นดอกวิสทีเรียบาน

MDC-Japan2017-0241

MDC-Japan2017-0242

แล้วก็มาถึงแล้วสวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden นั่ง Taxi มาใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที เพราะมาแต่เช้ารถไม่ติด การจัดการจราจรที่นี้เขามีคนเจ้าหน้าที่จัดไว้เยอะเหมือนกัน อย่างผมมา Taxi เขาก็จะมีจุดให้จอดไว้เป็นระเบียบมากเลย ค่า Taxi โดนไป 2,960 เยน

MDC-Japan2017-0243

ทีนี้การเข้าสวนแห่งนี้ ตามที่อ่านมาก่อนจะมาเขาบอกว่าในปีนี้ไม่สามารถไปซื้อตั๋วได้ที่ข้างหน้างานนะครับ ต้องซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ ticket machines ที่ 7-Eleven and Family Mart convenience stores ก่อน 15 มี.ค.นี้ ก่อนหรืออย่างผู้ที่อยู่นอกญี่ปุ่นอย่างคนไทยจะเดินไปสามารถจองตั๋วได้ที่ JTB Thailand

พอได้ข่าวแบบนี้ผมก็ลองสอบถามไปยัง JTB ที่สีลม เขาก็บอกเปิดรับจองตั๋วได้เลยซึ่งทาง JTB เขาจะให้จองในราคาคนละ 500 เยน ( ตอนนั้นคิดเป็นเงินไทยคนละ 170 บาท ) ผมก็เลยไปจองตั๋วไว้กับทาง JTB Thailand ไว้เรียบร้อยแล้ว

MDC-Japan2017-0245

พอถึงสวนผมก็ยื่นใบจองที่ Print ไว้ที่ทาง JTB Thailand ส่ง E Mail มาให้ ยื่นให้ทางเจ้าหน้าที่ของสวนดู

MDC-Japan2017-0244

วันที่ไปนั้นสวนคิดราคาค่าเข้าเพียง 500 เยน เพราะดอกวิสทีเรีย ยังไม่บูมมากทางทีมเราได้ซื้อตั๋วไว้กับทาง JTB Thailand ที่ทาง JTB เขาจะให้จองในราคาคนละ 500 เยน ถ้าวันที่ไปสวนเก็บ 1,000 เยน เราก็ไปจ่ายหน้าสวนเพิ่มอีก 500 เยน ” เท่ากับวันนี้ค่าเข้า 500 เยน ทางเราก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มยื่นเอกสารทาง JTB ก็เข้าสวนได้เลย ”

MDC-Japan2017-0246

ตอนแรกวาดภาพไว้จะมาเจออุโมงค์ดอกวิสทีเรียแบบที่เห็นในละครที่พี่เบิร์ดกับชมพู อารยา มาถ่ายทำเพราะก่อนมาสวนเปิดวันนี้วันแรกก็คิดว่าไหน ๆ ก็มาเที่ยวคิวชูแล้วเข้ามันวันแรกเลยคนจะได้ไม่เยอะ กลับกลายเป็นว่า ” ผิดแผน ” เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าปีนี้อากาศหนาวนานทำให้กำหนดการที่ดอกวิสทีเรียจะบานและห้อยลงมานั้นช้าออกไปอีก น่าจะเป็นอาทิตย์หน้า

แน่ซิเพราะตอนมาสวนแห่งนี้นั่ง Taxi ยังเจอดอกซากุระอยู่เลยเศร้าเลย แต่แม่ก็บอกว่าเรามาก็ยังได้เห็นดอกวิสทีเรียมั้งดีกว่าสวนไม่เปิดเลย เอาตามนั้นแม่ว่าไงก็ว่าตามกัน

MDC-Japan2017-0247

MDC-Japan2017-0248

ภาพของดอกวิสทีเรียที่กำลังบานแต่ยังไม่ห้อยลง มีกล่อนหอมนะเดินผ่านนี้ได้กลิ่นเลย มาดูภาพในสวนแห่งนี้ละกันครับจริง ๆ นอกจากดอกวิสทีเรีย ที่นี้ก็ยังมีดอกไม้อีกหลายอย่าง ซึ่งแม่ชอบโอเคทีเดียวท่านบอกอากาศดีไม่ร้อน อยากไปปลูกสวนแบบนี้ที่บ้านมั้ง เออ….แม่ตังค์ละ ^^

MDC-Japan2017-0249

มาดูภาพบรรยากาศโดยรอบของสวนดอกวิสทีเรียที่สวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden ในวันที่ ” ผิดแผน ” ดอกวิสทีเรีย ยังไม่บูมมันเป็นอย่างไร

MDC-Japan2017-0250

MDC-Japan2017-0251

MDC-Japan2017-0252

MDC-Japan2017-0253

MDC-Japan2017-0254

MDC-Japan2017-0255

MDC-Japan2017-0256

ขึ้นมาด้านบนมันก็มีห้อยลงมาแล้วนะ แต่มันยังไม่เยอะแบบที่เราเห็นในภาพโปรโมต แต่ก็ยังดีที่ได้เห็น ^^

MDC-Japan2017-0257

MDC-Japan2017-0258

MDC-Japan2017-0259

MDC-Japan2017-0260

สวนแห่งนี้มีทางขึ้นด้านบนซึ่งเป็นเขา ต้องบอกว่าอากาศดีมาก ๆ เลยมีที่ถ่ายรูปเยอะไปหมดเพราะต้นไม้ดอกไม้ที่นี้เขาปลูกไว้เยอะนอกจากต้นวิสทีเรีย

MDC-Japan2017-0261

วิวจากด้านบนเขาลงไปยังด้านล่าง มองเห็นภูเขาต้นไม้เขียวไปหมด

MDC-Japan2017-0262

ตอนขากลับจะเดินออกจากสวนจะเหมือนอุโมงค์ต้นไม้สีเขียวไปหมด คิดนะถ้ามาช่วงใบไม้แดงตรงนี้ต้องสวยมาก ๆ เพราะต้นไม้จะเป็นใบสีแดง

MDC-Japan2017-0263

MDC-Japan2017-0264

MDC-Japan2017-0265

ตอนแรกตั้งใจจะนั่ง Taxi กลับไปยังสถานีรถไฟ มีเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องเรียกมีรถบัสฟรีไปส่งให้ถึงสถานี Yahata Station รถจะออกตามเวลาห่างกันประมาณ 30 นาที

MDC-Japan2017-0266

ขากลับก็นั่งรถบัสมาประมาณ 30 นาทีเท่า ๆ กับตอนขาไปรถก็มาส่งยังจุดจอดรับส่งไปยังสวนด้านหน้าของสถานี Yahata Station

MDC-Japan2017-0267

ถึงสถานี Yahata Station พึ่งจะ 10 โมงเช้าเองตอนแรกคิดว่าน่าจะออกจากสวนตอนเที่ยงแล้วไปหาอะไรกินรอขึ้นขบวนรถไฟ Aso Boy ก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่สรุปความเห็นว่าให้ไปเอากระเป๋าที่โรงแรมที่ Kurosaki แล้วไปฝากยังโรงแรมที่แถว Hakata ที่จะพักคืนนี้ก่อนดีกว่าเพราะตอนขึ้นไปบนรถไฟ Aso Boy จะได้ไม่ต้องมีกระเป๋าใบใหญ่ ๆ ก็เอาตามนั้น

