บันทึกการเดินทาง Travel Japan 2017 ::: ” คิวชู ” เกาะใต้ของญี่ปุ่นที่ต้องกลับไปอีกครั้ง :::

MDC-Japan2017-0001

Travel Japan 2017 : Day 1 ” คิวชู ” เกาะใต้ของญี่ปุ่นที่ต้องกลับไปอีกครั้ง

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

+

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 01 : บันทึกการเดินทาง ::: ” คิวชู ” เกาะใต้ของญี่ปุ่นที่ต้องกลับไปอีกครั้ง ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 02 : บันทึกการเดินทาง ::: พาไปนั่งรถไฟขบวน Aso Boy ! ” แต่ ” ผิดแผนที่สวน Kawachi Fuji Garden  :::

+ ตอนที่ 03 : บันทึกการเดินทาง ::: เที่ยวเมืองเล็ก ๆ อย่าง Kitsuki และกลับไปยัง Yufuin อีกครั้ง :::

+ ตอนที่ 04 :

+ ตอนที่ 05 :

Day 1  วันเริ่มต้นการเดินทาง ผมขอรวมวันเดินทางกับวันที่ถึงคิวชูรวมกันเป็นวันแรกนะครับ วันที่ 21 เม.ย. 2017 วันแรกของการเดินทางในครั้งนี้ที่จะไปยังเกาะใต้ของญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าภูมิภาค ” คิวชู ” ( Kyushu ) ซึ่งเมื่อปี 2015 ผมเคยมาที่นี้ครั้งนึงแต่มีเวลาเที่ยวอยู่ 2 วัน รอบนี้เลยจัดเต็มกับเวลาภายใน 5 วันเพียงแค่ North Kyushu อย่างเดียวเรียกว่ายังเก็บไม่หมดเลย สงสัยต้องมีกลับไปอีกครั้งเพราะสถานีที่เที่ยวเยอะมาก ถ้าจะเที่ยวครบทั้งเกาะคิวชูคงต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์แน่ ๆ

การเดินทางในครั้งนี้มีผู้ร่วมทริปไปด้วยรวมผมก็ 10 คนด้วยกัน คนที่ขาดไม่ได้ทุกทริปก็คือ ” แม่ ” ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามต้องพาเข้าไปด้วยเสมอ ครั้งนี้จองตั๋วไม่ได้จองนานครับ จองช่วงต้น ก.พ. ของปีนี้เอง และเป็นครั้งแรกที่จองสายการบินที่เป็น Full Service อย่างสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ( Vietnam Airlines ) โดยปรกติจะจองแต่สายการบินที่เป็น Low Cost แต่รอบนี้อยากไปคิวชู ซึ่งตอนปี 2015 ไปกับสายการบิน Jetstar แต่ปัจจุบันเขายกเลิกเส้นทางจากไทยไปแล้ว และตัวเลือกในครั้งนี้มันถูกที่สุดแล้วถ้าเปรียบเทียบกับสายการบินเจ้าอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน ได้ตั๋วของเวียดนาม แอร์ไลน์ แบบ Transit หรือต่อเครื่อง ได้ในราคา 9,000 กว่าบาท ซึ่งตรงนี้เรียกว่าคุ้มมากกับการ Load กระเป๋าได้ถึง 30 กก. ต่อคน และอาหารเครื่องดื่มฟรีตลอดการเดินทาง ติดตามการเดินทางในครั้งนี้ได้เลยครับ

MDC-Japan2017-0002

การเดินทางครั้งนี้ทีมเราเลือกเดินทางกับสายการบิน Full Service สายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ( Vietnam Airlines ) หาอ่านมาเขาว่าสายการบินนี้อยู่ในระดับ 4 ดาว ซึ่งเทียบเท่ากับการบินไทย การเดินทางทริปนี้เราเดินทางในช่วงเวลา 21 เม.ย. – 28 เม.ย. 2017 ขาไปเดินทาง 21 เม.ย. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 19.05 น. ไปถึงสนามบิน ฮานอย ประเทศเวียนามเวลา 21.05 น. เพื่อไปรอเปลี่ยนเครื่อง และออกจากสนามบิน ฮานอย ประเทศเวียดนามเวลา 01.30 น. ไปยังสนามบิน ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นเวลา 07.20 น.ของวันที่ 22 เม.ย. 2017 ตามเวลาประเทศญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าประเทศไทยอยู่ 2 ชม.

Website จองตั๋วสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ( Vietnam Airlines ) >> https://www.vietnamairlines.com/

MDC-Japan2017-0003

ส่วนการเดินทางขากลับเดินทางวันที่ 27 เม.ย. 2017 ออกจากสนามบิน ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นเวลา 10.30 น.ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น ไปถึงยังสนามบิน โฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนามเวลา 13.50 น.ตามเวลาประเทศเวียดนาม ( ประเทศเวียดนามกับประเทศไทย เวลาเดียวกันนะครับ ) และเราเลือก Transit อีกวันเลยคือขออยู่เที่ยวนครโฮจิมินห์อีกประมาณครึ่งวัน แล้วค่อยเดินทางกลับในวันที่ 28 เม.ย. 2017 จากสนามบิน โฮจิมินห์ ซิตี้ ประเทศเวียดนามเวลา 11.35 น. มาถึงยังสนามบิน สุวรรณภูมิ ประเทศไทยเวลา 13.10 น.

MDC-Japan2017-0004

ก่อนเดินทางเราต้องหาข้อมูลการเดินทางก่อนอื่นต้องรู้ว่าเกาะ ” คิวชู ” ( Kyushu ) มันอยู่ตรงไหนของญี่ปุ่น ตามแผนที่มันอยู่ตอนล่างสุดของประเทศญี่ปุ่นอยู่ประมาณตรงข้ามกับเกาหลีใต้เลย ( ในกรอบสีแดงที่วงไว้ ) ส่วนการเดินทางในครั้งนี้เรามีเวลา 5 วันซึ่งเวลาน้อยมากไม่สารมารถจะเที่ยวทั้งเกาะได้ เลยเลือกแค่เดินทางเที่ยวในเขตเหนือของคิวชูหรือที่เรียกว่า ” นอร์ท คิวชู ” ( North Kyushu ) การเดินทางในครึ่งนี้เราใช้บริการรถไฟของภูมิภาคนี้ คือ JR Kyushu Railway เพราะการเดินทางในคิวชูนั้นง่ายมากมีรถไฟไปถึงเกือบสถานีที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่ง ซึ่ง JR Kyushu Rail Pass ของคิวชูมีด้วยกัน 3 แบบด้วยกัน

1. North Kyushu Area Pass ( เขตคิวชูตอนเหนือ ) : จะมีแบบ 3 วันราคา 8,500 เยน สามารถจองที่นั่งได้ 10 ครั้ง และแบบ 5 วันราคา 10,000 เยน สามารถจองที่นั่งได้ 16 ครั้ง

2. Southern Kyushu Area Pass ( เขตคิวชูตอนใต้ ) : จะมีแบบ 3 วันราคา 7,000 เยน สามารถจองที่นั่งได้ 10 ครั้ง

3. All Kyushu Area Pass ( ทั่วทั้งเกาะคิวชู ) : จะมีแบบ 3 วันราคา 15,000 เยน สามารถจองที่นั่งได้ 10 ครั้ง และแบบ 5 วันราคา 18,000 เยน สามารถจองที่นั่งได้ 16 ครั้ง

ในการเดินทางครั้งนี้เราใช้พาส North Kyushu Area Pass ( เขตคิวชูตอนเหนือ ) แบบ 5 วันราคา 10,000 เยน สามารถจองที่นั่งได้ 16 ครั้ง

* เพิ่มเติมการจองที่นั่งถูกกำหนด 10 และ 16 ครั้งตามพาสที่ใช้งาน ถามว่าถ้าจองที่นั่งครบแล้วเรายังใช้พาสได้อยู่ไหม ตอบว่าได้ครับเพียงแต่ต้องขึ้นรถไฟที่ตู้ Non – Reserved เท่านั้นเองและใช้เดินทางได้ตามกำหนดวันตามพาสที่เราซื้อ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของพาสได้ที่นี้ >>

ทั้งนี้ผู้ที่ถือ JR Pass แบบทั่วประเทศสามารถใช้ในภูมิภาคคิวชูได้เช่นกัน

JR Kyushu Railway ถือว่าเป็นเจ้าของการออกแบบรถไฟที่ไม่เหมือนภูมิภาคอื่น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นของคิวชู ยกตัวอย่างเช่น ขบวน Limited Express Yufuin no Mori , ขบวน Limited Express Aso Boy! , Limited Express A-TRAIN และอีกมายซึ่งเรียกว่าเยอะมากถ้าจะตามนั่งครบ เพราะแต่ละขบวนอาจไม่ได้วิ่งทุกวัน สามารถเข้าไปดูตารางการวิ่งรถไฟแต่ละขบวนได้ที่ >> https://www.jrkyushu.co.jp/

