Travel Japan 2015 ::: พาเที่ยวมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิ ปิดท้ายค่ำคืนที่ Osaka Bay :::

Travel Japan 2015 : Day 10 พาเที่ยวมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิ ปิดท้ายค่ำคืนที่ Osaka Bay 

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

+

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 01 : วันแรกของการเดินทาง ::: ” ฟุกุโอกะ ” เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก :::

+ ตอนที่ 02 : วันที่สองของการเดินทาง :::  เที่ยวเมือง Yufuin และนั่งรถไฟขบวนสุดฮิต Yufuin No Mori :::

+ ตอนที่ 03 : วันที่สามของการเดินทาง ::: เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ตามรอยละครตามหา ศาลเจ้ากลกิโมโน :::

+ ตอนที่ 04 : วันที่สี่ของการเดินทาง ::: เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae :::

+ ตอนที่ 05 : วันที่ห้าของการเดินทาง ::: พาไปจังหวัด ” ชิงะ ” เที่ยว 2 เมืองรอบทะเลสาบบิวะ :::

+ ตอนที่ 06 : วันที่หกของการเดินทาง ::: ฝนตกทั้งวันเที่ยวเมือง คามาคุระ และตอนเย็นที่โยโกฮาม่า :::

+ ตอนที่ 07 : วันที่เจ็ดของการเดินทาง ::: พาเที่ยวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ” โตเกียว ” ออกตามหา Gundam :::

+ ตอนที่ 08 : วันที่แปดของการเดินทาง ::: เที่ยวนากาโน่ ต้องลองไปรู้จักแล้วจะหลงรักเมืองนี้ :::

+ ตอนที่ 09 : วันที่เก้าของการเดินทาง ::: เที่ยวจังหวัดมิเอะ พาไปยังศาลเจ้าอิเสะ Ise Jingu :::

+ ตอนที่ 10 : วันที่สิบของการเดินทาง ::: พาเที่ยวมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิ ปิดท้ายค่ำคืนที่ Osaka Bay ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 11 : วันสุดท้ายของการเดินทาง ::: ไปเมืองหลวงเก่าเกียวโตเที่ยวป่าไผ่ ” อาราชิยาม่า ” ในวันฝนพรำ :::

Day 10 วันที่ 5 ก.ค. 2558 วันนี้เป็นวันที่ 10 ของการเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่นของทริปปี 2015 วันนี้จะไปพาไปยังจังหวัดจังหวัดเฮียวโงะ ( Hyogo ) ซึ่งเมืองในจังหวัดนี้ที่ดัง ๆ ก็มีเมืองโกเบ ( Kobe ) แต่วันนี้ที่จะพาไปคือเมืองฮิเมจิ ( Himeji ) ซึ่งที่จะพาไปเที่ยวกันวันนี้คือปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle ) หลังจากปิดซ่อมมาหลายปีแล้วพึ่งเปิดให้เข้าชมใหม่เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทีนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปราสาทที่ถูกขึ้นเป็นมรดกโลก และเดินดูของเรื่อย ๆ ย่านถนนมิยูกิ ที่ถอดยาวจากหน้าสถานี JR ไปยังปราสาทฮิเมะจิ สุดท้ายตอนเย็นมาเที่ยวยัง Osaka Bay Area ซึ่งตรงนั้นจะพาไปขึ้นกระเช้า Tempozan Giant Ferris Wheel และไปชมวิวบนตึก Cosmo Tower ติดตามการเดินทางในวันที่ 10 ได้เลยครับ

MDC-Japan2015-1035

วันนี้เราออกกันแต่เช้าเหมือนเดิม 7 โมงออกจากโรงแรม Hotel Consort ตอนเช้าเห็นตัวโรงแรมชัด ๆ เมื่อคืนมาถึงดึกแสงไม่พอ

MDC-Japan2015-1036

เช้านี้มีแผนไปเที่ยวเมืองฮิเมจิ ( Himeji ) จากโอซาก้า ( Osaka ) ไปก็ไปเร็วสุดก็นั่ง SHINKANSEN ไปจะเร็วสุดจากโรงแรมก็ขึ้นรถไฟใต้ดินจากสถานี NISHINAKAJIMAMINAMIGATA ไปยังสถานี SHIN-OSAKA