MDC-Japan2017-0268

มารอขึ้นรถไฟสาย Local ไปสถานีเดียวกลับไปยังสถานี Kurosaki Station สาย JR Kagoshima Line Local  for KURUME เพียง 3 นาทีก็ถึงแล้ว

MDC-Japan2017-0269

ถึงสถานี Kurosaki Station ก็รีบกลับไปเอากระเป๋าแล้วรีบกลับมาขึ้นรถไฟไปยัง Hakata Station เพื่อเข้าสู่เมืองฟุกุโอกะ

MDC-Japan2017-0270

มารอรถไฟ Limited Express Sonic ไปยังสถานี Hakata Station มายืนรอตัว Sonic รถไฟสีน้ำเงิน แต่ได้ขึ้นขบวนสีขาวที่ชื่อ Komome Express มาวิ่งทางเส้นนี้แทน

จากสถานี Kurosaki Station ไปยังสถานี Hakata Station นั่งรถด่วน Limited Express Sonic ใช้เวลาเพียงแค่ 36 นาทีก็ถึงแล้ว

MDC-Japan2017-0271

สิ่งหนึ่งที่เห็นในรถไฟญี่ปุ่นทั้งรถธรรมดาหรือรถด่วนในส่วนที่เป็นที่นั่งโดยสารจะมีป้ายห้ามคุยโทรศัพท์ เพื่อไม่รบกวนผู้โดยสารท่านอื่น และจะมีจุดที่มีป้ายบอกว่าสามารถคุยโทรศัพท์ได้ภายในขบวน ซึ่งถือว่าดีมาก ๆ เลย บ้านเราควรเอาแบบอย่างมั้ง

MDC-Japan2017-0272

ถึงสถานี Hakata Station ประมาณ 11.30 น. ก็รีบเอากระเป๋าไปฝากโรงแรมดีที่ว่าจองโรงแรมไม่ไกลจากสถานี Hakata Station เท่าไหร่นักประมาณ 10 นาทีก็ถึง

MDC-Japan2017-0273

จากแผนที่ใน Google ผมได้จองโรงแรมไว้คือ Hotel New Gaea Hakata-Eki Minami จากสถานี Hakata Station ให้ออกประตู Chikushi Gate แล้วเลี้ยวขวาเดินตรงตามทางอย่างเดียว

MDC-Japan2017-0274

เดินตรงจนผ่านห้าง Yodobashi ข้างหน้าจะเป็นสี่แยกจะมีสวนสาธารณะให้ข้ามไปยังสวนแล้วเดินตรงไป ทางขวาจะมีอุโมงค์ทางเดินลอดใต้ทางรถไฟให้เลี้ยวเข้าอุโมงค์ที่ 2 ทางขวามือเดินตรงไปก็เจอแล้วโรงแรม

MDC-Japan2017-0275

โรงแรมหาไม่ยากครับเดินลอดอุโมงค์ใต้ทางรถไฟที่ 2 หลังจากเดินผ่านสวนสาธารณะมา เดินตรงแล้วมองซ้ายมือก็จะเจอแล้ว Hotel New Gaea Hakata-Eki Minami

MDC-Japan2017-0276

เหมือนเดิมครับฝากกระเป๋าไว้กับทางโรงแรมแล้วแจ้งว่าจะเขามาอีกทีดึก ๆ เลย ถามว่ามีพนักงานอยู่ตลอดไหม ทางโรงแรมบอกมีตลอด 24 ชม. ฝากเสร็จก็รีบเดินกลับไปยังสถานี Hakata Station

MDC-Japan2017-0277

พอมาถึงที่สถานีผมก็คิดต่อว่าเมื่อวานผมจองขบวน Aso Boy ขึ้นสถานีต้นทาง Kurosaki Station มายัง Hakata Station เพราะคิดว่าคงจะอยู่ที่สวนคาวาชิฟูจิ Kawachi Fuji Garden น่าจะนาน แต่อย่างที่เล่าว่าผิดแผนดอกวิสทีเรียยังไม่บานเต็มที่เลยกลับออกมาเร็ว เลยเดินไปเคาเตอร์ JR อีกครั้งเพื่อจะไปขอตั๋วใหม่จะเปลี่ยนเป็นต้นทางที่ Kokura Station แทน ( เพราะเพื่อนอยากไปซื้อของที่นั้น ) แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกเปลี่ยนไม่ได้แล้วเพราะที่นั่งเต็ม ให้เรากลับไปขึ้นที่สถานี Kurosaki Station ตามเดิมที่จองไว้

ดังนั้นตอนแรกคิดว่าถ้าเปลี่ยนตั๋วได้เราจะได้นั่งรถไฟขบวน Aso Boy ที่สถานี Kokura Station มาเลย แต่เปลี่ยนตั๋วไม่ได้เลยต้องนั่งรถไฟสายอื่นจากจากสถานี Kokura Station มายังสถานี Kurosaki Station เพื่อมารอขึ้นขบวน Aso Boy ที่สถานีนี้ตามที่เราจองไว้ตั้งแต่ครั้งแรก

จากสถานี Hakata Station ไปยังสถานี Kokura Station นั่งเร็วสุดคือ Shinkansen แต่ด้วยบัตร North Kyushu Area Pass ไม่สามารถขึ้น Shinkansen เส้นนี้ได้เพราะเหตุผลคือมันเป็นเส้นทางของ JR West ไม่สามารถใช้พาสของคิวชูได้ เลยต้องนั่ง Limited Express Sonic ไปยัง Kokura Station เร็วสุดใช้เวลา 47 นาที

MDC-Japan2017-0278

มารอรถไฟที่ Track 2 เจ้า Limited Express Sonic พึ่งกำลังจะวิ่งเข้ามาเทียบชานชาลายังสถานี Hakata Station แต่ก็ยังออกตรงเวลาเช่นเคย

MDC-Japan2017-0279

วันนี้นั่งรถไฟกันเป็นว่าเล่นเลยเรา ฮาาาาา นั่งจนเบื่อไปเลย Limited Express Sonic

MDC-Japan2017-0280

ไม่ได้จองตั๋วไว้ก็ตามกฎของพาส JRสามารถโดยสารได้แต่ไปขึ้นที่ตู้ Non – Reserved เท่านั้นเอง มาขึ้นต้นสายอย่าง Hakata Station ที่นั่งว่างเพียบเลือกนั่งตามสบาย

MDC-Japan2017-0281

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่จะบอกของขบวน Limited Express Sonin ตรงที่รองหัวจะเป็นคล้าย ๆ กับหัวมิกกี้เม้าส์

MDC-Japan2017-0282

ก่อนขึ้นรถมาเราก็แวะซื้อข้าวกล่องหรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า เบนโตะ ( Bento ) ซึ่งในสถานี Hakata Station มีหลายร้านให้เลือกซื้อมากมาย แพคเกจแต่ละร้านทำสวย ๆ ทั้งนั้น

MDC-Japan2017-0283

นั่งรถไฟมองผ่านข้างทางจะเห็นสวนสนุก Space World เป็นธีมพาร์คขนาดใหญ่ประจำเมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟูกุโอกะ ซึ่งทางสวนสนุก Space World จะปิดตัวลงในเดือนธันวาคมปี 2017 ใครไปยัง Kyushu ช่วงนี้ก็ลองไปแวะเล่นกันก่อนจะปิดตัวลงนะครับ วิธีการก็ไปง่ายนั่ง JR ไปยังสถานี Spaceworld Station ก็ถึงเลยครับ