MDC-Japan2017-0005

มาถึงขั้นตอนการหาข้อมูลว่าจะเที่ยวไหนดีจะไปยังไง ปัจจุบันไม่ยากเลยครับเพียงใช้ Google ทุกอย่างมีคำตอบอยู่ในนั้นทั้งหมดเรียกว่าหาข้อมูลและรีวิวได้ง่าย ๆ มาก และปัจจุบัน Website ท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีอยู่มากมายหาอ่านได้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะมากทั้งห้องบลูแพนเน็ต จาก Pantip เป็นต้น

ส่วนการหาขบวนรถไฟว่าจะต้องขึ้นขบวนไหน เวลากี่โมง ก็ยังคงใช้ hyperdia เช่นเดิม >> http://www.hyperdia.com/

MDC-Japan2017-0006

เรื่องของห้องพักเลือกใช้การจองจาก Agoda ในการจองโรงแรมที่คิวชูรอบนี้ เป็นการจองแล้วไปจ่ายเงินที่นั้นทั้งโรงแรม Arc inn Kurosaki และ Hotel New Gaea Hakata-Eki Minami ส่วนโรงแรมที่เวียดนาม Meraki Boutique Hotal ตัดจากบัตรเครดิตเลย

การเดินทางรอบนี้ แม่ ไม่อยากย้ายที่โรงแรมหลายครั้งจึงปักหลักที่ฟุกุโอกะ แล้วนั่งรถไฟออกไปเที่ยวยังนอกเมืองแทน ( ไปแต่เช้ากลับแต่ดึกนั้นเอง ^^! )

MDC-Japan2017-0007

การเดินทางไปต่างประเทศการทำประกันไว้จะเป็นอะไรที่ปลอดภัยที่สุด จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาตามหน้าข่าวที่ได้อ่านกัน การเดินทางไปญี่ปุ่นรอบนี้โชคดีมาก พอดีได้ SMS จากทาง True ว่าผู้มีบัตร True Black Card ตั้งแต่นี้จนถึง ปี 2561 สามารถได้ประกันการท่องเที่ยวต่างประเทศได้ฟรี 1 ครั้งจาก Allianz C.P. ผมก็เลยโทรไปติดต่อขอใช้บริการ ทางเจ้าที่ True Black Card ก็รับเรื่องแล้วก็ส่งกรมธรรม์คุ้มครองครั้งนี้มาให้ผ่านทาง E Mail

MDC-Japan2017-0008

ส่วนของแม่ และเพื่อนร่วมทริปเลือกใช้ประกันภัย Travel Joy ของ Sompo ประกันภัย ซึ่งมี 3 แผนให้เราเลือก ผมเลือกแผน B ตกราคาประมาณ 500 บาท ก็ถือว่าไม่แพงมากกับการคุ้มครองการเดินทางในครึ่งนี้ทั้งหมด 8 วัน แล้วในช่วงที่ผมทำประกันกับทาง Sompo เขามีโปรโมชั่นร่วมกับ Samurai Wifi ได้ลดค่าบริการเช่าเราเตอร์ได้ 20%

MDC-Japan2017-0009

ในเรื่องการใช้จ่าย แน่นอนว่าไปญี่ปุ่นมันมีอะไรให้น่าซื้อเยอะแยะไปหมด ( ยิ่งเป็นขาชอบอนิเมะแบบผมแล้วซื้อได้หมดทั้ง Model Gunpla และ Figure มากมาย ) ช่วงที่ไปอัตราแลกเปลี่ยที่แลกไปคือ 100 เยนต่อ 0.31 บาท แต่ไม่อยากแลกไปเยอะ พอดีเห็นว่าทางบัตรเครดิต KTC เขามีลงทะเบียนว่าใช้ในต่างประเทศอัตราไม่เกิน 2% และบัตร VISA ที่ผมถืออยู่ได้รับเงินคือ 1% ก็ทำการลงทะเบียนไปเพราะใช้บัตรแน่อน

หลังจากซื้อของที่นั้นและกลับมาได้รับยอดจากธนาคารแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนตอนใช้บัตร KTC ที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 100 เยนต่อ 0.312 บาท เรียกว่าไม่ต่างกับที่แลกไปเลย

MDC-Japan2017-0010

เริ่มการเดินทางเครื่องบินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 19.05 น. อย่างน้อยต้องไปถึงก่อนเวลาซัก 2 ชม. ถือว่ากำลังดี เลยนัดทีมมาเจอกันประมาณ 5 โมงเย็น Row L ก็ทำการเช็คอินและเลือกที่นั่งผ่านทาง Website ของ เวียดนาม แอร์ไลน์ ( Vietnam Airlines ) ซึ่งสามารถเช็คอินล่วงหน้าได้ 24 ชม. ก่อนการเดินทาง

MDC-Japan2017-0011

เนื่องจากเป็น Flight ที่ต้อง Transit ทางเจ้าหน้าที่ออก Boading Pass ให้เรา 2 ใบคือใบนึงจากประเทศไทยไปเวียดนาม และอีกใบจากเวียดนามไปญี่ปุ่น

MDC-Japan2017-0012

วันนี้ได้ Gate ไกลมาก เดินกันกว่าจะถึง Gate F3

MDC-Japan2017-0013

มีเวลาเหลือพอสมควรก็หาของกินก่อนเพราะ 6 โมงเย็นแล้ว ผมเลยใช้สิทธิกินฟรีกับ True Black Card เพียงเอาหมายเลขทรูกดไปรับสิทธิ เราก็ได้พิซซ่าถาดเล็กกินฟรี ๆ แล้ว 1 ถาด + น้ำ

MDC-Japan2017-0014

พิซซ่าแล้วยังไม่พอ ยังกดแซนวิชและกาแฟ กินฟรีได้อีกแก้ว ^^

MDC-Japan2017-0015

นั่งทานกับแม่เสร็จก็พอดีได้เวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เครื่องออกตรงเวลานะครับ

MDC-Japan2017-0016

เครื่องบินที่จะพาเราไปเป็นเครื่องของ Airbus A321 ( จะใหญ่กว่า A320 ของ Airasia เล็กน้อย )

MDC-Japan2017-0017

ส่วนของที่นั่งต้องบอกว่านั่งสบายกว่า Low Cost อย่าง Airasia ที่เคยนั่งมาตลอดมาก เข่าผมไม่ติดกับที่เบาะด้านหน้านั่งเหยียดขาสบาย ๆ

MDC-Japan2017-0018

เครื่องขึ้นไปได้สักพักก็ถึงเวลาอาหารแล้ว สายการบิน Full Service ก็ดีแบบนี้มีอาหารให้เลือก และน้ำนี้เรียกว่าทั้งน้ำผลไม้ , Coke , เบียร์ และอื่น ๆ นี้ไม่อั้นกินได้ตลอดการเดินทาง

MDC-Japan2017-0019

ก่อนจะถึงเวลาถึงสนามบินฮานอย ประเทศเวียดนาม ซัก 30 นาทีทางกัปตันก็ประกาศเตรียมตัวจะลงจอดในเวลาอันใกล้นี้แล้ว แล้วก็ถึงเวลาต้องบอกว่าตรงเวลามาก ๆ พอลงมาจากเครื่อง อากาศที่ฮานอยเย็นสบายกันเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0020

ลงจากเครื่องต่อรถบัสของสนามบิน เราก็เดินตามป้าย Transfer เลยครับ มีป้ายตลอดทาง

MDC-Japan2017-0021

ที่ฮานอยเรา Transit แต่ต้องผ่าน ตม. ทางเวียดนามกันอีกรอบนะครับ ซึ่งถือว่าช้าพอสมควรเพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่มากนัก

MDC-Japan2017-0022

ร้านค้าภายในสนามบินนอยไบ ที่ฮานอยยังไม่ปิดครับเปิตลอดดจนถึงเครื่องตอนตี 1 ผมออกก็ยังห็นเปิดอยู่ เรียกว่ามีของให้ซื้อทานเล่นได้ตลอดทั้งขนมและน้ำ แต่ต้องแลกเงิน US ไปนะครับ เพราะที่นั้นรับเงิน US

MDC-Japan2017-0023

และแน่นอนเรามาชิมเฝอ ( Pho ) ร้าน Big Bowl ในสนามบินนอยไบ ที่เขาว่าอร่อยมันจะจริงไหม เลยต้องมาชิมซักหน่อยไหน ๆ ก็มีเวลาต่อเครื่องเยอะขนาดนี้

MDC-Japan2017-0024

มีขายเป็น Set ด้วย + กาแฟ มีชามเล็ก 9 เหรียญ กับชามใหญ่ 12 เหรียญ จัดไปชามใหญ่

MDC-Japan2017-0025

รสชาติใช้ได้ทีเดียว เรียกว่าอร่อยอยู่ใช้ได้ทีเดียว ( แต่เคยไปฮานอยนานมากละ เคยกินร้าน Pho 24 คิดว่าร้านนั้นอร่อยกว่า )

MDC-Japan2017-0026

กินเสร็จแล้วรอเวลาอีกนาน ทำอะไรดีก็ต้องเล่นเนตซิครับท่านผู้ชม ที่สนามบินนอยไบ มี Wifi ให้ใช้ฟรีด้วยนะครับ เพียง Connect เข้ากับ Noibai Airport Free Wifi เท่านั้น