MDC-Japan2015-1037

สถานี NISHINAKAJIMAMINAMIGATA ขึ้นชานชาลา 2 เพื่อไปยังสถานี SHIN-OSAKA

MDC-Japan2015-1038

เดินทางตามป้ายเลยไปยัง Gate ของ SHINKANSEN เพราะเราได้จองตั๋วรถไฟ JR ไว้แล้ว และใช้บัตรเบ่งอย่าง JR Pass ขึ้นได้เลย

MDC-Japan2015-1039

วันนี้ผมเลือกขบวนช้าสุดอย่าง Class KODAMA เพื่อจะได้ขึ้นเจ้าคันนี้เลย SHINKANSEN Series 500 ของ JR West ที่มีราคาสร้างแพงสุดในสมัยนั้นซึ่งตอนนี้ถูกลดชั้นมาเป็นขบวน Class KODAMA

MDC-Japan2015-1040

ขบวน SHINKANSEN Series 500 หน้าตาการออกแบบผมว่าสวยนะครับออกแบบโดยสถาปนิคชาวเยอรมัน วิ่งจากสถานี SHIN-OSAKA ไปยังสถานี HAKATA เท่านั้น

MDC-Japan2015-1041

SHINKANSEN Series 500 ตัวนี้ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 320 กม./ชม. มูลค่าของขบวน Series 500 คร่าว ๆ อยู่ที่ขบวนละ 5 พันล้านเยน

MDC-Japan2015-1042

ด้านในก็เหมือนกับ SHINKANSEN ทั่วไปทั้งห้องน้ำและห้องไว้ให้สูบบุหรี่ จัดเป็นที่เป็นทาง

MDC-Japan2015-1043

ภายในของ SHINKANSEN Series 500 จะเป็นแบบ 2 – 2 ตามสไตล์ของ JR West นั่งสบาย ถึงรถไฟมันจะวิ่งมาเป็นสิบปีแต่การรักษานั้นดีมาก ๆ

MDC-Japan2015-1044

เป็นรถไฟรุ่นแรกในขณะนั้นที่มีโลโก้รุ่นติดภายนอก JR 500 West Japan

MDC-Japan2015-1090

ถึงแล้วสถานี HIMEJI ผมนั่งจากสถานี SHIN-OSAKA ไปยังสถานี HIMEJI ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

MDC-Japan2015-1045

และเจ้า SHINKANSEN Series 500 ก็พามาถึงเมืองฮิเมจิ ( Himeji ) ก่อนที่มันจะไปต่อยังสถานีหน้าและไปสุดทางของมันที่ HAKATA

MDC-Japan2015-1046

ลงมายังด้านล่างของสถานี HIMEJI มีการนำเอาเหมือนที่นั่งเอาไว้แห่ตามงานประเพณีมาตั้งโชว์ไว้ในตัวสถานี

MDC-Japan2015-1047

MDC-Japan2015-1048

ป้ายครบรอบ 40 ปีของบริษัท JR West ด้านขวาจะเห็นรูปรถไฟทั้งหมดที่ JR West เคยดูแลอย่างตัว SHINKANSEN Series 500 ที่นั่งมาวิ่งมาตั้งแต่ปี 1993

MDC-Japan2015-1049

จากด้านในสถานีมีป้ายบอกเป็นระยะทางไปยังปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle ) ออกทาง Central Gate แล้วเลี้ยวขวา

MDC-Japan2015-1050

เดินเลี้ยวขวาออกมาจากสถานีก็มองเห็นแล้วตัวปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle ) แต่เราไม่นั่งรถไปนะครับ เราจะเดินไปเพื่อเดินดูบ้านเมืองเขาสักหน่อย

MDC-Japan2015-1051

ทางด้านขวามือถ้าออกมาจากสถานีจะมีถนนน่าเดินอยู่ 2 เส้นคือ ถนนโอเทะมาเอะ ซึ่งจะอยู่ติดริมถนน กับอีกเส้นคือถนน มิยูกิ ซึ่งเป็นเหมือนถนนคนเดินในญี่ปุ่นจะมีร้านค้ามากมายในนั้น ซึ่งสามารถเดินได้จากสถานีไปยังราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle ) ได้เลย