MDC-Japan2017-0284

แล้วเราก็ถึงสถานี Kokura Station เอาจริง ๆ ก็นั่งรถไฟไม่นานนะ นั่งดูอะไรตามทางกินข้าว มาดูเวลาอีกทีถึงแล้ว

MDC-Japan2017-0285

Kokura Station บอกเลยไม่ใช่สถานีเล็ก ๆ ใหญ่พอสมควรคนเยอะด้วยที่สถานีนี้

MDC-Japan2017-0286

ตัวสถานี Kokura Station จะมีทางออกใหญ่ ๆ อยุ่เพียง 2 ทางคือ South Exit ทางนี้จะไปยังตัวปราสาทโคคุระ ( Kokura Castle ) ห้าง Colet /im และถนนคนเดินต้องออกทางนี้ อีกทางเป็น North Exit ทางออกนี้คือจะไปยัง Aruaru City ซึ่งมันก็คือ Akihabara แห่งเกาะคิวชูเลยก็ว่าได้

MDC-Japan2017-0287

ด้านทางออก South Exit ผมมาส่งทีมและแม่ให้ไปเดินซื้อของกันที่ห้าง Colet /im และถนนคนเดิน ( กลับมาหิ้วถุงกลับมากันทุกคนตอนแรกบอกจะไปเดินดูเฉย ) ส่วนตัวผมแน่นอนต้องไปยัง Aruaru City

MDC-Japan2017-0288

ผมแยกเดี่ยวออกมาเดินกลับเข้าไปยังสถานีแล้วไปยังทางออก North Exit

MDC-Japan2017-0289

ออกมาก็จะเจอรูปปั้นสลัดอวกาศ กัปตันฮาร็อค มาจากอนิเมะเรื่อง Space Pirate Captain Harlock ยืนให้ถ่ายรูปกันได้

MDC-Japan2017-0290

และตึก Aruaru City ( あるあるCity ) ก็อยู่ทางขวามือเดินออกจากสถานีมองทางขวาก็เห็นตัวตึกแล้วครับ

ดูรีวิวตึก Aruaru City ( あるあるCity ) แบบเต็ม ๆ ว่ามีอะไรบ้างแบบทุกซอกทุกมุมได้ที่นี้ >> http://mydesign-club.net/2017/05/japan-aruaru-city/

MDC-Japan2017-0291

ที่นี้คือศูนย์รวม Manga Culture ที่ใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ มาที่เดียวคุ้มจุใจกับห้างสรรพสินค้า 7 ชั้นที่เต็มไปด้วยร้านการ์ตูน อนิเมะ เกมส์ เสื้อผ้าและวิกผมสำหรับชาวคอสเพล ร้านของเล่นของสะสมทุกรูปแบบ ชั้น 5 และ 6 คือที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์การ์ตูนเมืองคิตะคิวชู ( Kitakyushu Manga Museum ) ที่รวบรวมข้อมูลและจัดแสดง ห้องสมุดหนังสือการ์ตูนมากกว่า 5หมื่นฉบับ โดยชูประวัติของ นักเขียนการ์ตูนชื่อดังอย่าง Matsumoto Reiji กับ Houjou Tsukasa ซึ่งเป็นชาวคิตะคิวชูโดยกำเนิดนี่เอง เราเลยได้เห็นรูปจำลองของ เจ้าหญิง Maetel และ หนุ่มน้อย Tetsuro ผู้ไฝ่ฝันจะมีชีวิตอมตะในร่างจักรกล จากเรื่อง ” Galaxy Express 999 ” และ จอมสลัดอวกาศ Harlock จาก ” Space Pirate Captain Harlock ” อยู่ทั่วไป

MDC-Japan2017-0292

ร้าน ” Machi ★ Asobi Cafe ” ที่นี่มีทั้งเมนูคาเฟ่จากความร่วมมือกับอนิเมะ・เกม・มังงะมากมาย มีการจัดแสดงและงานอีเว้นท์ของนักพากย์ในวันเสาร์ – อาทิตย์

MDC-Japan2017-0293

ชั้น 2F ( ชั้นที่เป็นทางเดินเชื่อมต่อ Sky Walk จากสถานี Kokura Station ) เรียงรายไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย ที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับฟิกเกอร์และอนิเมะ ที่นี่เป็นแหล่งรวมฟิกเกอร์มากที่สุดใน ภูมิภาคคิวชู

MDC-Japan2017-0294

MDC-Japan2017-0295

ร้าน ” JUNGLE ” ตั้งอยู่ในเมืองคิตะคิวชู บนชั้น 2 ของตึก Ariaru City บริการของร้านนี้มีทั้งรับซื้อและขายสินค้าทุกชนิด เน้นจำหน่ายสินค้ามือสองจำพวกฟิกเกอร์แอคชั่นและฟิกเกอร์จากแอนิเมชั่นเรื่องต่าง ๆ

MDC-Japan2017-0297

ตู้กดกาชาปอง เพียบ ! เราสามารถกดกาชาปองมากมายหลากหลายแบบได้ที่นี่ด้วยราคา 200 – 400 เยน มีตู้ให้เลือกกดมากมาย มากกว่าเมืองไทยเยอะแถมเป็นตัวใหม่ ๆ

MDC-Japan2017-0298

ร้านทางซ้ายมือ ” GAMERS ” ชั้น 3 ของตึก Aruaru City ร้านนี้มีสาขาทั้งหมด 17 แห่งทั่วโลก โดยเริ่มต้นจากร้านขายส่งที่บริหารโดย Broccoli ( บริษัทสื่อในประเทศญี่ปุ่น ) ซึ่งขายสินค้าที่เกี่ยวกับเกม เช่น “Uta no Prince-sama” ซึ่งปัจจุบันก็มีสินค้า หนังสือ・CD/DVD และเกมเกี่ยวกับแอนิเมชั่นมากมายจำหน่ายที่ร้านแห่งนี้

ร้านทางขวามือ ” Lashinbang ( ลาชินบัง ) ” ร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะและรับซื้อของมือสอง

MDC-Japan2017-0301

MDC-Japan2017-0299

ร้าน ” Melonbooks ( เมล่อนบุ๊คส์ ) ” ร้านขายหนังสือทั้งโดจินชิ เกมโดจิน เพลงโดจิน และสินค้าโดจินต่างๆ เป็นร้านสำหรับผู้ชาย

MDC-Japan2017-0300

MDC-Japan2017-0302

และที่ขาดไม่ได้ร้าน ” Animate ( อนิเมท ) ” ร้านค้าเก่าแก่ที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะโดยเฉพาะ โดยมีสาขาทั้งในจีน , ไต้หวัน และที่ไทยก็มีด้วยนะครับอยู่ชั้น 7 MBK

MDC-Japan2017-0303

และนี้คือ พิพิธภัณฑ์การ์ตูนเมืองคิตะคิวชู ( Kitakyushu Manga Museum ) บางส่วนด้านในไม่ให้ถ่ายรูปนะครับ

MDC-Japan2017-0304

Event ต่าง ๆ ที่จะมาจัดงานกันที่ Kitakyushu Manga Museum จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป

MDC-Japan2017-0305

นอกจากนั้นหิวก็เข้านี้เลยร้าน ” Maidreamin ” มีเมนูหลายภาษามากมาย ที่เมืองไทยก็มีอยู่ที่ชั้น 7 MBK เหมือนกัน

MDC-Japan2017-0306

ถึงเวลานัดกับทีมแม่แล้วก็เดินออกจากตึก Aruaru City ( あるあるCity ) แบบคนทรัพย์จางเลยมีเท่าไหร่ก็หมด ^^! เดินยอนกลับไปยังทางเดิมที่เดินมา

MDC-Japan2017-0307

เดินตามป้ายไปเลยครับเพื่อกลับไปยังสถานี Kokura Station

MDC-Japan2017-0308

MDC-Japan2017-0309

แวะกดน้ำที่ตู้มองไปเห็นนาฬิกาใกล้จะบ่าย 3 โมงแล้วเราต้องรีบไปที่สถานี Kurosaki Statio ก่อนที่ขบวนรถไฟ Aso Boy ที่จองไว้จะมาตอน 15.22 น.