MDC-Japan2017-0027

พอเรา Connect Wifi แล้วให้เปิดพวก Safari หรือ Google Chrome มันจะเข้าหน้า Website ของสนามบินแค่เราเข้าไปกด Accept ในหน้านี้เราก็จะใช้งาน Internat ฟรี ๆ ได้แล้วครับ เร็วด้วยนะขอบอกโหลดภาพลง Facebook ได้อย่างสบาย ๆ  ( แต่มันอาจจะตัดประมาณ 30 นาที ก็ต่อใหม่ใช้วิธีเดิมนั้นละ )

MDC-Japan2017-0028

เมื่อถึงเวลาตี 1 ก็ถึงเวลาเรียก Board ขึ้นเครื่องกันแล้ว ได้เวลาเดินทางไปยังคิวชูกันแล้ว

MDC-Japan2017-0029

ขึ้นเครื่องไปตามที่นั่งก็จะมีหมอนเล็ก ๆ กับผ้าห่มวางไว้ให้ตามที่นั่งอยู่แล้ว สักพักก็จะมีเมนูมาแจกให้ดูว่าตอนเช้ามีอะไรให้เลือกทานบ้างแบบ Japanese Style กับ Western & Asian Style ก่อนที่จะหรี่ไฟในห้องโดยสารเพื่อให้ผู้โดยสารได้นอนพักผ่อน ส่วนถ้าหิวน้ำก็เดินไปขอกับลูกเรือได้ที่ข้างหลังเครื่องได้ครับ

MDC-Japan2017-0030

ผมนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ตื่นมาอีกทีมาดูบนจอว่าถึงไหนแล้ว ตอนนที่ผ่านไทเปมาแล้ว กำลังจะเข้าถึงนครเซี่ยงไฮ้ ยังพอมีเวลานอนงีบต่อ ^^

MDC-Japan2017-0031

เช้าแลกของวันที่ 22 เม.ย. 2017 ประมาณตี 5 ครึ่งตามเวลาญี่ปุ่น ก็เริ่มเห็นแสงขอบฟ้าของวันใหม่ พร้อมกับลูกเรือเตรียมการเสิร์ฟอาหารเช้า

MDC-Japan2017-0032

เช้านี้เลือกผมเลือกเป็นแบบ Japanese Style รสชาติอาหารดีทีเดียว สำหรับเช้านี้

MDC-Japan2017-0033

ทานเสร็จยังไม่ทันไรกัปตันก็ประกาศว่าอีกไม่ช้าจะนำเครื่องลงยังสนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น มาไวกว่าเวลาประมาณ 10 นาที เราลงถึงสนามบินฟุกุโอกะ 07.10 น.

MDC-Japan2017-0034

บนเครื่องเขาไม่มีใบ ตม. แจกนะครับ ต้องมาหยิบเขียนตรงเคาเตอร์หน้า ตม. เอาเอง ซึ่งตอนนี้ทางญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแบบฟอร์ม ตม. ใหม่แล้วตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2016 เขียนง่ายกว่าเก่าเยอะ แล้วก็เขียนใบศุลกากรอีกใบ ก็ต่อแถวผ่านการตรวจคนเข้าเมือง

MDC-Japan2017-0035

สำหรับการอยู่ในญี่ปุ่นทริปนี้ ผมใช้ Sim ของ Sugoi Sim แบบ 4G Unlimited Data แบบ 7 วัน ราคา 500 กว่าบาทนี้ละจำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาเท่าไหร่ โดยรวมการใช้ทริปนี้ในคิวชูบอกว่ามีสัญญาณเข้าถึงตลอด Internet แรงตลอดทั้งทริป อัพรูป หรือ Line กลับไปหาพ่อที่เฝ้าบ้านได้อย่างสบาย ๆ

สำหรับคนสนใจ Sugoi Sim >> http://www.sugoi-sim.com/

MDC-Japan2017-0036

ผ่าน ตม. รับกระเป๋าเรียบร้อยต้องรีบเอาเสื้อคลุมมาใส่เพราะอากาศเย็นมากประมาณ 14 องศา แล้วก็เข้าห้องน้ำแยกย้ายกันไปล้างหน้า แปรงฟัน เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเพราะวันนี้เรามาถึงเช้าก็คงจะเที่ยวเลย

MDC-Japan2017-0037

MDC-Japan2017-0038

Welcome To Fukuoka สนามบินแห่งนี้ไม่ใหญ่มากทำอะไรก็รวดเร็วทำให้ไม่เสียเวลามาก

MDC-Japan2017-0039

ทำธุระอะไรเรียบร้อยแล้วก็ไปซื้อตั๋วแบบ Fukuoka Tourist City Pass ไปดาไซฟุ ( Dazaifu ) ที่เคาเตอร์ของ Nishitetsu

MDC-Japan2017-0040

Fukuoka Tourist City Pass มี 2 แบบด้วยกันคือเที่ยวแต่ตัวเมืองฟุกุโอกะก็ราคา 820 เยน อีกแบบจะเที่ยวได้ทั้งฟุกุโอกะและไปถึงยังศาลเจ้าดาไซฟุ ( Dazaifu ) ราคา 1,340 เยน เราจะไปดาไซฟุเราก็ซื้อแบบ 1,340 เยน เพื่อไปใช้งานในวันที่ 25 เม.ย.

MDC-Japan2017-0041

จากสนามบินฟุกุโอกะมีรถบัสไปยังหลายจุดไปทั้ง Beppu , Yufuin , Saga , Nagasaki , Kumamoto เป็นต้น แต่เราแค่จะเดินทางไปต่อรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งรถไฟฟ้าใต้ดินจะอยู่ยังอาคาร Domestic จะมีรถ Shuttle Bus นั่งฟรีมีรถออกทุก 15 นาที ให้ไปยืนรอที่ป้ายที่ 1

MDC-Japan2017-0042

ออกมาไม่ต้องรอรถเลย เพราะรถมาจอดรออยู่แล้ว ด้านข้างรถดูดี ๆ ก่อนขึ้นจะมีเขียนว่ารถคันนี้ไปไหน หรือดูตามป้ายที่รถจอดก็ได้ รถจอดป้ายที่ 1 ก็คือวิ่งในสนามบินระหว่างอาคาร International กับ Domestic

MDC-Japan2017-0043

นั่งรถบัสประมาณ 10 – 15 นาทีก็มาจอดยังอาคาร Domestic เราก็ลงแล้วเดินตามป้ายที่เขียนบอกว่าไปยัง Subway อยู่ไม่ไกลจากจุดที่จอดรถบัส

MDC-Japan2017-0044

สถานี Fukuokakuko Station ( Airport ) ซึ่งเป็นสถานี 13 ของสาย Kuko line ซึ่งสายนี้เริ่มจากสถานี Meinohama ( K01 ) และสุดสาย Fukuokakuko Station ( K13 )

MDC-Japan2017-0045

ลงมายังสถานีอันดับแรกคือเติมเงินในบัตร Suica ก่อนเพราะเรามีบัตรซื้อเก็บไว้ใช้ตั้งแต่ปี 2015 ก็มาเติมเงินใช้ได้กับที่คิวชูได้เหมือนกัน

สนใจยืมบัตร Suica ตามนี้เลยครับ >> Suica

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินจากสนามบินคือสาย Kuko Line เราอยู่สนามบินเป็นสถานีสุดท้าย ชานชาลาจะมี 2 ชานชาลา รถไฟจอดอันไหนก็ขึ้นได้เลย

MDC-Japan2017-0046

จุดหมายแรกเราจะไปยังสถานี Hakata เพื่อไปเปลี่ยนเป็นบัตร JR North Kyushu Area Pass เพื่อใช้เดินทางในทริปนี้ รถไฟใต้ดินสะอาดน่านั่งมาก

MDC-Japan2017-0047

นั่งไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Hakata แล้วตอนนี้ยังไม่ 09.00 น.เลยทำเวลาได้ดีทีเดียว

MDC-Japan2017-0048

สถานี Hakata นั้นใหญ่มากเพราะเรียกว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของเกาะคิวชูเลยก็ว่าได้ เราจะไปหาที่แลกตั๋ว JR North Kyushu Area Pass ที่เราซื้อมาเราก็มองป้ายอย่างเดียวเลยไปตรงที่ทางไปป้ายสีเขียวสัญลักษณ์ที่นั่งเขียวที่นั้นละเราสามารถแลกพาสได้

MDC-Japan2017-0049

การแลก Rail Pass แลกได้ที่เคาเตอร์ 2 และ 3 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 23.00 น.

