Travel Japan 2015 ::: เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae :::

Travel Japan 2015 : Day 4 เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae 

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

+

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 01 : วันแรกของการเดินทาง ::: ” ฟุกุโอกะ ” เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก :::

+ ตอนที่ 02 : วันที่สองของการเดินทาง :::  เที่ยวเมือง Yufuin และนั่งรถไฟขบวนสุดฮิต Yufuin No Mori :::

+ ตอนที่ 03 : วันที่สามของการเดินทาง ::: เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ตามรอยละครตามหา ศาลเจ้ากลกิโมโน :::

+ ตอนที่ 04 : วันที่สี่ของการเดินทาง ::: เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 05 : วันที่ห้าของการเดินทาง ::: พาไปจังหวัด ” ชิงะ ” เที่ยว 2 เมืองรอบทะเลสาบบิวะ :::

+ ตอนที่ 06 : วันที่หกของการเดินทาง ::: ฝนตกทั้งวันเที่ยวเมือง คามาคุระ และตอนเย็นที่โยโกฮาม่า :::

+ ตอนที่ 07 : วันที่เจ็ดของการเดินทาง ::: พาเที่ยวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ” โตเกียว ” ออกตามหา Gundam :::

+ ตอนที่ 08 : วันที่แปดของการเดินทาง ::: เที่ยวนากาโน่ ต้องลองไปรู้จักแล้วจะหลงรักเมืองนี้ :::

+ ตอนที่ 09 : วันที่เก้าของการเดินทาง ::: เที่ยวจังหวัดมิเอะ พาไปยังศาลเจ้าอิเสะ Ise Jingu :::

+ ตอนที่ 10 : วันที่สิบของการเดินทาง ::: พาเที่ยวมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิ ปิดท้ายค่ำคืนที่ Osaka Bay :::

+ ตอนที่ 11 : วันสุดท้ายของการเดินทาง ::: ไปเมืองหลวงเก่าเกียวโตเที่ยวป่าไผ่ ” อาราชิยาม่า ” ในวันฝนพรำ :::

Day 4 วันที่ 29 มิ.ย. 2558 วันนี้เป็นวันที่ 4 ของการเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่นของทริปปี 2015 วันนี้เราออกทางออกจากภูมิภาคคิวชูแล้ว เพราะผมต้องมารับ ” พ่อกับแม่ ที่จะบินจากกรุงเทพมาลงที่โตเกียว ในวันที่ 2 ก.ค. 2558 ” แต่ระหว่างทางเราแวะเที่ยวมาเรื่อย ซึ่งจุดหมายของวันนี้ที่จะไปให้ได้เลยคือไปดูเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่เกาะ มิยาจิม่า ( Miyajima ) ที่เมืองฮิโรชิมา ( Hiroshima ) ส่วนสวนสันติภาพนั้นแล้วแต่เวลาว่าจะไปทันไหมถ้าไม่ทันไว้คราวหน้า ( Peace Memorial Park ) เพราะในช่วงบ่ายเราจะต้องเดินทางไปยังเมือง นาโกย่า ( นาโกย่า ) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค Chubu แล้วนอนพักที่นี้ เลยมีเวลาในช่วงตอนเย็นไปเดินยังวัด Osu Kannon Temple และปิดท้ายย่าน Sakae ในเมืองนาโกย่า ติดตามการเดินทางในวันที่ 4 ได้เลยครับ

วันนี้เป็นวันแรกของผมที่เปิดใช้งาน JR Pass ทั่วประเทศแบบ 7 วัน ทำให้เรานั่งรถไฟความเร็วสูง SHINKANSEN นั่งไปไหนมาไหนก็ได้ภายในระยะเวลา 7 วันนี้

MDC-Japan2015-346

วันนี้เราออกมาจากโรงแรมตี 5 ครึ่งเพราะเราดันจองขบวนรถไฟเที่ยวเช้าสุดเที่ยว 6 โมง 16 นาที แต่ก่อนออกมาจากโรงแรมเมื่อคืน เราได้คุยกับพนักงานว่าช่วยส่งกระเป๋าไปโรงแรมที่เราจองที่โตเกียวได้ไหม ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือ Hotel MyStays เหมือนกัน ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมก็บอกได้เลย เสียค่าส่งไปดีกว่าแบกใบใหญ่ไป เพราะผมจะเข้าไปถึงโตเกียวในคืนวันที่ 30 มิ.ย. 2558 ผมก็เลยถือแต่เป้ใบเล็กใส่เสื้อผ้าสำหรับ 2 วันไป