MDC-Japan2017-0310

ตามเวลานัดเจอทีมแม่ก็รีบไปขึ้นรถไฟเพื่อไปยังสถานี Kurosaki Statin ขึ้น Limited Express Sonic 15.05 น.ทันแน่นอน

จากสถานี Kokura Station ไปยังสถานี Kurosaki Staiton ใช้เวลาเพียง 9 นาทีก็ถึงแล้ว

MDC-Japan2017-0311

ได้นั่ง Komome Express สีขาวแทนสีน้ำเงิน Sonic บ้างละ

MDC-Japan2017-0312

รถขบวนนี้จะไปสิ้นสุดที่สถานี Hakata Staion ด้านข้างจะมีเขียนว่า Sonic Limited Express ไม่ต้องกลัวว่าไม่ใช่บวน Sonic ที่เป็นสีน้ำเงินเหมือนที่เคยเห็น ตอนนี้เขามีทั้งสีน้ำเงินและสีขาวมาวิ่งสลับกันตลอดเวลาในเส้นทางนี้

MDC-Japan2017-0313

MDC-Japan2017-0314

เข้าไปด้านในที่นั่งคนนั่งเยอะมากเข้าใจว่าเป็นวันอาทิตย์คนมาจากต่างเมืองเพื่อเข้ามาเที่ยวยังเมืองฟุกุโอกะ เมืองหลวงของเกาะคิวชู ก็เป็นได้เราเลยยืนเอาตรงช่วงรอยต่อของขบวนเพราะนั่งไปแค่ 9 นาทีเท่านั้นเอง ยืนสบาย ๆ ไม่นานก็ถึง

MDC-Japan2017-0315

ตามเวลามาถึงยังสถานี Kurosaki Staiton เวลา 15.14 น. ยังมีเวลาเหลือ ๆ กว่าขบวน Limited Express Aso Boy จะมาตอน 15.22 น.

MDC-Japan2017-0316

เห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่สถานี Kurosaki Staiton แต่ไม่รู้ว่าตู้อะไร ไม่แน่ใจใช่ที่แลกเงินไหม หรือซื้อตั๋วอะไรของ JR ใครรู้ก็บอกได้เลยครับ

MDC-Japan2017-0317

MDC-Japan2017-0318

ไปเดินดูตู้กดน้ำในชานชาลาในสถานี คือมันเยอะจนไม่รู้จะกดอะไรมากินดีสุดท้ายลอง Coke ขวดขาวบนสุดซ้ายมือ

MDC-Japan2017-0319

ใกล้ถึงเวลาก็มายืนรอป้ายที่เขียนว่าตู้ที่ 4 ของขบวน Limited Express Aso Boy ที่ญี่ปุ่นเขาจะมีบนพื้นหรือด้านบนจะมีป้ายบอกหมดว่าถ้ารถไฟขบวนนี้มาตรงนี้จะเป็นที่จอดของตู้ที่เท่าไหร่ ซึ่งของบอกว่ามันดีมาก ๆ กับคนที่ยืนรอรถไฟ บ้านเราน่าจะดูและนำไปปรับปรุงสถานีรถไฟใหญ่บ้าง ๆ

MDC-Japan2017-0320

ตรงเวลา 15.22 น. ขบวนที่จองไว้ที่วิ่งเฉพาะวันที่กำหนดอย่าง Limited Express Aso Boy ก็เข้ามาแล้ว ชอบลายข้างตัวรถที่เป็นเจ้าหมา Kuro มารอบนี้ได้ขึ้นแล้ว

จากสถานี Kurosaki Station ไปยังสถานี Hakata Station ด้วยรถไฟขบวนพิเศษอย่าง Limited Express Aso Boy ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที นานกว่าขบวน Limited Express Sonic ที่ใช้เวลาเพียง 36 นาที แต่แลกมากับความน่ารักของขบวนนี้และการจองที่เรียกว่ายากถ้ามาไม่ตรงวันที่วิ่งก็อดไป

MDC-Japan2017-0321

ทีมเรา 10 คนเจ้าหน้าที่ JR เมื่อวานจองให้นั่งฝั่งขวากันทั้งหมดในตู้ที่ 4 เราขึ้นไปนั่งรอเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วก่อน แล้วค่อยทัวร์ถ่ายรูปภายในของรถไฟขบวนนี้กัน

MDC-Japan2017-0323

มาเล่าเรื่องที่มาที่ไปขบวนนี้กันหน่อยละกัน ” Aso Boy ” เป็นหนึ่งในรถไฟท่องเที่ยวของคิวชู ที่คุณเอจิ มิโตะโอกะ ได้ออกแบบไว้ โดยเริ่มวิ่งตั้งแต่เมืองคุมาโมโต้ ไปจนถึงเมืองมิยาจิ ใช้เวลาในการวิ่งรวม 1 ชั่วโมง 32 นาที โดยในแต่ละวัน จะมีวิ่งเพียงแค่ 2 รอบเท่านั้น ( ไป-กลับ ) และวิ่งเพียงแค่ เสาร์ – อาทิตย์เท่านั้น!!! ( แต่ก็มียกเว้นบ้างในบางช่วง ที่จะมีวิ่งมากกว่านั้น )

แต่ในปัจจุบันเกิดแผ่นดินไหวในจังหวัดคุมะโมะโตะ ( Kumamoto ) ในปี ค.ศ.2016 ทำให้เส้นทางรถไฟเส้นนี้ได้รับความเสียหายทาง JR Kyushu Railway จึงนำรถไฟ Limited Express Aso Boy มาวิ่งในเส้นทางใหม่ชั่วคราวโดยมีการสลับกันวิ่งระหว่างสถานี Hakato Station ไปยังสถานี Huis Ten Bosch Station ทั้งไปและกลับ และเส้นทางที่ 2 จากสถานี Hakata Station ไปยังสถานี Mojiko ทั้งไปและกลับ

สามารถตรวจสอบตารางเส้นทางวิ่งและวันที่รถไฟเปิดให้บริการได้ที่นี้ครับ >> http://www.jrkyushu.co.jp/english/train/asoboy.html

MDC-Japan2017-0324

ตู้ที่ 4 ที่เราขึ้นจะเป็นส่วนท้ายของรถไฟซึ่งจะเป็นวิวแบบมองเห็นได้หมดรอบทิศทาง เป็นห้องที่เห็นวิวแบบพาโนราม่า เพราะคุณเอจิ มิโตะโอกะ ได้ออกแบบโดยยกห้องคนขับขึ้นไปไว้ชั้นสอง ( รถไฟขบวนนี้มีชั้นสองเฉพาะส่วนหัวของขบวนแรก ) โดยให้นิยามว่า ” วิวที่มองจากห้องคนขับนั้นสวยที่สุด ” ที่นั่งตรงนี้จะมีเพียง 9 ที่เท่านั้น