MDC-Japan2017-0050

ที่นี้ก่อนจะแลกพาสก็มาตรงเคาเตอร์จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการจองที่นั่งรถไฟที่เราต้องการทำการจองครั้งนี้เราซื้อแบบ North Kyushu Area Pass แบบ 5 วันราคา 10,000 เยน สามารถจองที่นั่งได้ทั้งหมด 16 ครั้ง ( ซื้อพาสมาจาก HIS ในงานเที่ยวญี่ปุ่นได้มาราคา 3,010 บาท )

เราจะจองขบวนไหนบ้างให้กรอกในแบบฟอร์มที่เคาเตอร์ได้เลยครับ แล้วในจอที่เห็นจะบอกถึงขบวนพิเศษที่จะจองยาก ๆ หรือวิ่งไม่ทุกวันอย่าง ขบวน Limited Express Yufuin no Mori , ขบวน Limited Express Aso Boy! , Limited Express A-TRAIN เป็นต้นว่าวันไหนขบวนไหนว่างบ้าง หรือวันไหนเต็มแล้วดูได้จากจอได้เลย ซึ่งถ้าสงสัยสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้ครับ

ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาสามารถ Download แบบฟอร์มจากตรงนี้แล้วเขียนไปก่อนได้เลยก็ได้ครับว่าจะนั่งขบวนไหนแล้ว Print ติดตัวไปยื่นที่นั้นได้เลย >> แบบฟอร์ม Rail Pass Reserved

MDC-Japan2017-0051

MDC-Japan2017-0052

การแลกพาสนั้นต้องยื่น Vouchers ที่ซื้อมาพร้อมกับยื่นหนังสือเดินทาง Passport ด้วยนะครับ

MDC-Japan2017-0053

หลังจากได้ตัว JR North Kyushu Area Pass ตัวจริงแล้วทำการจองที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมก่อนเลยเพื่อสะดวกในการเดินทาง

MDC-Japan2017-0054

โรงแรมที่จองไว้อยู่ที่สถานี Kurosaki Station ถ้านั่งรถไฟ Limited Express ก็ใช้เวลาประมาณ 38 นาทีจากสถานี Hakata Station ในเมื่อเรามีบัตรพาส North Kyushu Area Pass ก็นั่งเลยซิครับ Limited Expres จะรออะไรละ ซึ่งจะมีทั้งขบวน Limited Express Sonic และ Limited Express Kirameki ที่ผ่านและจอดสถานี Kurosaki Station

รถไฟขบวนแรกในทริปนี้ วันนี้ได้นั่งขบวน Limited Express Kirameki

MDC-Japan2017-0055

ทางเราไม่ได้จองที่นั่งไว้ก็ไม่เป็นไรครับต้นสาย ไปหาตู้ที่เขียนว่า Non Reserved แล้วขึ้นไปนั่งได้เลยเลือกที่นั่งเอาเองได้เลยครับ รถไฟ Limited Express Kirameki จะสิ้นสุดแค่สถานี Kokura Station

MDC-Japan2017-0056

ภายในนั่งสบาย สบายกว่าบนเครื่องบินอีก เก้าอี้ใหญ่มากนอนหลับยังได้เลย ส่วนกระเป๋าก็ไปวางไว้ยังช่องฝากกระเป๋าที่อยู่ตรงกลางตู้ได้เลยครับ รถไฟเขาออกแบบมาให้มีช่องใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่พร้อมที่ Lock กระเป๋า ส่วนเป้ใบเล็กก็ใส่ไว้ในหัวที่นั่งได้ครับ

MDC-Japan2017-0057

นี้คือบัตรเบ่งหรือพาส JR North Kyushu Area Pass แบบ 5 วันซึ่งจองที่นั่งได้ 16 ครั้ง ถามว่าเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าจองไปกี่ครั้งแล้ว ในบัตรพาสจะมีหน้าให้เจ้าหน้าที่สแตมป์ลงไปในบัตรเราออกจองที่นั่งไว้กี่ที่เขาก็จะประทับตราตามจำนวนที่ออกบัตรจองให้ ถ้าครบ 16 ครั้งแล้วก็จองที่นั่งอีกไม่ได้ แต่ยังใช้พาสได้ตามกำหนดวันของพาส เพียงแต่ต้องไปขึ้นตู้ที่เป็น Non Reserved แทน

MDC-Japan2017-0058

นั่งไปสักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋ว เราก็แค่ยื่นบัตรพาสให้เจ้าหน้าที่ดู เขาก็จะถามว่าลงไหนก็บอกไปว่าลง Kurosaki เจ้าหน้าที่ก็ OK

MDC-Japan2017-0059

MDC-Japan2017-0060

นั่งไปไม่ทันไร ยังไม่ทันจะหลับถึงแล้วสถานี Kurosaki Station

MDC-Japan2017-0061

โฉมหน้าผู้ร่วมทริปในครั้งนี้เรียกว่าระดับ สว. ได้เลยส่วนใหญ่ 40 Up มีแม่ผมคนเดียวละมั้งที่อายุเยอะสุด 62 ปี

MDC-Japan2017-0062

ตอนแรกคิดว่าสถานี Kurosaki Station น่าจะไม่ใหญ่แต่เอาเข้าจริง ๆ นับว่าเป็นสถานีที่ใหญ่พอสมควร ขนาบห้างสรรพสินค้า 2 แห่งและยังมีถนนคนเดินหน้าสถานีนับว่าแจ่มเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0063

เดินตามฝูงชนออกไปทางตามป้าย Exit

MDC-Japan2017-0064

โรงแรม Arc inn Kurosaki ดูจาก Google Map แล้วไม่ไกลจากสถานี Kurosaki Station เท่าไหร่นัก ซึ่งพอเดินแล้วบอกเลยว่าใกล้มากไม่ถึง 5 นาทีจากสถานีก็ถึงโรงแรมแล้ว

MDC-Japan2017-0065

ออกจากสถานีซึ่งจะอยู่ชั้นลอยเดินตรงไปทางด้านขวาจะมีบันไดเลื่อนลงไปยังถนนด้านล่าง ใครมีกระเป๋าใหญ่มาสบายเลยไม่ต้องลากลงบันไดแบบสถานีอื่น

MDC-Japan2017-0066

เดินลงบันได้เลื่อนมาแล้วตรงไปเจอแยกหน้า ทางขวามือจะมีร้าน Lawson ข้ามทางแยกแล้วเลี้ยวขวาเลยก็ถึงแล้วใกล้มาก ๆ บอกเลย

MDC-Japan2017-0067

โรงแรมที่จองไว้คือโรงแรม Arc inn Kurosaki ทำไมถึงเลือกจองที่นี้ เหตุผลเพราะถูกนั้นเอง ฮาาาา คือผมพยายามหาห้องพักไม่เกินต่อคืน 2,000 บาทแบบมีห้องน้ำในตัว ซึ่งหาจาก Agoda แล้วในวันที่ 22 เม.ย. วันเสาร์ห้องพักแถว Hakata ราคา 3,000 ขึ้นทั้งนั้นเลย เลยมาหาดูด้านนอกอย่างเขตเมือง Kitakyushu ก็ได้ที่นี้ละคืนละ 5,900 เยน นอกจากนั้นพรุ่งนี้เราจะไปยังสวน Kawachi Fuji Garden ซึ่งอยู่สถานี Yahata Station ซึ่งห่างจากสถานี Kurosaki Station เพียงแค่สถานีเดียว ผมเลยเลือกคืนแรกนอนที่นี้

MDC-Japan2017-0068

MDC-Japan2017-0069

โรงแรมนี้สำหรับผมถือว่าใช้ได้เลย เข้าไปที่เคาเตอร์ยื่นใบจองจาก Agoda ให้เจ้าหน้าที่ เขาก็จะแจ้งว่า Check in ได้ตอนบ่าย 3 โมงนะคะ แล้วเราก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมเลย ส่วนเรื่องเงินค่าห้องค่อยมาจ่ายตอน Check in อีกที

MDC-Japan2017-0070

เผยโฉมสปอนเซอร์หลักของผมในการเที่ยวทริปนี้อย่างเป็นทางการไม่ใช่ใคร คุณนายแม่ ปีนี้อายุ 62 แล้วแต่พร้อมสู้กับการเดินตะลอนทัวร์

MDC-Japan2017-0071

เดินกลับไปขึ้นรถไฟยังสถานี Kurosaki Station

MDC-Japan2017-0072

สถานี Kurosaki Station ในตอนนี้มีการปรับปรุงอยู่นะครับ อาจจะไม่สะดวกมั้ง แต่โดยรวมการจัดการของสถานีทำได้ดี

MDC-Japan2017-0073

ที่สถานีมีร้าน Family Mart เปิดตั้งแต่เช้ายันดึก

MDC-Japan2017-0074

จุดหมายที่เราจะไปคือไปยังตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) ซึ่งอยู่สถานี Shimonoseki Station แต่จากสถานี Kurosaki Station ไม่มีรถไฟไปถึงเลย เราต้องไปต่อรถไฟที่สถานี Kokura Station ก่อนถึงจะมีรถไฟไปยังสถานี Shimonoseki Station

MDC-Japan2017-0075

MDC-Japan2017-0076

มายืนรอรถไฟ รอบนี้เจอสาวญี่ปุ่นต้องบอกว่าน่ารักมาก ๆ ยืนรอรถไฟเหมอืนกัน ^^

MDC-Japan2017-0077

ตามเวลารถไฟมาถึงสถานี Kurosaki Station ตรงเวลานั่ง Limited Express Kirameki กันอีกรอบ