MDC-Japan2015-1052

ที่ฝากรถจักรยานของญี่ปุ่น ค่าฝาก 100 เยน เพราะเมืองนี้ยังปั่นจักรยานกันอยู่เยอะ

MDC-Japan2015-1053

วิธีการล็อครถจักรยานเข้ากับตัวที่ที่ล็อค เขาทันสมัยกว่าบ้านเรามาก

MDC-Japan2015-1054

ตู้หยอดค่าฝากรถจักรยานหรือใช้บัตร IC Card ก็ได้สะดวกจริง ๆ

MDC-Japan2015-1055

เดินเข้ามาในถนนมิยูกิ ก็จะพบกับร้าน Hello Kitty Cafe แต่ตอนนี้มันเช้าอยู่เขายังไม่เปิด เปิดตอน 10 โมง ไว้เดียวค่อยมาอีกทีเอาหน้าร้านไปก่อน

MDC-Japan2015-1056

ชื่่อร้าน Cafe de Miki With Hello Kitty

MDC-Japan2015-1057

ช่วง 8 โมงกว่า ๆ ร้านค้ายังไม่เปิดกันมีแต่ร้านขายอาหารเปิดบางร้านเราก็จัดมื้อเช้ากันแถวนี้ก่อนไปยังตัวปราสาท

MDC-Japan2015-1058

จาหน้าสถานีรถไฟ JR เดินแบบเรื่อย ๆ ก็ประมาณ 20 นาทีก็จะไปถึงยังตัวด้านหน้าของปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle )

MDC-Japan2015-1059

มาญี่ปุ่นตั้งหลายวันพึ่งจะเคยเห็นรถตำรวจญี่ปุ่นก็วันนี้

MDC-Japan2015-1060

วันที่มาตรงกับวันอาทิตย์ขอบอกว่าทัวร์เยอะมาก ๆ และคนที่มาเที่ยวที่นี้เยอะแค่ทางเข้ามองเห็นคนแล้วจะเยอะไหม

MDC-Japan2015-1061

บริการนั่งเรือรอบคูน้ำของปราสาท ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 500 เยน

MDC-Japan2015-1062

ข้ามสะพานข้ามคูเมือง เพื่อเข้าไปยังประตูทางเข้าปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle )

MDC-Japan2015-1063

MDC-Japan2015-1064

ปราสาทฮิเมจิมีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปีซึ่งนับเป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่นและได้รับการประเมินอย่างสูงจากทั่วโลก ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี 1993 สร้างทิวทัศน์ที่งดงามด้วยความสง่างามของปูนขาวซึ่งได้รับการเปรียบเปรยให้เป็นนกกระยางซึ่งบางทีถูกเรียกว่า “ ปราสาทนกกระยางขาว ”

MDC-Japan2015-1065

เปิดให้เข้าชมเวลา 9 โมงเช้า จนถึง 5 โมงเย็น ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 300 เยน

MDC-Japan2015-1066

ซื้อตั๋วเืพื่อเข้ายังตัวปราสาทจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งแบบคนขายวันนี้แถวยาวมาก ส่วนอีกแบบเป็นแบบตู้ยอดเงินเข้าไปแล้วได้ตั๋วเลยเป็นตู้อัตโนมัติ ผมเลยไปซื้อแบบนั้น

MDC-Japan2015-1067

ได้มาแล้วตั๋วเข้าปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle ) ซื้อผ่านตู้ขายอัตโนมัติ ไม่ยากเลยไม่ต้องต่อแถวนาน

MDC-Japan2015-1068

ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเขาต้องเดินขึ้น เดินผ่านประตูฮิซิ ( Hishi Gate ) ประตูที่ใหญ่ที่สุดของปราสาทซึ่งคงสภาพในยุคอาจึชิโมโมยามะ

MDC-Japan2015-1069

เข้าผ่านประตู Hishi Gate ทางขวาจะเห็นคูเมืองซังโคคุ และตัวปราสาทเป็นจุดถ่ายรูปจุดหนึ่งเลยทีเดียว