MDC-Japan2017-0325

คุณนายแม่กับเบาะสีสันภายในรถไฟขบวน Limited Express Aso Boy

MDC-Japan2017-0322

ภายในขบวนรถไฟ Aso Boy ต้อนรับด้วยการ์ตูนหมาดำคุโร่ ( Kuro ) ทั้ง 4 ตู้

MDC-Japan2017-0326

MDC-Japan2017-0327

MDC-Japan2017-0328

ทุกพื้นที่ของรถไฟขบวนนี้ออกแบบอย่างใส่ใจในรายละเอียดมากไม่ว่าจะประตู ที่นั่ง หน้าต่าง จะมีเจ้าหมา Kuro ในทุกส่วนของรถไฟ

MDC-Japan2017-0329

ตู้ที่ 3 นี้จะมีความพิเศษหน่อยเพราะถูกออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ เป็นตู้ที่ใส่กิมมิคเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ ที่นั่งพิเศษสองไซส์ ห้องสมุด รวมไปถึงสนามเด็กเล่น ซึ่งรถไฟขบวนนี้ก็คือการที่คุณเอจิใส่สนามเด็กเล่นเข้าไปในขบวนรถเลย ไหนๆ Aso Boy ก็แปลว่า “ มาเล่นกัน ” อยู่แล้วนี่

MDC-Japan2017-0330

เพราะคำว่า Aso Boy เมื่อออกเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่น จะออกเสียงได้ว่า “อะโสะโบ้” ที่แปลว่า “มาเล่นกัน” แค่พ่อแม่บอกกับเด็กๆ ว่า วันหยุดนี้ จะพาไปนั่งรถไฟขบวน “ มาเล่นกัน ” ที่นั่งตรงตู้นี้สำหรับผู้ปกครองที่มากับเด็กโดยเฉพาะเพราะจะมีที่นั่งของผู้ใหญ่และเด็กติดกัน จะมีขนาดไม่เท่ากัน โดยที่นั่ง A ติดทางเดินจะมีขนาดปกติ ส่วนที่นั่ง B ติดหน้าต่างจะเป็นที่นั่งขนาดเล็ก ซึ่งคุณเอจิ ได้คิดเผื่อไปถึงเด็กๆ ว่าเวลาที่นั่งรถไฟเด็กๆ จะได้รู้สึกเหมือนมีที่นั่งเฉพาะของตัวเอง โดย A ย่อมาจากคำว่า Adult แปลว่าผู้ใหญ่ ส่วน B ย่อมาจากคำว่า Boy ซึ่งแปลว่าเด็ก และเป็นการเล่นคำ กับคำว่า Aso Boy อีกด้วย

MDC-Japan2017-0331

นอกจากนั้นตู้นี้ยังมีร้าน Cafe ของรถไฟขบวนนี้ตั้งอยู่ คาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่ม ขนม ของว่าง ข้าวกล่อง และของที่ระลึกต่าง ๆ ของขบวน Limited Express Aso Boy

MDC-Japan2017-0332

อุดหนุนของฝากกลับไปฝากเพื่อนนิดหน่อย เพราะของส่วนใหญ่บางอย่างก็หมดแล้ว

MDC-Japan2017-0333

บังเอิญเจอเจ้าหน้าที่กำลังนำป้ายมาให้ถ่ายรูปกันพอดี ป้ายบนรถไฟ Aso Boy จะมีโชว์แสดงวันที่นั้น ๆ เพื่อให้รู้ว่าเรามาขึ้นขบวนนี้วันไหนเก็บไว้เป็นที่ระลึ เราจะถ่ายเองหรือให้เจ้าหน้าที่สาวสวยถ่ายให้ก็ได้ครับ

MDC-Japan2017-0334

MDC-Japan2017-0335

MDC-Japan2017-0336

MDC-Japan2017-0337

MDC-Japan2017-0338

MDC-Japan2017-0339

MDC-Japan2017-0340

MDC-Japan2017-0341

มาถึงของสะสมอีกหนึ่งอย่างในรถขบวนนี้คือไปประทับตราที่ระลึกกันเถอะ

MDC-Japan2017-0342

ขอบใบโปสการ์ดรถไฟที่ระลึกขอได้ฟรีคนละ 1 อันแล้วมาประทับตรากลับไปเป็นที่ระลึกกันเลย

MDC-Japan2017-0343

MDC-Japan2017-0344

MDC-Japan2017-0345

เดินถ่ายรูปภายในรถไฟหมดแล้ว ก็กลับมานั่งกินไอศครีมที่ซื้อมาจาก Cafe บนรถมานั่งกินอร่อยใช้ได้

MDC-Japan2017-0346

MDC-Japan2017-0347

เวลา 50 นาทีนั้นสั้นจังเลย เจ้าหน้าที่ประกาศว่าใกล้ถึงสถานี Hakata Station แล้วซึ่งเป็นปลายทางรถไฟจะหยุดให้บริการในสถานีหน้า

MDC-Japan2017-0348

MDC-Japan2017-0349

แล้วผมก็ลงมาก่อนเมื่อถึงสถานี Hakata Station เดินถ่ายรูปรอบข้างขบวนกันนี้ มาดูว่าเจ้าหมา Kuro มีแบบไหนกันบ้าง

MDC-Japan2017-0350

ส่วนด้านหน้าและท้ายขบวนจะเหมือนกันจะมี 2 ชั้นคนขับจะนั่งด้านบนด้านล่างก็จะเป็นห้องที่เราเห็นวิวรอบด้านนั้นละครับ

MDC-Japan2017-0351

ด้านข้างมีเขียนไว้ว่าขบวน Limited Express Aso Boy เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2011

MDC-Japan2017-0352

MDC-Japan2017-0353

MDC-Japan2017-0354

MDC-Japan2017-0355

MDC-Japan2017-0356

MDC-Japan2017-0357

MDC-Japan2017-0358

ก่อนที่รถไฟ Limited Express Aso Boy จะออกจากสถานี ทางเจ้าหน้าที่บนรถไฟก็ทะยอยกันออกมาเมื่อรถไฟออก เขาก็จะโค้งคำนับกันตามธรรมเนียม

MDC-Japan2017-0359

รถไฟก็วิ่งหายไปเป็นช่วงเวลา 50 นาทีที่ประทับใจจริง ๆ กับขบวนรถไฟ Limited Express Aso Boy

MDC-Japan2017-0360

วันนี้ครบเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้ง 2 อย่างแล้ว ต่อจากนี้ไปไหนกันดีถามในทีม มีเพื่อนคนนึงพึ่งเคยมาญี่ปุ่นเขาอยากลองนั่งรถไฟหัวกระสุนหรือ Shinkansen ผมก็เลยบอกได้งั้นเดียวไปเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto ) เพราะเส้นทางไปยังเมืองนี้ เราสามารถใช้ North Kyushu Area Pass นั่ง Shinkansen ได้