MDC-Japan2017-0078

รอบนี้นั่งไม่นานก็ถึงสถานี Kokura Station

MDC-Japan2017-0079

ถึงสถานี Kokura Station ก็ไปเปลี่ยนขบวนเป็นสาย JR Sanyo Line for Shimonoseki

MDC-Japan2017-0080

JR Sanyo Line for Shimonoseki เป็นรถไฟที่จะลอดอุโมงค์ใต้ทะเลที่เชื่อมกันระหว่างเกาะคิวชู และเกาะฮอนชู

MDC-Japan2017-0081

ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากสถานี Kokura Station มายังสถานี Shimonoseki Station

MDC-Japan2017-0082

สถานี Shimonoseki หลังจากลอดอุโมงค์ใต้ทะเลขึ้นมาเป็นสถานีแรกที่รถไฟจอด เราก็ลงเลยซิครับ

MDC-Japan2017-0083

จากนั้นมองดูป้ายจะมีเขียนว่าไป Bus ให้เดินตามป้ายไปเลย ที่ญี่ปุ่นจะมีป้ายบอกตลอดทางไม่หลงแน่นอน

MDC-Japan2017-0084

MDC-Japan2017-0085

จะเดินออกมายังด้านหน้าสถานี Shimonoseki Station ให้เดินลงบันไดเลื่อนไปด้านล่างตามป้ายจะเป็นจุดจอดรถบัส

MDC-Japan2017-0086

ลงมายังด้านล่างจะมีป้ายรถบัสมากมายหลายป้ายยังไม่ต้องไปสนใจ เดินไปยัง Information กันก่อนเลย

MDC-Japan2017-0087

เรามาซื้อตั๋วรถบัสไปตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) ที่นี้เลยครับราคาคนละ 220 เยน

MDC-Japan2017-0088

สื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้เลยเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ Karato Market แล้วแจ้งว่ามากี่คน เจ้าหน้าที่จะกดเครื่องคิดเลขแล้วยื่นให้ดูว่าเท่าไหร่

MDC-Japan2017-0089

ได้ตั๋วแล้วตามคำบอกของเจ้าหน้าที่ให้ไปรอรถบัสยังป้ายที่ 1 และ 2 เท่านั้น รถคันไหนมาจอดขึ้นได้เลยผ่านตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market )หมดทุกคัน

MDC-Japan2017-0090

ถ้าไม่มั่นใจว่าใช่ไหมให้ดูตรงป้ายจะมีแผ่นกระดาษติดอยู่ว่าไป Karato ส่วนใครจะนั่ง Taxi ราคาโดยประมาณไม่เกิน 1,000 – 1,200 เยน

MDC-Japan2017-0091

แผ่นป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กับสถานี Shimonoseki Station ไว้วันหลังจะศึกษาและมาเที่ยวใหม่

MDC-Japan2017-0092

รถบัสมาก็ขึ้นเลยครับจากสถานีรถไฟ Shimonoseki Station ไปยัง ตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) ห่างกันประมาณ 2 Km

MDC-Japan2017-0093

นั่งรถไปประมาณ 10 นาที ป้ายที่ 6 ก็ถึงแล้ว ( ตอนขึ้นไปผมบอกคนขับว่าลงที่ไหนที่ไหน แกพยักหน้าแล้วชึ้ให้ดูป้ายไฟด้านบนว่าถึงป้ายที่ 6 แล้วลงได้เลยครับ )

MDC-Japan2017-0094

เราก็ลงป้ายที่ 6 ซึ่งจะเป็นฝั่งตรงข้ามของตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market )

MDC-Japan2017-0095

บ้านทรงยุโรปและแปลงดอกไม้ตรงป้ายสถานีรถบัสที่เราลง

MDC-Japan2017-0096

ขึ้นสะพานลอยข้ามถนนไปก็จะเห็นอาคารของตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) เดินไม่ไกลครับนิดเดียว ตามทางมีร้านขายอาหาร ขายของที่ระลึกเยอะไปหมด

MDC-Japan2017-0097

ท่าเรือ Kanmon Line ใครสนใจมายังตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) นอกจากทางรถไฟแล้วยังมาทางเรือโดยขึ้นจากท่าเรือฝั่ง Mojiko มาก็ได้ครับ

ตารางการออกของเรือข้ามฝาก >> Kanmon Line

MDC-Japan2017-0098

บรรยากาศเดินริมทะเลเรียกว่าดีจริง ๆ มีแดดแต่ไม่ร้อนเพราะอากาศเย็นประมาณ 14 องศา เดินกันสบาย ๆ เลย

MDC-Japan2017-0099

ระหว่างทางเดินไปตลาดปลาก็มีกิจกรรมที่มาแสดงอยู่ตามทางที่เดินไป อย่างช่นในรูปการแสดงได้รับความสนใจจากเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก

MDC-Japan2017-0100

สัญลักษณ์ของเมือง Shimonoseki นี้ก็คือเจ้าปลาปักเป้า เพราะที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาปักเป้ามากที่สุด

MDC-Japan2017-0101

ด้านหน้าทางเข้าของตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) ที่ตลาดปลาแห่งนี้นอกจากจะมีขนาดใหญ่เอกลักษณ์เด่นของที่นี่คือ มีการขายซูซิมากมายหลากหลายหน้าและยังมีขายพืชผักและผลไม้ทั่วไปแล้ว

MDC-Japan2017-0102

ร้านมีให้เลือกซื้อมากมาย เขาบอกว่าถ้าร้านไหนอร่อยให้ดูคนว่าร้านไหนคิวเยอะก็ร้านนั้นและครับ บอกเลยว่าสดและอร่อยทุกอย่าง

MDC-Japan2017-0103

ราคาก็ตามป้ายเลยถูกใจร้านไหนก็ซื้อร้านนั้น

MDC-Japan2017-0104

อันนี้เป็นเนื้อปลาปักเป้า ราคาค่อนข้างโหดเหมือนกัน ถามว่าอันตรายไหมเขาบอกว่าส่วนใหญ่ที่กินแล้วเสียชีวิตคือพวกซื้อไปทำเอง เพราะพวกที่มาขายตามตลาดปลาหรืออะไรพวกนี้ต้องเป็นคนที่ได้รับการการันตรีจากรัฐบาลว่าสามารถปรุงอาหารจากปลาปักเป้าได้ เรียกง่าย ๆ ว่าเชฟต้องมีใบประกาศเท่านั้นถึงจะทำได้

MDC-Japan2017-0105

MDC-Japan2017-0106

MDC-Japan2017-0107

MDC-Japan2017-0108

การซื้อก็ง่ายเดินเลือกร้านที่เราอยากทาน จะมีคนของร้านยื่นกล่องให้พร้อมที่คีบ เราอยากกินอะไรก็คีบใส่กล่องแล้วค่อยจ่ายเงิน

MDC-Japan2017-0109

ที่นี้พอซื้อเสร็จเราก็หิ้วออกมาด้านนอก จะเจอลานสวนด้านนอกอาคาร ผู้ที่มาที่นี้เกือบทั้งหมดจะมานั่งทานกันตรงนั้นและครับ ทานเสร็จแล้วก็อย่าลืมเอาขยะไปใส่ถังขยะที่ทางตลาดปลาเขาจัดเตรียมไว้ให้ด้วยนะครับ

MDC-Japan2017-0110

มองไปฝั่งตรงข้ามตลาดปลาจะเห็นตึกสูง ๆ ซึ่งเป็นจุดชมวิวโมจิโกะ ( Mojiko Retro Observation Room )

MDC-Japan2017-0111

ทานเสร็จไปยังจุดหมายต่อไปนั้นคือ Akama Shrine ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับตลาดปลาคะระโตะ ( Karato Market ) เดินไม่ไกลครับ เดินไปทางที่เห็นสะพาน Kanmon Bridge

MDC-Japan2017-0112

เดินฝั่งติดถนนจะเจอทางม้าลายเลยตลาดปลามานิดเดียวแล้วก็ข้ามถนน

MDC-Japan2017-0113

ข้ามถนนมาจะมองเห็นป้ายตรงหน้าเลยว่า Akama Shrine

MDC-Japan2017-0114

ทางเข้าของศาลเจ้าก็จะเห็นได้ง่ายเพราะมีเสาโทะริอิตั้งอยู่ด้านหน้า

MDC-Japan2017-0115

ศาลเจ้าอะคาม่าตระกูลเฮเคะ ( Akama Shrine ) สร้างขึ้นเมื่อปี 1185 มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 820 ปี เพื่อเป็นเกียรติแก่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิน้อยอันโตกุมีอายุเพียง 3 ขวบที่ได้เสียชีวิตในสงครามดันโนะอุระ โดยการจมน้ำฆ่าตัวตายไปพร้อมกับตระกูลเฮเคะ และด้วยสัญญาของแม่ชีนิอิที่ให้คำมั่นว่าจะพาไปยังเมืองใต้บาดาล ศาลเจ้าแห่งนี้จึงสร้างขึ้นเลียนแบบวังของพญามักรที่มีต้นแบบมาจากวัดริวกิว ( Ryugu-jo )