MDC-Japan2015-1070

อย่างที่บอกว่าวันที่ผมมาคนเยอะมาก ทางขึ้นเลยเกิดการจราจรติดขัดต้องหยุดเป็นระยะ ๆ

MDC-Japan2015-1071

MDC-Japan2015-1072

ด้านในตัวปราสาทก็จะมีป้ายบอกที่มาและความเป็นไปของปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle )

MDC-Japan2015-1073

MDC-Japan2015-1074

ด้านบนสุดของปราสาทหยุดยาวมากเพราะด้านบนจะมีเหมือนศาลเล็ก ๆ ด้านบนทุกคนที่เห็นไปจะไปสั่นกระดิ่งและโยนเหรียญลงไปในกล่องเลยทำให้แถวติดยาวภายในด้านในปราสาท

MDC-Japan2015-1075

คนจะเยอะตรงจุดนี้ของปราสาทเลยทำให้แถวขยับไปได้ช้ากว่าคนนึงจะไหวืโยนเหรียญ

MDC-Japan2015-1076

ขากลับออกมาผ่านทางด้านข้างของปราสาทที่เรียกว่าหอคุ้มกันเล็ก ( Kotenshu ) เพื่อไปยังลานด้านหน้า

MDC-Japan2015-1077

ทางด้านขวามือถ้าออกมาจากตัวปราสาทจะเห็นหมู่หอคอยนิซิโนะมารุและทางเดินระเบียงยาว ( ระเบียงเฮียกุมะ )

MDC-Japan2015-1078

ภาพมุมกว้างจากลานหน้าปราสาท เห็นทิวทัศน์เมืองฮิเมะจิอยู่ข้างหน้า

MDC-Japan2015-1079

ตัวปราสาทหลัก ( Daitenshu ) ดูจากภายนอกจะเห็นเป็น 5 ชั้นแต่ภายในมีชั้นใต้ดิน 1 ชั้นและชั้นบนดิน 6 ชั้นซึ่งชั้นบนสุดจะประดับด้วยกระเบื้องหลังครูปทรงปลาวาฬเพรชฆาต ทว่าปลาวาฬเพรชฆาตเป็นปละทะเลที่ถูกจินตนาการโดยมีหัวเป็นเสือและมีหนามบนหลังถูกประดับบนดาดฟ้าปราสาทเพื่อเป็นเครื่องรางป้องกันไฟ ดิมทีแล้วหอคอยมีใว้เพื่อดูวิสัยทัศน์ที่ไกลออกไปซึ่งพัฒนาเป็น “หอสังเกตการณ์”ความสูงของหอคอยอยู่ที่ 30 เมตร ( 90 เมตรจากระดับน้ำทะเล )

MDC-Japan2015-1080

สิ่งที่ค้ำจุนหอคอยที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้เป็นเสาหลัก 2 ต้นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตรที่อยู่ลึกจากชั้นใต้ดินขึ้นมายังชั้นที่ 6 ซึ่งนับเป็นวิธีก่อสร้างที่ล้ำสมัยในยุคนั้น นอกจากนั้น ปราสาทฮิเมจิมีลักษณะพิเศษที่มีหอคอยเชื่อมโยงหอคอยย่อยกับตัวปราสาทหลัก ( ที่มาจาก http://www.himeji-kanko.jp )

MDC-Japan2015-1081

มาตั้งแต่ 8 โมงเช้าตอนนี้จะบ่ายโมงถึงเวลาที่ต้องลาจากปราสาทฮิเมะจิ ( Himeji Castle ) กันแล้ว

MDC-Japan2015-1082

ขากลับลงมาเจอกระเบื้องรูปสัตว์ในตำนาน ตัวเป็นปลา หัวเป็นเสือ (Shachihoko) เหล่านี้ถูกนำมาประดับตกแต่งหลังคาของตัวปราสาท ชิ้นซ้ายมือสร้างขึ้นมาในสมัยเอโดะ(ปี ค.ศ.1603-1868) ส่วนชิ้นทางขวาสร้างในสมัยเมจิ(ปี ค.ศ.1868-1912) ว่ากันว่า Shachihoko จะช่วยป้องกันตัวปราสาทให้รอดจากเพลิงไหม้หรือฟ้าผ่า