MDC-Japan2017-0361

ขึ้นไปรอรถไฟ Shinkansen Sakura 559 รอบเวลา 16.45 น. ไปยังเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto ) ไม่ได้จองไว้ก็ขึ้นตู้ Non – Reserved ได้ไม่มีปัญหา

MDC-Japan2017-0362

รอสักพักก็มาแล้ว Shinkansen Sakura 559 ขบวนนี้วิ่งมาจากต้นทางสถานี Shin-Osaka Station จากภูมิภาคคันไซ ปลายทางอยู่ที่สถานี Kagoshima-Chuo Station สถานีใต้สุดของภูมิภาคคิวชู

MDC-Japan2017-0363

จากสถานี Hakata Station ไปยังสถานี Kumamoto Station นั่งรถไฟ Shinkansen Sakura ใช้เวลาเพียงแค่ 38 นาทีก็ถึงเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto )

MDC-Japan2017-0364

ถึงสถานี Kumamoto Station ตามเวลา 17.23 น.เดินลงตามคนไปเลย ต้องบอกว่าเส้นทางนี้คนเยอะมาก ๆ ตู้ Non – Reserved ที่ผมขึ้นมาคนแทบจะยืนกันเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0367

สถานี Kumamoto Station เปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควรคราวก่อนที่ผมมาปี 2015 นั้นยังมีการปรับปรุงตัวภายในอาคารและด้านนอกของสถาน ตอนนี้ทุกอย่างสวยงามและใหญ่โตกว่าเดิม

MDC-Japan2017-0365

MDC-Japan2017-0366

เดินลงมาก่อนถึงทางเข้าห้องน้ำ เราก็จะเจอสัญลักษณ์ของเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto ) เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนั้นคือเจ้าหมีเกรียน ” คุมะมง ” Kuma-mon รอต้อนรับถ่ายรูปด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำหัวใหญ่มาก ๆ

MDC-Japan2017-0368

ที่นี้เราจะเข้าเมืองกันวิธีการเดินทางในเมืองที่ง่ายก็ขึ้นไปขึ้นรถรางหรือที่เรียกว่า Tram กันครับ ก็เดินออกไปทาง Shirakawa Gate ( East Gate )

MDC-Japan2017-0369

ที่นี้ผมก็ถามว่าอยากไปไหนบ้างจะไปเดินถนนคนเดินเลยไหม พี่ ๆ ในทีมบอกว่าขอไปดูสักหน่อยที่ตัวปราสาทคุมาโมโต้ ( Kumamoto Castle ) เพราะเห็นได้ข่าวว่าใช้เวลาซ่อมอีก 20 ปี พี่ ๆ บางคนบอกตอนนี้ฉันอายุ 50 แล้วซ่อมอีก 20 ปีพอดีอายุ 70 อาจจะมาไม่ไหวแล้ว ยังไงขอไปดูซักหน่อย ก็ได้จัดไป

ก็เลยเดินไปซื้อตั๋วขึ้น Tram แบบ 1 วันกี่รอบก็ได้ในราคา 500 เยน ถามว่าคุ้มไหมอาจจะขาดทุนนิดหน่อย แต่พี่ ๆ เขาอยากได้บัตรเป็นที่ระลึกว่ามาถึงเมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto )

MDC-Japan2017-0370

เดินออกมารอที่สถานีรถราง ( Tram ) ด้านหน้าสถานี Kumamoto Station ซึ่งตรงนี้จะเป็นสถานีที่ 3 ของรถรางสาย A

แผนที่แสดงการวิ่งของรถรางในเมืองคุมาโมโตะ อย่างเราจะไปปราสาทคุมาโมโตะ เราต้องไปลงป้าย Kumamoto Castle / City Hall หรือป้ายหมายเลข 10

MDC-Japan2017-0372

MDC-Japan2017-0373

MDC-Japan2017-0371

นั่งรถรางจากหน้าสถานี Kumamoto Station มาลงยังป้าย 10 ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 20 นาที ก็ถึงแล้วครับ

MDC-Japan2017-0374

รอบข้างและตัวปราสาทคุมาโมโต้ ( Kumamoto Castle ) ที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวนั้นต้องบอกเลยเสียหายมากมาย ซึ่งตอนนี้ทางเมืองกำลังเร่งฟื้นฟูให้กลับมาสวยดังเดิม

รูปนี้เป็นรูปในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับรูปด้านบนซึ่งผมได้ถ่ายไว้ตอนมาเที่ยวปราสาทคุมาโมโต้ ( Kumamoto Castle ) ในปี ค.ศ.2015 ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวกำแพงนั้นเสียหายอยู่เยอะ

MDC-Japan2017-0375

MDC-Japan2017-0376

MDC-Japan2017-0377

ตรงจุดบริเวณที่เสียหายทางเมืองมีภาพตอนที่ปราสาทสมบูรณ์มาติดให้ชมว่าก่อนเกิดแผ่นดินไหว ว่าเคยสวยงามขนาดไหนมาก่อน หวังว่าจะกลับมาสวยได้ดังเดิมอีกครั้ง

MDC-Japan2017-0378

รูปปั้นท่านคาโตะ คิโยมะสะ อดีตไดเมียวของเมืองคุมาโมโตะ ที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

MDC-Japan2017-0379

ตัวปราสาทคุมาโมโต้ ( Kumamoto Castle ) เขายังไม่ให้เข้าไปชมได้นะครับต้องรอซ่อมก็ตามที่แจ้งไปอย่างน้อย 20 ปี ในการบูรณะครั้งนี้ ผมก็เลยเดินไปยังด้านข้างของตัวปราสาทจะมีร้านขายของที่ระลึกที่เรียกว่า Sakurano baba Josaien

MDC-Japan2017-0380

MDC-Japan2017-0381

สวยดีตู้กดน้ำที่ทำลวดลายภาพปราสาทคุมาโมโต้ ( Kumamoto Castle )

MDC-Japan2017-0382

Sakurano baba Josaien ออกแบบและตกแต่งสไตล์ย้อนยุคให้เข้ากับบรรยากาศเมืองเก่าของปราสาท ซึ่งจะมีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก ขนมขึ้นชื่อของเมืองคุมาโมโต้

MDC-Japan2017-0383

MDC-Japan2017-0385

แวะกินซิครับรออะไร ไอศครีมชาเขียวแท้ ๆ อันละ 300 เยน

MDC-Japan2017-0384

MDC-Japan2017-0386

พี่ที่ทำงานกับคุณนายแม่นั่งชิว ๆ กินไอศครีม ถือว่านั่งพักหลังจากวันนี้ตั้งแต่เช้าเราไปมาหลายที่แล้ว แต่เนื่องจากอากาศที่ไม่ร้อนเลย แม่บอกเดินสบายถ้าเป็นเมืองไทยเดินแค่ 2 ชม.ก็แย่แล้ว นี้เดินได้ทั้งวัน

MDC-Japan2017-0387

ได้ของติดไม้ติดมือกันแล้วก็ถึงเวลาที่จะไปต่อแล้วไปหาอะไรกินและซื้อของที่ ย่านช้อปปิ้งใจกลางเมืองคุมาโมโต้ Kamitori , Shimotori , Sun Road Shin-shigai

MDC-Japan2017-0388

เดินกลับมาขึ้นรถรางที่สถานีเดิม ก็เดินตามทางเดินเลียบคลองรอบปราสาทกลับไป

MDC-Japan2017-0389

มารอรถรางสาย A เพื่อไปสถานี Karashimacho หรือป้ายหมายเลข 8 เป็นรถรางทางที่กลับไปยังสถานี Kumamoto Station