ขอบคุณที่มาเนื้อหาจาก www.talonjapan.com

MDC-Japan2017-0116

ศาลเจ้า Akama Shrine แห่งนี้ตัวอาคารจะเป็นสีแดงทั้งหมด

MDC-Japan2017-0117

MDC-Japan2017-0118

ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่นก่อนเข้าศาลเจ้าทำการล้างหน้า ล้างมือ ล้างปาก บ้วนปาก ก่อนเข้าศาลเจ้า

MDC-Japan2017-0119

MDC-Japan2017-0120

ภายในศาลเจ้ายังมีห้องสมบัติ และสุสานของเหล่าขุนพลตระกูลเฮเคะที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนั้น

MDC-Japan2017-0121

ด้านหน้าชั้นบนทางเข้าศาลเจ้ามีโซนขายเครื่องรางที่ระลึก ศาลเจ้าแห่งนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมของชาวจีน เพราะเจอคนจีนเยอะมาก

MDC-Japan2017-0122

จากประตูสีแดงสามารถมองเห็นวิวช่องแคบคันม่อน ( Kanmon Strait ) อีกด้วย

MDC-Japan2017-0123

MDC-Japan2017-0124

ที่นี้เราจะไปยังฝั่ง Mojiko ซึ่งเป็นเมืองท่าของเกาะคิวชูกันต่อ วิธีไปมันมี 3 ทางด้วยกันคือเดินลอดอุโมงค์ใต้ทะเล , สองกลับไปทางเดิมคือรถไฟ , สามคือขึ้นเรือ Kanmon Line ถามแม่อยากเอาแบบไหน คำตอบคือจะเดินลอดอุโมงค์ใต้ทะเล !!!

MDC-Japan2017-0125

ออกจากศาลเจ้า Akama Shrine แล้วเลี้ยวซ้ายเดินไปตามทางเลยจะเห็นสะพาน Kanmon Bridge เดินไปทางสะพานเลยเพราะอุโมงค์ลอดใต้ทะเลมันอยู่ใกล้กับสะพานข้ามเกาะ

MDC-Japan2017-0126

MDC-Japan2017-0127

ฝาท่อน้ำในเมือง Shimonoseki ยังเป็นสัญลักษณ์ปลาปักเป้าเลยครับ

MDC-Japan2017-0128

สะพานคังมอน ( Kanmon Bridge ) มีควายยาวถึง 1068 เมตร กว้าง 712 เมตร และสูงจากระดับน้ำทะเล 61 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1973 เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะคิวชู ( เมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ ) และเกาะฮอนชู ( เมืองชิโมโนเซกิ จังหวัดยามากุชิ ) แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือจะเป็นสะพาน 2 ชั้น โดยที่ชั้นบนจะเป็นทางวิ่งสำหรับรถยนต์และชั้นล่างจะเป็นทางวิ่งสำหรับรถไฟ

MDC-Japan2017-0129

เดินไปเรื่อย ๆ จะผ่านเสาโทโรอิสีแดงอยู่ฝั่งตรงข้ามสะพาน Kanmon Bridge แต่เราไม่ได้แวะเข้าไปในศาลเจ้านี้ เดินผ่านไป

MDC-Japan2017-0130

นอกจากสะพานคังมอน ( Kanmon Bridge ) นี้เป็นเส้นทางการจราจรแล้วยังถือได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ จากนักท่องเที่ยว เนื่องจากเมื่อยืนจากจุด ๆ นี้จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของจังหวัดฟุกุโอกะ จากเกาะคิวชูและจังหวัดยามากุชิ จากเกาะฮอนชู

MDC-Japan2017-0131

เดินผ่านสะพานมาจะเจอรูปปั้นของสองท่านนี้ ( ซึ่งผมไม่รู้ที่มาขอสองคนนี้ว่าคือใคร ? ) เดินตรงมาจะเจอสวนสาธารณะสามารถเก็บภาพเต็ม ๆ ของสะพาน Kanmon Bridge ได้ภาพทั้งหมด

MDC-Japan2017-0132

ไม่น่าเชื่อจะเจอการแสดงเล่าประวัติศาสตร์แบบย้อนยุคที่ตรงสวนสาธารณะแห่งนี้ เดาว่าน่าจะเป็นเรื่องของรูปปั้น 2 คนนี้แน่นอน เดาเอานะ ฮาา

MDC-Japan2017-0133

ทางเดินตามทางผ่านสวนจะเจอป้ายที่เขียนว่า Kitakyushu คือทางไปเข้าอุโมงค์เพื่อเดินข้ามทะเลกัน เราเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งกันครับ

MDC-Japan2017-0134

ทางเข้าของฝั่งฝั่งเมือง Shimonoseki จังหวัด Yamaguchi ตั้งอยู่ในอาคารแห่งนี้ ก่อนอื่นให้ลงลิฟท์ภายในอาคารไปยังชั้นใต้ดินประมาณ 60 เมตร และด้านบนทางเดินจะเป็นอุโมงค์คัมมอนสำหรับให้รถยนต์สัญจรไปมา

MDC-Japan2017-0135

เมื่อลงลิฟท์มาแล้วก็จะพบกับห้องโถง ที่แสดงการก่อสร้างสะพานและทางเดินข้ามลอดใต้ทะเลแห่งนี้ ระยะทางเดินลอดทะเล 780 เมตรใช้เวลาเดินไม่เกิน 15 นาที

MDC-Japan2017-0136

แผนที่โดยรวมของทั้ง 2 ฝั่งเมือง และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจใกล้ ๆ กับสะพานคังมอน ( Kanmon Bridge )

MDC-Japan2017-0137

อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี้ กิจกรรมให้ปั๊มตราแสตมป์ของทั้งสองฝั่งเก็บไว้เป็นที่ระลึกเราประทับตราต้องทั้ง 2 ฝั่งรูปตราประทับถึงจะสมบูรณ์ แล้วนำตราปั๊มนี้ไปแลกเป็นประกาศนียบัตรได้ที่ Information Center ของทั้งสองเมืองได้

MDC-Japan2017-0138

ตัวอย่างเราปั้มทางเข้าฝั่งเมือง Shimonoseki จะได้ตราประทับเพียงครึ่งเดียว พอไปปลายทางฝั่ง Kitakyushu ก็ไปประทับตราอีกครึ่งนึ

MDC-Japan2017-0139

ด้านในทางเดินต้องบอกว่ายังติดตั้งระบบปรับอากาศเอาไว้อย่างดี บอกเลยว่าสบายสุดๆ ไม่ร้อนเดินเย็นสบาย นอกจากนั้นยังเห็นคนมาวิ่งออกกำลังกายในอุโมงค์นี้ด้วย

MDC-Japan2017-0140

ตามกำแพงก็จะมีรูปปลาว่ายตามทางเดิน เพราะที่นี้เป็นอุโมงค์ปิดทึบไม่ได้เป็นอุโมงค์กระจก เพราะสร้างมานานมากแล้วเปิดใช้งานปี 1958 ( พ.ศ.2502 ) ปัจจุบันก็อายุใช้งานมาแล้ว 59 ปี

MDC-Japan2017-0141

จุดถ่ายรูปตรงกึ่งกลางทะเลระหว่างสองเกาะและสองเมือง ตรงที่เขียนว่า 福岡県 ( จ.ฟุกุโอกะ ) และ 山口県 ( จ.ยามากุจิ )

MDC-Japan2017-0142

บนกำแพงมีภาพวาดประกอบของฝั่งเมือง Kitakyushu และฝั่งเมือง Shimonoseki เอาไว้ด้วย ทางซ้ายเป็นรูปปลาปักเป้าของขึ้นชื่อเมือง Shimonoseki ส่วนทางขวาเป็นรูปสถานี JR Mojiko สถานที่ขึ้นชื่อของเมือง Kitakyushu

MDC-Japan2017-0143

เวลาใครมาตรงเส้นแบ่งนี้ก็จะยืนคร่อมเส้นนี้และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก บางครั้งก็ถึงขนาดว่าต้องต่อคิวรอถ่ายกันเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0144

แล้วเราก็เดินสุดทาง 780 เมตร แล้วขึ้นลิฟท์ขึ้นมาด้านบนก็จะเห็นฝั่งตรงข้ามที่เรามองเห็นออกไปเป็นเมือง Shimonoseki จังหวัด Yamaguchi ที่เราเดินลอดข้ามอุโมงค์ใต้ทะเลข้ามมาเมื่อกี้นี้เอง

MDC-Japan2017-0145

พอออกมาด้านนอกผมเลือกที่จะนั่งรถไฟกลับไปยัง Mojiko ออกมาจากอุโมงค์ก็เดินเลี้ยวขวาเดินตามทางเลียบชายทะเลเดินตรงไปอย่างเดียว