MDC-Japan2015-1083

ขากลับเดินง่ายหน่อยเดินลงเขาไม่เหนื่อย

MDC-Japan2015-1084

MDC-Japan2015-1085

ออกมาด้านนอกฝั่งตรงข้ามถนนเริ่มบ่ายเห็นนักท่องเที่ยวกำลังข้ามมายังปราสาทกันเยอะแยะมากมาย ส่วนที่เราจะข้ามไปก็เป็นร้านขายของฝากที่ระลึกด้านหน้าปราสาท

MDC-Japan2015-1086

MDC-Japan2015-1087

ผมก็เดินกลับไปทางถนนคนเดินเพื่อไปยังถนนมิยูกิ เพื่อไปหาซื้อของและกินข้าวกลางวัน

MDC-Japan2015-1088

เดินซื้อของอะไรเสร็จก็เดินเรื่อย ๆ กลับมายังสถานี JR Himeji Station สถานีมีด้านบนให้ไว้ถ่ายรูปตัวปราสาทด้วยนะครับ สถานีสวยและใหญ่โตพอสมควร

MDC-Japan2015-1089

เรากลับไปรอรถไฟ SHINKANSEN ส่วนอีกฝั่งเป็นพวกรถสาย Local ของ JR

MDC-Japan2015-1091

ขึ้นไปยังชานชาลารอเจ้า SHINKANSEN HIKARI 472 เพื่อกลับไปยังโอซาก้า ( Osaka )

MDC-Japan2015-1092

กำลังเข้าสู่สถานี SHINKANSEN HIKARI 472 ใช้เวลาการเดินทาง 37 นาที จากสถานี HIMEJI ไปยังสถานี SHIN-OSAKA

MDC-Japan2015-1093

พอมาถึงสถานี SHIN-OSAKA ผมเดินไปถามเจ้าหน้าที่ว่าจะไปหาซื้อบัตร Osaka Amazing Pass แบบ 2 วันได้ที่ไหนหรือต้องไปที่สถานี OSAKA ถึงจะมีขาย เจ้าหน้าที่ JR ตอบว่าที่นี้มีขายให้ไปซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ผมก็มีขายด้วยเหรอ ?

ก็เดินไปยังทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Midosuji Line เจอเจ้าหน้าที่ยืนอยู่เขาบอกใช่ซื้อที่นี้ให้บอกเจ้าหน้าที่ที่คุมประตูทางเข้า

MDC-Japan2015-1094

บอกเจ้าหน้าที่ว่าจะมาซื้อบัตร Osaka Amazing Pass เขาจะเปิดประตูให้เข้าครับแล้วเดินผ่านไปจะมีห้องอยู่ซ้ายมือให้เราเดินเข้าไปซื้อในนั้น

MDC-Japan2015-1095

เดินเข้าไปในห้องนี้ จะมีเจ้าหน้าที่นั่งอยู่บอกเขาเลยครับว่ามาซื้อบัตร Osaka Amazing Pass ผมซื้อแบบ 2 วันต่อเนื่อง แถมมีเจ้าหน้าที่พูดไทยได้อีกสบายเลยงานนี้ สรุปที่สถานี SHIN-OSAKA สามารถซื้อบัตร Osaka Amazing Pass ได้ครับ

MDC-Japan2015-1096

ได้มาแล้วบัตร Osaka Amazing Pass แบบ 2 Day Pass ในราคา 3,000 เยน ส่วนเรื่องรายละเอียดของบัตรอ่านได้ที่นี้ >> https://www.osaka-info.jp/osp/en/index.html

MDC-Japan2015-1097

ที่นี้จะพาพ่อกับแม่ไปขึ้นกระเช้ายักษ์ที่ Tempozan Giant Ferris Wheel ต้องไปยัง Osaka Bay Area ก็จากสถานี SHIN-OSAKA นั่งสาย JR Special Rapid Service ไปลงยังสถานี OSAKA แล้วเปลี่ยนขบวนเป็น JR Osaka Loop Line ไปลงสถานี BENTENCHO ทั้งหมดนี้เป็นของ JR ใช้บัตร JR Pass ได้เลย

MDC-Japan2015-1098

มาถึงสถานี BENTENCHO แล้วไปต่อสายเอกชน Osaka City Subway Chuo Line ไปยังสถานี OSAKAKO ตรงนี้เราเริ่มใช้บัตร Osaka Amazing Pass