แล้วก็รีบนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินเที่ยวแรกมายังสถานี HAKATA ก็ยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควรกว่ารถไฟจะออก

MDC-Japan2015-347

เจ้าหน้าที่ใน JR แต่งตัวเรียบร้อยกันทุกคนเรื่องนี้ต้องยอมรับเลย และมีระเบียบวินัยกันมาก ๆ

MDC-Japan2015-348

เราก็เดินมาที่ชานชาลาที่ 14 หรือที่ญี่ปุ่นใช้คำว่า Track หมายเลข 14 ก็อ่านดูบนป้ายว่าตรงไหนเป็นที่จอดของขบวน SHINKANSEN HIKARI Rail Star 442 เป็นขบวนแบบ 8 ตู้ เราก็ยืนป้ายสีเขียวในตู้ที่ 8 เพราะเราจองไว้ได้ที่นั่งในตู้ 8

MDC-Japan2015-349

มาแล้วเจ้า SHINKANSEN HIKARI Rail star 442 ซึ่งเป็นสีเทา มีลายดำเหลืองด้านข้างตัวรถ เป็นรุ่น 700 series ซึ่งวิ่งมาตั้งแต่ปี 2009 ไฟด้านหน้าจะแตกต่างกับตัว รุ่น N700 series

MDC-Japan2015-350

ตรงราวรั้วตรงที่ชานชาลาก็จะมีป้ายบอกถึงผังของตู้ในรถไฟที่จะจอดในชานชาลานี้ ดูง่ายเลยครับเวลาเรารู้ว่านั่งตู้ไหน ดูได้จากตั๋วที่จองไว้จะมีบอก

MDC-Japan2015-351

ด้านข้างเจ้า SHINKANSEN HIKARI Rail Star จะมีป้าย Rail Star อยู่ข้างตัวรถ รถขบวนนี้วิ่งจากสถานี HAKATA ไปสุดปลายทางที่สถานี SHIN-OSAKA เท่านั้น

MDC-Japan2015-352

ด้านหน้าก็มีป้าย Rail Star และเป็นขบวนรถไฟของ JR West เรานั่งไปลงที่ฮิโรชิมาใช้เวลาเดินทาง 90 นาที

MDC-Japan2015-353

ถึงจะเป็น SHINKANSEN รุ่นเก่าแต่ความสะอาด ความสะดวกสะบายก็ไม่แพ้พวกรุ่นใหม่เลย ที่นั่งของรถไฟสาย Sanyo ในการดูและของ JR west นี้ที่นั่งใหญ่มากจะเป็นแบบ 2 – 2

MDC-Japan2015-354

ด้านหน้าของตู้โดยสารเราเป็นห้องขนาดเล็ก 4 ห้องเราเลยถามเจ้าหน้าที่ว่าห้องอะไร เขาบอกว่าเป็นชั้น Green Car หรือบิสเนส นั้นเอง

MDC-Japan2015-355

เราก็ขอมาถ่ายตรงส่วนของ Green Car สักหน่อย

MDC-Japan2015-356

นั่งหลับไป แป๊ปเดียวเราก็มาถึงสถานี HIROSHIMA เวลา 7 โมง 45 นาที รถไฟมาถึงตรงเวลามาก ๆ

MDC-Japan2015-357

ช่วงเช้าคนยังไม่เยอะมาก เราก็เดินหาทางลงไปก็เดินตามคนเขาเลยไม่หลงแน่

MDC-Japan2015-358

แล้วเจ้าขบวน SHINKANSEN HIKARI Rail Star 440 ก็ออกตัวไปยังสถานีหน้า ขอบคุณที่มาส่งนะ

MDC-Japan2015-359

เราต้องต่อรถไฟท้องถิ่นเพื่อไปยังเกาะ มิยาจิม่า เราก็ออกจากด้านที่เป็นของรถไฟ SHINKANSEN ไปยังที่จอดรถไฟสาย JR Lines สำหรับเราถือบัตร JR Pass ก็ให้เจ้าหน้าที่ดูในช่องด้านขวามือในรูป เจ้าหน้าที่จะดูวันว่าเกินหรือยังแค่นั้นเองแล้วก็ให้เราเดินผ่าน