MDC-Japan2017-0390

ตรงป้ายที่ 10 สถานี Kumamoto Castle / City Hall จะมีรถรางผ่านทั้งสาย A และ B เราดูข้างรถดี ๆ นะครับ สาย B ไปไม่ได้ต้องสาย A เท่านั้น

MDC-Japan2017-0391

รถรางที่เราขึ้นเป็นรถรุ่นเก่าแบบตอนเดียว แต่สภาพยังดีอยู่มาก ภาพด้านในของรถรางที่เราขึ้นต้องบอกว่าถึงจะเก่าแต่ความสะอาดและการดูแลนั้นดีมาก ๆ

MDC-Japan2017-0392

ถึงป้าย Karashimacho หรือป้ายหมายเลข 8 ก็ลงกันเลย จะเจอทางเข้าเห็นได้ชัดว่าเขียนว่า Sun Road Shin-shigai

MDC-Japan2017-0393

มายืนรอข้ามถนน ตรงแถวนี้คือถนนช้อปปิ้งหลักๆทั้งหมด 3 สาย คือ คามิโทริ ซึโมโทริ และถนนซันชินซึไก ( Kamitori , Shimotori , Sun Road Shin-shigai ) ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน ซึ่งเป็นย่านที่คึกคักมากที่สุดของตัวเมืองคุมาโมโต้ ( Kumamoto )

MDC-Japan2017-0394

ก่อนจะช้อปปิ้ง หาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ด้านในมีร้านอาหารมากมายให้เลือกกันเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0395

ทุกคนลงความเห็นขอร้านอะไรก็ได้ที่ได้เร็ว ๆ จะได้มีเวลาเดินไปช้อปปิ้ง ผมก็เลยเลือกร้านนี้ Yayoiken จะเป็นอาหารจานเดียวที่สำคัญรายการอาหารนั้นมืภาษาไทยด้วย ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะกดสั่งอาหารที่ตู้ผิด

MDC-Japan2017-0396

เวลาเปิดปิดของร้านนี้เรียกว่าปิดกันดึกทีเดียวตี 4 !!! รับออเดอร์สุดท้าย ตี 3 ครึ่ง เรียกว่าใครหิวดึก ๆ มากินร้านนี้ได้

MDC-Japan2017-0397

ราคาอาหารไม่แพงครับเป็นชุดเราเลือกเอาเลยตั้งแต่ 700 เยนถึง 1,000 เยน ตามแต่เราจะกินอะไร ส่วนข้าวนั้นเติมได้ตลอดไม่อั้น

MDC-Japan2017-0398

MDC-Japan2017-0399

ทานเสร็จเรียบร้อยก็แยกย้ายกันเลยใครอยากไปร้านไหนก็ไปซื้อกันตามสบาย แต่นัดเวลามาเจอกันด้านหน้าที่มีป้าย Sun Road Shin-shigai กันตอน 3 ทุ่ม

MDC-Japan2017-0431

ส่วนผมเดินตามแม่กับเพื่อนไปซื้อของในร้านขายยา ” Matsumoto Kiyoshi ” การเข้าไปครั้งนี้ของฝากเพื่อนที่ทำงานล้วน ๆ ส่วนเพื่อนเรียกว่าละลายทรัพย์กันเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0432

เอาเป็นว่าดูป้ายราคาตามรูปเลยละกัน ถือตระกร้าให้คุณนายแม่ เลยต้องใช้มือถือถ่ายราคาสินค้าให้ชมละกันครับ

MDC-Japan2017-0433

MDC-Japan2017-0434

MDC-Japan2017-0436

MDC-Japan2017-0437

MDC-Japan2017-0438

MDC-Japan2017-0435

MDC-Japan2017-0439

MDC-Japan2017-0440

MDC-Japan2017-0441

MDC-Japan2017-0442

อันนี้ยังไม่หมด เดินกันเป็นชั่วโมงโดนกันไปคนละไม่น้อยถ้วนหน้าทุกคน ^^

MDC-Japan2017-0400

ถึงเวลา 3 ทุ่มทุกคนมากันถือถุงหิ้วกันเต็มมือทุกคน เราก็เตรียมตัวเดินทางกลับไปยังสถานี Kumamoto Station

MDC-Japan2017-0401

MDC-Japan2017-0402

ข้ามไปยืนรอรถรางสาย A กลับไปยังสถานี Kumamoto Station

MDC-Japan2017-0403

อีกอย่างถ้าใครนั่งรถรางแล้วกลัวว่าจะลงป้ายไม่ถูก ไม่ต้องกลัวว่าจะลงไม่ถูกนะครับเพราะจะมีป้ายไฟบอกสถานีหน้ามีภาษาอังกฤษ ง่ายต่อการขึ้นลงรถรางมาก ๆ ถ้าไม่ซื้อตั๋วแบบ 1 Day Pass จะจ่ายเป็นรอบ ๆ ก็ได้ครับผู้ใหญ่คนละ 170 เยน เด็ก 90 เยน วันนี้นับไป ๆ มา ๆ ก็ทั้งหมด 3 รอบ รอบละ 170 เยนก็เป็นเงิน 510 เยน ซื้อพาส 500 เยน ได้กำไรมา 10 เยน ^^

MDC-Japan2017-0404

ส่วนใครไม่ได้ใช้พาสจ่ายเงินเป็นรอบ ๆ ก็ได้ครับ หรือจะจ่ายด้วยบัตร IC Card ก็ได้สะดวกมากเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0405

มาถึงสถานี Kumamoto Station ก้ไปทาง Shinkansen Gate ( West Gate ) หรือตามเจ้าหมาคุโรไปเลย

MDC-Japan2017-0406

ตามทางโปรโมตน่าดูกับรถไฟบวนพิเศษขบวนใหม่ของเกาะคิวชูนั้นคือขบวน Limited Express Kawasemi Yamasemi ที่พึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 4 เดือน มี.ค. 2017 ที่ผ่านมานี้เอง

MDC-Japan2017-0407

MDC-Japan2017-0408

แนวกำแพงทางเดินไปยัง Shinkansen Gate ( West Gate ) ยังคงเจ้าหมาดำ Kuro ไว้เพราะแต่เดิมขบวนรถไฟ Limited Express Aso Boy จุดเริ่มต้นอยู่ที่สถานีแห่งนี้

MDC-Japan2017-0409

เดินไปตามป้ายเลยครับ Kyushu – Shinkansen Entrance ส่วนทางขวามือจะเป็นรถไฟสาย Local Line

MDC-Japan2017-0410

ทางไป Local Line Transfer Gate ตรงนี้ก็เป็นพวกขบวนสาย Local JR Kagoshima Line เป็นต้น นอกจากสาย Local แล้วขบวนพิเศษอย่าง Limited Express Kawasemi Yamasemi , A-Train , SL Hitoyoshi , Isaburo / Shinpei ล้วนขึ้นที่ต้นทางตรงนี้ที่สถานี Kumamoto Station ทั้งนั้น