MDC-Japan2017-0146

เดินไม่ไกลประมาณ 10 นาทีได้ก็จะถึงสถานีรถไฟ Kanmonkaikyo Mekari Station

MDC-Japan2017-0147

สังเกตุง่าย ๆเราจะเห็นรถไฟจอดอยู่ตรงสวนสาธารณะก็ตรงนั้นละครับ จะมีห้องขายตั๋วอยู่ซึ่งรถไฟขบวนนี้เป็นสายเอกชนและเปิดแค่วันเสาร์ กับวันอาทิตย์เท่านั้น ไม่สามารถใช้บัตร JR North Kyushu Area Pass

MDC-Japan2017-0148

จุดจำหน่ายตั๋วรถไฟท่องเที่ยว Mojiko Retro Train Shiokaze-go ที่สถานี Kanmonkaikyo Mekari Station

MDC-Japan2017-0149

ราคาตั๋วมีหลายแบบมากทั้งไปกลับ หรือเป็นชุดท่องเที่ยว แต่นี้ผมซื้อไปแค่ขาเดียวราคาตั๋วอยู่ที่ 300 เยน

MDC-Japan2017-0150

รถไฟท่องเที่ยวสาย Mojiko Retro Train Shiokaze-go จะออกอีกรอบเวลา 15.40 น. ตอนนี้เราก็นั่งรอไปก่อน

MDC-Japan2017-0151

ตั๋วเที่ยวเดียว 300 เยนจากสถานีต้นทางของเรา Kanmonkaikyo Mekari Station ไปยังสถานีปลายทาง Kyushutetsudo-Kinenkan Station ที่อยู่ติดกับ JR Mojiko Station

MDC-Japan2017-0152

เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็ประกาศให้ขึ้นรถไฟ ตัวรถเป็นสีน้ำเงินทั้งคันยังดูใหม่สะอาดและน่านั่งมาก แม้ตัวอายุรถไฟคันนี้จะมีอายุนานแล้ว

MDC-Japan2017-0153

ตั๋วไม่ได้ระบุที่นั่งนะครับ เข้าไปนั่งตรงไหนก็ได้ถ้ามีที่ว่าง

MDC-Japan2017-0154

เมื่อรถไฟออกจากสถานี Kanmonkaikyo Mekari Station เราก็จะเข้าลอดใต้อุโมงค์ใต้ภูเขา เมื่อรถไฟเข้าอุโมงค์ก็จะเห็นภาพสีสันจากในรถไฟ Mojiko Retro Train Shiokaze-go

MDC-Japan2017-0155

รถไฟจะแล่นเลียบชายฝั่ง Mojiko ไปถ้ามาจากสถานี Kanmonkaikyo Mekari Station ให้นั่งด้านขวาจะเห็นวิวติดริมทะเล

MDC-Japan2017-0156

MDC-Japan2017-0157

นั่งรถไฟมาประมาณ 15 นาทีก็ถึงสถานีปลายทางของเรา Kyushutetsudo-Kinenkan Station แล้วครับ

MDC-Japan2017-0158

ออ รถไฟสาย Mojiko Retro Train Shiokaze-go จะมีตู้โดยสารเพียง 2 ตู้เท่านั้นนะครับ

MDC-Japan2017-0159

เมื่อเจ้าหน้าที่เคลียร์คนลงเรียบร้อยแล้วก็เรียกผู้โดยสารชุดใหม่ที่จะเดินทางไปยังสถานี Kanmonkaikyo Mekari Station ให้ขึ้นรถไฟได้

MDC-Japan2017-0160

จุดจำหน่ายตั๋วรถไฟสาย Mojiko Retro Train Shiokaze-go อยู่ติดกับสถานี Kyushutetsudo-Kinenkan Station ซึ่งอยู่ด้านหลังของสถานีรถไฟ JR Mojiko Station

MDC-Japan2017-0161

MDC-Japan2017-0162

จุดหมายต่อไปไม่ไกลนักเดินแค่ข้ามทางรถไฟมานั้นก็คือ Kyushu Railway History Museum หรือพิพิธภัณฑ์รถไฟคิวชูนั้นเอง

MDC-Japan2017-0163

Kyushu Railway History Museum ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 300 เยน เปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 17.00 น. ปิดขายตั๋ว 16.30 น.

MDC-Japan2017-0164

พอเราไปจ่ายเงินค่าตั๋วเจ้าหน้าที่เห็นเราห้อยบัตร JR North Kyushu Area Pass เขาก็บอกว่าได้รับส่วนลดค่าเข้าอีกนะ พิพิธภัณฑ์รถไฟคิวชูแห่งนี้ตั้งขึ้นในปี 2003

MDC-Japan2017-0165

พิพิธภัณฑ์รถไฟคิวชูแห่งนี้อาจจะไม่ใหญ่โตอย่างที่ไซตามะ หรือที่นาโกย่า แต่ที่นี้แล้วสำหรับคนชอบรถไฟห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นอาคารที่ใช้จริงของบริษัท JR แต่ปัจจุบันถูกดัดแปลงมาเป็นพิพิธภัณฑ์ มีโกดังสำหรับเก็บหัวรถจักรสำคัญๆ ที่เคยวิ่งในเกาะคิวชูมาก่อน หัวรถไฟจำนวน 6 แบบถูกนำมาจัดแสดงที่โกดังเก็บรถ

MDC-Japan2017-0166

MDC-Japan2017-0167

MDC-Japan2017-0169

อาคารหลังนี้ด้านในจัดบอกเล่าประวัติศาสตร์ของรถไฟในคิวชู มีตัวอย่างกล่องอาหารพิเศษที่ขายบนรถ ของที่ระลึกรถไฟในคิวชูก็มีขายที่นี้ด้วยนะครับ

MDC-Japan2017-0170

MDC-Japan2017-0171

MDC-Japan2017-0172

ส่วนจำลองรถไฟที่ทำให้เห็นขบวนรถไฟสายต่าง ๆ ในคิวชูแต่ละขบวนมีอะไรบ้าง เห็นแล้วอยากได้มาเก็บไว้ที่บ้าน

MDC-Japan2017-0173

ตั๋วรถไฟ JR ขบวนต่าง ๆ ในคิวชูในสมัยก่อนว่าแต่ะละขบวนมีตั๋วรูปแบบไหนมาก่อน ก่อนจะเป็นตั๋วแบบในปัจจุบันอย่างที่เราเห็นกัน

MDC-Japan2017-0174

MDC-Japan2017-0175

ป้าย Tsubame หรือนกนางแอ่นที่ JR Kyushu ยกให้เป็นเจ้าแห่งรถไฟที่มีความเร็วมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันถูกใช้ชื่อในรถไฟ A 800 series Shinkansen Tsubame ที่มีความเร็วสูงสุดในเกาะคิวชู

MDC-Japan2017-0176

ป้ายหน้าขบวนรถไฟสมัยก่อนต่าง ๆ ที่จะบอกว่ารถไฟขบวนนี้ชื่ออะไร

MDC-Japan2017-0177

ด้านนอกยังมีรถไฟของจริงสำหรับเด็ก ๆ ให้ได้นั่งกันอีกด้วย ใครมีลูก็ลองแวะไปสถานีที่แห่งนี้ดูนะครับ ผมว่าเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

MDC-Japan2017-0178

เดินไปเดินมามาดูอีกทีเกือบจะ 5 โมงเยนเจ้าหน้าที่เดินมาแจ้งว่าทางเราใกล้จะปิดแล้วนะคะ ก็ถึงเวลาเราต้องไปต่อกันแล้ว

MDC-Japan2017-0179

ออกจาก Kyushu Railway History Museum พึ่งเห็นด้านหน้ามีรางรถไฟพร้อมป้ายชื่อสถานี Mozi เดาเอานะน่าจะที่นี้เคยเป็นสถานีรถไฟเก่ามาก่อน

MDC-Japan2017-0180

เดินกลับไปยังทางแยกก็จะเห็นบ้านสวยเด่นอยู่หลังนึงนั้นคืออาคารคลับเฮ้า Old Moji Mitsui Club

MDC-Japan2017-0181

อาคารคลับเฮ้าที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นอาคารรับรองให้กับอัลเบิต ไอสไตน์เมื่อครั้งมาเยี่ยมญี่ปุ่นด้วย ปัจจุบันที่ชั้นล่างได้เปิดเป็นร้านอาหารและชั้นบนเป็นส่วนจัดแสดง

MDC-Japan2017-0183

MDC-Japan2017-0182

เราเดินไปยังจุดหมายต่อไปที่เราจะไปคือไปร้านขายแกงกระหรี่กะทะร้อนที่เขาบอกว่าอร่อยอยู่ร้านนึงบังเอิญ Search ไปเจอเข้าแต่จำชื่อร้านไม่ได้ ให้เดินไปทางด้านข้างของอาคารคลับเฮ้า Old Moji Mitsui Club

MDC-Japan2017-0184

เดินไปจนเจอสี่แยกจะเห็นร้านอยู่ด้านขวามือชื่อร้านอย่าถามจำไม่ได้ ^^

MDC-Japan2017-0185

มาแล้วข้าวแกงกะหรี่กะทะร้อนต้องบอกว่าอร่อยมากมีให้เลือกทั้งแบบเนื้อ และแบบไก่ มีให้เลือกเป็นชุดของผมมีสลัดกับกาแฟด้วยราคา 1,400 เยน