MDC-Japan2015-1099

สถานี BENTENCHO มี Mascot ปรำจำสถานีด้วยนะ

MDC-Japan2015-1100

MDC-Japan2015-1101

สถานี BENTENCHO เราต้องไปยังชานชาลาของสายเอกชจนสายสีเขียวนะครับ เพื่อไปยังชานชาลาที่ 2 ที่จะไปยังสถานี OSAKAKO อย่าไปยืนรอตรงของสถานี JR ละ

MDC-Japan2015-1102

มาแล้วขบวน Osaka City Subway Chuo Line ที่จะพาเราไปยัง Osaka Bay Area

MDC-Japan2015-1103

ออกจากสถานี OSAKAKO ทางออก Exit 1 ออกมาแล้วมองไปข้างหน้าจะเห็นกระเช้ายักษ์ Tempozan Giant Ferris Wheel เดินไปทางนั้นเลย

MDC-Japan2015-1104

Tempozan Giant Ferris Wheel มันอยู่ติดกับห้าง Tempozan Marketplace แต่อยู่ชั้นบนเดินขึ้นไปชั้นบน

MDC-Japan2015-1105

เดินไปตามป้ายเลย แต่เราไม่ต้องแวะซื้อบัตรนะครับ เพราะเราใช้บัตร Osaka Amazing Pass ได้เลย

MDC-Japan2015-1106

จะขึ้นกระเช้าก็ง่ายนิดเดียวยื่นบัตร Osaka Amazing Pass ให้เจ้าหน้าที่เขาจะเอาเครื่องอ่าน Barcode มายิงสแกนที่บัตรเราเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีบัตร Osaka Amazing Pass ก็ต้องซื้อบัตรเองราคา 800 เยน

MDC-Japan2015-1107

สูงขึ้นไปมองเห็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง Osaka Aquarium ( Kaiyukan )

MDC-Japan2015-1108

อีกฝั่งจะเห็น Osaka Culturarium Tempozan

MDC-Japan2015-1109

MDC-Japan2015-1110

มองเห็นสะพานมินะโตะ สะพาน ๒ ชั้นโครงเหล็กสีแดง

MDC-Japan2015-1111

Tempozan Giant Ferris Wheel เริ่มเปิดไฟแล้ว

MDC-Japan2015-1112

หลังจากลงมาก็เข้าไปในห้างนั้นละครับมีร้านอาหารที่เยอะแยะด้านใน ก็กินตรงนี้เลยก่อนจะไปที่ถัดไป ภาพจากมุมไกลจากอีกมุมถนนนึงจะเห็น Tempozan Giant Ferris Wheel ตอนเปิดไฟ

MDC-Japan2015-1113

เดินกลับมายังสถานี OSAKAKO จุดหมายต่อไปจะไปยัง Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory ซึ่งด้านบนเปิดให้ชมวิวได้ ต้องไปลงที่สถานี TRADECENTERMAE

MDC-Japan2015-1114

จากสถานี OSAKAKO นั่งสาย Osaka City Subway Chuo Line มาลงยังสถานี COSMOSQUARE และเปลี่ยนขบวนเป็นสาย Osaka City Newtram ไปยังสถานี TRADECENTERMAE ทั้งหมดนี้ใช้บัตร Osaka Amazing Pass

MDC-Japan2015-1115

จากสถานี OSAKAKO มาสถานี TRADECENTERMAE ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึง

MDC-Japan2015-1116

ตรงนี้ทางออกมันมี 2 ทางทั้ง Exit 1 และ Exit 2 มันก็ถึงเหมือนกันแต่แนะนำเดินไปทาง Exit 2 จะดีกว่าเพราะทางเดินไม่เปลี่ยว เดินผ่านอาคารหอประชุม เพราะตอนผมไปดันไปเดินทางออก Exit 1 ดูมันเปลี่ยว ๆ ชอบกล

MDC-Japan2015-1117

ถ้ามาทาง Exit 2 เดินมามันจะข้ามสะพานลอยมาเข้ายังตึก Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory เราต้องเดินไปชั้นล่างก่อนแล้วเดินไปทางด้านขวามือถึงจะเจอทางเข้า