MDC-Japan2017-0411

มาวันกันที่รถไฟ Limited Express Kawasemi Yamasemi ต้นทางเริ่มที่สถานี Kumamoto Station ไปยังสถานี Hitoyoushi Station รถไฟ Kawasemi Yamasemi เป็นรถไฟ 2 ตู้ ตู้แรกชื่อ Kawasemi ตู้ที่ 2 ชื่อ Yamasemi โดยชื่อของรถไฟขบวนนี้มาจากชื่อนกกระเต็น 2 สายพันธุ์ ที่บินอยู่ท่ามกลางหุบเขาและแม่น้ำคุมะ รถไฟขบวนนี้จึงเปรียบเสมือนนกกระเต็นสองตัวที่บินอย่างร่าเริง เลียดแม่น้ำคุมะสีเขียวมรกตเป็นทางยาวโค้งไปมาผ่านภูเขา

ถ้าจะใช้พาสจองขบวนนี้ใช้พาสที่จองได้คือ JR Pass แบบทั่วประเทศ , Southern Kyushu Area Pass และ All Kyushu Area Pass เท่านั้นถึงจะจองขบวนนี้ได้

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและตารารถไฟ Limited Express Kawasemi Yamasemiได้ที่นี้ >> http://www.jrkyushu.co.jp/english/train/kawasemi_yamasemi.html

MDC-Japan2017-0412

ยังไม่ถึงเวลารถไฟที่เราจองไว้ก็นั่งเล่นด้านล่างของสถานีก่อน จะเห็นป้ายอันใหญ่จะเป็นรูปรถไฟขบวนต่าง ๆ ที่มีจุดเริ่มต้นจากสถานี Kumamoto Station

MDC-Japan2017-0413

มาดูตู้ Coke สีดำที่ตั้งอยู่ในสถานีเห็นแล้วน้ำเยอะแยะจนไม่รู้จะดื่มอะไรดี

MDC-Japan2017-0414

ตู้ขายน้ำอัตโนมัติปัจจุบันสามารถใช้บัตร IC Card จ่ายแทนเงินสดได้แล้วเช่นกัน

MDC-Japan2017-0415

ถึงเวลาแล้วเราขึ้นไปยังชานชาลา รอรถไฟกลับสถานี Hakata Station กันเถอะ

MDC-Japan2017-0416

MDC-Japan2017-0417

ขึ้นไปด้านบนตอนนี้ประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ จะเห็น Shinkansen Tsubame มาจอดกันอยู่เต็มไปหมดเพราะบางขบวนจะมาจอดสถานีสุดท้ายที่นี้

MDC-Japan2017-0418

MDC-Japan2017-0420

ผมคิดว่าที่เมืองคุมาโมโตะ ( Kumamoto ) น่าจะมีศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ของ Shinkansen ของ JR Kyushu Railway อยู่ก็เป็นได้ ปล.คิดเอง

MDC-Japan2017-0421

MDC-Japan2017-0419

ใกล้ถึงเวลาแล้วที่ขบวน Shinkansen Tsubame 352 จะเข้ามาเวลา 22.35 น. จะเข้ามาแล้วเตรียมตัวกลับ

MDC-Japan2017-0422

สังเกตเห็นตรงประตูที่เปิดขึ้นรถไฟนอกจากจะมีตัวหนังสือบอกแล้วยังมีอักษรเบรลล์ สำหรับคนตาบอด ได้ทราบว่าตรงนี้คือตู้ไหนของขบวนไหน นับว่าญี่ปุ่นใส่ใจกับผู้พิการเป็นอย่างมาก

MDC-Japan2017-0423

กำลังเข้ามาแล้ว Shinkansen Tsubame แต่ตัวรถดันเป็นขบวน Shinkansen Series 700 ( Series 700 และ 700A ส่วนใหญ่จะวิ่งในภูมิภาคคันโตและคันไซ ) ซึ่งปรกติ Shinkansen Tsubame จะเป็น Shinkansen Series 800 จะวิ่งแค่ภายในเกาะคิวชูเท่านั้น

จากสถานี Kumamoto Station ไปยังสถานี Hakata Station นั่งรถไฟ Shinkansen Tsubame ใช้เวลาเพียงแค่ 50 นาที เข้าใจว่าเพราะใกล้เป็นขบวนสุดท้ายแล้ว ( ขบวนสุดท้าย 23.15 น. ) เลยจอดส่งคนทุกสถานีก่อนถึงสถานี Hakata Station

MDC-Japan2017-0424

สงสัยจะเป็นรถที่เอามาเสริมก็ได้ครับ ข้างตัวรถเขียนไม่ผิดคือ Tsubame 352

MDC-Japan2017-0425

ขึ้นรถไฟได้ก็สิ่งแรกคือหาที่เสียบไฟมือถือ เพราะแต่ละคนเล่นกันจนจะหมดอัพรูปตลอดการเดินทาง ได้นั่งพักสายตา ( หงีบหลับนั้นเอง ) อีก 50 นาทีกว่าจะถึงที่หมาย

MDC-Japan2017-0426

อันนี้ก็ไม่รู้ว่าแม่นขนาดไหนลองเอา App ของ Mi Band ของ Xiaomi ที่ผมใส่ติดตัวมาวัดว่าวันนี้เดินไปแล้วกี่ก้าว มันแสดงผลออกมา 13,892 ก้าว อันนี้ไม่รู้ว่าเชื่อถือ App ได้ไหม ใครอยากรู้ก็ลองมาวัดก้าวกันดูนะครับ

MDC-Japan2017-0427

แล้วเราก็มาถึงสถานี Hakata Station ราวจะ 5 ทุ่มครึ่ง ๆ เดินกลับไปโรงแรมพอดีเกือบ ๆ เที่ยงคืน

MDC-Japan2017-0428

รถไฟ Shinkansen Series 500 ของ JR West ก็เข้ามาจอดเหมือนกัน ขบวนนี้สร้างแพงที่สุดในประวัติศาสตร์รถไฟ Shinkansen และเตรียมใกล้ปลดเกษียณอายุการใช้งานแล้ว แต่ยังดูใหม่อยู่เลยรุ่นนี้ละครับที่ทำรถไฟขบวนพิเศษ Shinkansen Evangelion วิ่งจากสถานี Hakata Station ไปยังสถานี Shin-Osaka ใน Class ของ Kodama ( Kodama คือ Class ความเร็วช้าสุดของ Shinkansen สาย Sanyo Line ของภูมิภาคคันไซ เพราะมันจอดทุกสถานีเลยถึงช้ากว่าชาวบ้าน )

MDC-Japan2017-0429

ตอนเดินออกจากสถานีก็เข้าช่องทางของผู้ที่มี Rail Pass Gate ชูบัตรเบ่งหรือ North Kyushu Area Pass ของเราให้เจ้าหน้าที่ดูเท่านั้นเองครับ

MDC-Japan2017-0430

ออกจากสถานี Hakata Station ออกยังทางเดิมฝั่งประตู Chikushi Gate เดินไปอีก 10 นาทีก็ถึงโรงแรม ระหว่างทางก็แวะซื้อของกินน้ำใน 7-11 ก่อนถึงโรงแรมมีร้านสะดวกซื้อตลอดทาง

และก็จบการเดินทางในวันที่ 2 ของการเดินทางเพียงเท่านี้

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ

ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางตอนที่ 3 ได้ที่นี้ >> ตอนที่ 03 : บันทึกการเดินทาง ::: เที่ยวเมืองเล็ก ๆ อย่าง Kitsuki และกลับไปยัง Yufuin อีกครั้ง :::

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E Mail : Mydesign-club@windowslive.com หรือทาง Line ID : MDC-TH นะครับ


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...