MDC-Japan2017-0186

อร่อยมากสั่งกันกินทุกคน ไม่รู้ว่าหิวกันแน่หรือเปล่า ฮาาา ภาพหน้าร้านชัด ๆ นะครับใครไปยัง Mojiko ก็ลองไปแวะกินดูผมว่าอร่อยทีเดียว

MDC-Japan2017-0187

ตอนแรกจะไปถ่ายรูปด้านหน้าสถานี Mojiko ที่เขาว่าสวย ๆ แต่ต้องเสียใจเขาปิดปรับปรุงตัวสถานีใหม่ทั้งหมด อดไปถ่ายรูป

MDC-Japan2017-0188

เดินไปกลับสถานี Mojiko Station ได้แล้วเพราะเกือบจะหกโมงเย็นแล้วจะไป Check in ที่โรงแรม

MDC-Japan2017-0189

MDC-Japan2017-0190

นั่งรถไฟ Line Local JR Kagoshima Line Rapid ถ้าบ้านเราก็เรียกรถไฟหวานเย็นจอดทุกสถานี แต่ภายในของเขาสะอาดและใหม่กว่าบ้านเรามาก อีกอย่างตรงต่อเวลาไม่ช้าเหมือนบ้านเรา

MDC-Japan2017-0191

นั่งมาจากสถาน Mojiko Station กลับมายังสถานี Kurosaki Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

MDC-Japan2017-0192

เดินเข้าที่พักทำการจ่ายเงินแล้ว Check in ได้ห้องเลย ออ.. เราเลือกเป็นห้อง Non-Smoke นะครับมันเลยจะอยู่ชั้นสูงหน่อยผมอยู่ชั้น 10

MDC-Japan2017-0193

ห้องไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ผมนอนกับแม่ได้อย่างสบายเลย ไม่แคบจนเกินไป

MDC-Japan2017-0194

ห้องน้ำโอเคเลย ไม่แคบเหมือนโรงแรมราคาไม่แพงทั่วไปที่จะหมุนตัวแทบจะไม่ได้อันนี้ยังพอเหลือพื้นที่มั้ง ^^

MDC-Japan2017-0195

ตอนแรกนึกว่าแม่จะเหนื่อยคิดว่าเดียวคงไปหากินแถวสถานี Kurosaki ที่ไหนได้แม่บอกขามาเมื่อเช้าเห็นที่สถานี Hakata ของขายเยอะอยากไปเดินดูถามว่าไปได้ไหม ผมก็บอกได้ดิถือพาสอยู่จะนั่งไปไหนก็ได้ไม่เสียเงินแล้ว ก็เลยออกจากโรงแรมไปยังสถานี Kurosaki Station

MDC-Japan2017-0196

มารอรถไฟไปยังสถานี Hakata Station พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ที่เหลือขอนอนพักผ่อนอยู่ที่โรงแรม

MDC-Japan2017-0197

ผมเลือกนั่ง Limited Express Sonic มาเลยจะได้มาถึง Hakata เร็วหน่อย พอมาถึงที่ JR Hakata City พาคุณนายแม่ไปซื้อของทั้งที่เขาอยากได้ แต่นะไม่รู้ทำไมไปได้ของจาก Daiso มาเยอะ ถามทำไมซื้อมาเยอะ แม่บอกก็มันชิ้นละ 30 กว่าบาทนิ ถูกกว่าบ้านเรา อือ… เอาเต็มที่เลยแม่

MDC-Japan2017-0198

พอเดินไปเดินมาเริ่มหิวก็คิดว่าเดียวพาแม่ไปกิน Ramen Stadium ที่ Canal City ก็เดินจากหน้า JR Hakata City ไปเลย

MDC-Japan2017-0199

เดินมาถึงสี่แยกที่โด่งดังเป็นข่าวในต้นปีที่ผ่านมาคือแยกตรงนี้ที่มันเกิดการยุบตัวลงไป แล้วทางเมืองฟุกุโอกะระดมเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมเสร็จอย่างรวดเร็วตามที่เราได้เห็นข่าวกัน ( ตอนหลังมียุบตัวอีกรอบ ) แต่ตอนนี้เปิดใช้งานได้ตามปรกตินะครับ

MDC-Japan2017-0200

เดินมาถึงแล้ว Canal City พอแม่เห็น Uniquo บอกขอแวะไปดูหน่อย เราก็เอาตามสบายคุณนายแม่เลย

MDC-Japan2017-0201

มาไม่ทันพ่งรู้ว่าช่วงเวลา 19.00 น.ถึง 20.30 น. มีการฉาย 3D projection One piece พร้อมการแสดงน้ำพุ แต่เรามาไม่ทันเศร้า

MDC-Japan2017-0202

เดินต่อไปตั้งใจจะขึ้นไปยัง Ramen Stadium แต่พอเห็นคนนั่งรอตรงลานหน้าน้ำพุ ก็มาหยุดดูก่อนว่ามีโชว์อะไร เดินไปหาป้ายถึงรู้ว่ามีโชว์ EXILE song “Rising Sun” and “Joy-ride-delight drive-” 3D projection แสดงเพลงพร้อมน้ำพุโชว์จากทาง Canal City Hakata

MDC-Japan2017-0203

เริ่มการแสดงเป็นเพลงผสานกับน้ำพุ และแสงสีเสียง จัดเต็มกันเลยทีเดียว

MDC-Japan2017-0204

การแสดงมี 3 รอบเวลา 20.00 , 20.30 น. และ 21.00 น. ใช้เวลาในการแสดงประมาณ 15 นาที บริเวณ B1F Sun Plaza stage

MDC-Japan2017-0205

ดูการแสดงจรอบนี้หิวจริงเกือบจะ 3 ทุ่มแล้วเลยขึ้นไปยัง Ramen Stadium ซึ่งอยู่ชั้นบนของห้าง Canal City Hakata

MDC-Japan2017-0206

ร้านมีให้เลือกเยอะหลายร้านมาก คือเรียกว่าเลือกกินกันไม่ถูกกันเลยว่าจะเข้าร้านไหนดี

MDC-Japan2017-0207

สุดท้ายผมกับเพื่อนก็ไม่รู้จะกินร้านไหนดี ก็เลยให้แม่ดูว่ากินร้านไหนได้แม่ก็เลือกร้านนี้ที่เป็นหมูชาชู

MDC-Japan2017-0208

เลือกเมนูที่ตู้จ่ายเงินแล้วรับบัตรคิว

MDC-Japan2017-0209

ผมสั่งมาชามนึง 850 เยน เพราะเห็นโต๊ะอื่นชามใหญ่มากแม่บอกสั่งมาชามเดียวพอขอชิมนิดเดียวเพราะยังอิ่มมาจากร้านแกงกะหรี่กะทะร้อนเมื่อตอนเย็น

MDC-Japan2017-0210

บอกเลยถ้าไม่แบ่งแม่ กินคนเดียวไม่หมดแน่ ๆ เพราะมันชามใหญ่มาก

MDC-Japan2017-0211

ทานเสร็จอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกจากห้าง Canal City พาไปเดินชมบรรยากาศริมคลองต้องบอกว่าเย็นมาก ๆ มาเดินดูซุ้มขายอาหารสไตล์ยาไต Yatai ที่ขึ้นชื่อของเมืองฟุกุโอกะ

MDC-Japan2017-0212

คนยืมรอต่อแถวกันเพียบเลย หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นเห็นมานั่งกินเบียร์อาหารปิ้งย่างกันเยอะ

MDC-Japan2017-0213

MDC-Japan2017-0214

ถึงเวลาต้องรีบกลับไปยังสถานี Hakata Station แล้วเพราะรถไฟจะหมดคันสุดท้าย 00.30 น. ตอนเดินกลับก็เห็นชาวญี่ปุ่นออกมาเที่ยวกันดื่มกันเยอะมาก คงเพราะเป็นวันเสาร์คงมาหาอะไรดื่มกันน่าจะหลังเลิกงานด้วยเห็นยังใส่ชุดฟอร์มทำงานกันอยู่เลย

MDC-Japan2017-0215

เดินย้อนกลับไปทางเดิมประมาณ 20 นาทีก็ถึงสถานี Hakata Station ประมาณห้าทุ่มนิด ๆ ยังทันรถไฟ

MDC-Japan2017-0216

มาถึงก็ไปขึ้นรถไฟ Limited Express Sonic กลับไปยังสถานี Kurosaki Station ถึงโรงแรมเที่ยงคืนพอดี ได้เวลานอนเพื่อพักผ่อนก่อนลุยต่อในวันพรุ่งนี้

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ

ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางตอนที่ 2 ได้ที่นี้ >> ตอนที่ 02 : บันทึกการเดินทาง ::: พาไปนั่งรถไฟขบวน Aso Boy ! ” แต่ ” ผิดแผนที่สวน Kawachi Fuji Garden  :::

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E Mail : Mydesign-club@windowslive.com หรือทาง Line ID : MDC-TH นะครับ


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...