MDC-Japan2015-1118

ราคาค่าเข้าปรกติผู้ใหญ่อยู่ที่ 510 เยน แต่เราใช้บัตร Osaka Amazing Pass ก็ไม่ต้องเสียอะไรยื่นให้เจ้าหน้าที่แสกนบัตรแค่นั้นเอง

MDC-Japan2015-1119

ของที่ระลึกเข็มกลัด Osaka Lovers

MDC-Japan2015-1120

พอสแกนเสร็จเจ้าหน้าที่ก็ออกตั๋วเล็ก ๆ ให้เราเดินไปขขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบน

MDC-Japan2015-1121

ลิฟท์มันจะไม่ได้ไปจอดชั้นบนนะครับต้องต่อบันไดเลื่อนขึ้นไปอีกที

MDC-Japan2015-1122

วิวจากตึก Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory ไปยังฝั่งที่ผมพึ่งจากมาฝั่งของ Tempozan Harbor เห็นเจ้ากระเช้ายักษ์ Tempozan Giant Ferris Wheel เปิดไฟสวยมาก

MDC-Japan2015-1123

อีกด้านมองเห็นไฟในเมืองโอซาก้า ( Osaka ) และสะพานมินะโตะ

MDC-Japan2015-1124

ภาพมุมกว้างของอ่าว Osaka Bay

MDC-Japan2015-1125

MDC-Japan2015-1126

ดูวิวด้านนอกกันแล้วมาดูในตัวอาคาร Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory ก็จะมีกล่องส่องทางไกลมองไปยังจุดต่าง ๆ ก็หยอดเหรียญเอา

MDC-Japan2015-1127

มาตอนช่วง 3 ทุ่มคนมีน้อยมาก อยากถ่ายมุมไหนตามสบายเลย

MDC-Japan2015-1128

ชั้นบนตรงนี้เขาจะมี Cafe เล็ก ๆ ไว้ขายพวกน้ำดื่ม น้ำปั่น น้ำแข็งใส และอาหาร ผมก็ไปอุดหนุนน้ำแข็งใส่ถ้วยละ 300 เยนมากินเล่น

MDC-Japan2015-1129

MDC-Japan2015-1130

ร้าน Cafe ด้านบนดูแล้วเหมือนจัดร้านแบบสถานที่แต่งงานเลย สงสัยจะมีคนมาถ่าย Prewedding ที่นี้กันเยอะมั้ง ?

MDC-Japan2015-1131

อยู่กันจนพอใจก็ได้เวลากลับกันแล้วก็ลงบันไดเลื่อนลงมายังชั้น 51 แล้วต่อลิฟท์ลงไปยังชั้นล่าง Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory วันธรรมดาปิด 4 ทุ่ม ส่วนเสาร์ – อาทิตย์ ปิด 5 ทุ่ม

MDC-Japan2015-1132

ขากลับมายังไงก็กลับอย่างงั้นเลย ก็เดินข้ามสะพานลอยไปฝั่งหอประชุมแล้วเดินตามป้ายไปยังสถานีรถไฟ

MDC-Japan2015-1133

ไปขึ้นรถไฟที่สถานี TRADECENTERMAE นั่งสาย Osaka City Newtram ไปลงยังสถานี COSMOSQUARE

MDC-Japan2015-1134

จากสถานี COSMOSQUARE ก็เปลี่ยนขบวนไปใช้สายสีเขียว Osaka City Subway Chuo Line ไปยังสถานี HOMMACHI

MDC-Japan2015-1135

และสุดท้ายเมื่อถึงสถานี HOMMACHI ก็ไปเปลี่ยนเป็นสายสีส้ม Midosuji Line กลับไปยังโรงแรมที่สถานี NISHINAKAJIMAMINAMIGATA ถึงโรงแรมก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว ก็เป็นการจบการเดินทางของผมในวันที่ 10 คงจบเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางในวันที่ 11 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางในทริปญี่ปุ่นปี 2015 นะครับ

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ

ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางวันที่ 11 ได้ที่นี้ : วันสุดท้ายของการเดินทาง ::: ไปเมืองหลวงเก่าเกียวโตเที่ยวป่าไผ่ ” อาราชิยาม่า ” ในวันฝนพรำ :::


T R A V E L – J A P A N – 2 0 1 5


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...