MDC-Japan2015-360

ผมออกมาทาง South Gate หรือทางใต้ออกมาก็เจอตู้ Locker ฝากกระเป๋าผมกับพี่อีกคนเลยฝากในตู้เดียวกันเลย เป็นตู้รุ่นใหม่ด้วยใช้บัตร IC Card จ่ายแทนเงินสดได้

MDC-Japan2015-361

เดินตามป้ายไปยังสาย JR Lines

MDC-Japan2015-362

เราจะไปหาเสากลางน้ำเราต้องไปลงที่สถานี MIYAJIMAGUCHI โดยใช้สาย JR Sanyo Line ในรูปก็คือสายสีแดงตัว R เขียนชัดเจนเลยว่าไปยัง MIYAJIMAGUCHI ต้องไปขึ้นชานชาลาหมายเลข 1

MDC-Japan2015-363

มารอเวลาขึ้นรถไฟสาย JR Sanyo Line

MDC-Japan2015-363-1

แผนที่รถไฟภายในเมืองฮิโรชิมา ใครอยากได้แบบ PDF เข้าไปทีนี้เลยครับ http://www.hiroden.co.jp/en/s-routemap.html

MDC-Japan2015-364

มาแล้วรถไฟท้องถิ่นคันสีเหลืองสาย JR Sanyo Line ที่จะพาเราไปยังสถานี MIYAJIMAGUCHI

MDC-Japan2015-365

ที่นี้มีระเบียบในการต่อแถวขึ้นรถไฟมาก ให้คนในขบวนออกมาก่อนแล้วจึงค่อยเข้า

MDC-Japan2015-366

ด้านในรถยังมีแผนที่บอกเส้นทาง เราก็ดูว่าสถานี MIYAJIMAGUCHI จะมีรูปเรือและเสาโทโรอิสีแดง นั้นคือปลายทางของเรา

MDC-Japan2015-367

ใช้เวลาเดินทางจากสถานี HIROSHIMA ครึ่ง ชม. ก็ถึงแล้วครับ แล้วก็เดินตามป้ายเลยจะเขียนว่า Ferryboat For Miyajima

MDC-Japan2015-368

ใครที่มีกระเป๋าใบใหญ่มาหรือของมาสามารถฝากไว้ที่ Locker ในสถานี MIYAJIMAGUCHI ได้ก่อนนะครับ

MDC-Japan2015-369

เดินตามป้ายไม่หลงแน่ ๆ แม้แต่ตรงพื้นทางเดินก็มีป้ายบอกทางไป Miyajima Ferry Port

MDC-Japan2015-370

เดินมาจนถึงสี่แยกจะเจอรูปปั้นด้านหน้าของท่าเรือ JR

MDC-Japan2015-371

MDC-Japan2015-372

ข้ามถนนมาตรงช่องนี้เป็นเรือ Ferry อีกเจ้านึงไปได้เหมือนกัน แต่เราถือบัตร JR Pass เราเลือกไปนั่งเรือของ JR เพราะมันไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสำหรับผู้ถือบัตร JR Pass

MDC-Japan2015-373

ท่าเรือ Ferry ของ JR จะอยู่ติดกับของเอกชน แต่ด้านบนมีป้ายเขียน JR ชัดเจน

MDC-Japan2015-374

เราไม่ต้องเข้าไปในตัวอาคารเพื่อซื้อตั๋ว เพราะเราใช้บัตร JR Pass ก็เดินไปด้านข้างอาคารตามป้ายจะไปยังท่าขึ้นเรือ เรามาเช้าถึงตรงนั้นประมาณ 8 โมงกว่า ๆ คนยังน้อย

MDC-Japan2015-375

เรือมาแล้วเราก็เดินตามกันขึ้นเรือไปเลยเป็นเรือ Ferry ขนาดใหญ่ 3 ชั้น ชั้นล่างจอดรถ เรานั่งได้ชั้น 2 และชั้น 3

MDC-Japan2015-376

ที่นั่งด้านในของเรือของ JR ที่นั่งกว้างขวาง แต่ผมอยากได้ถ่ายวิวด้านนอก เลยไปนั่งเก้าอี้ด้านนอกได้บรรยากาศดีกว่า

MDC-Japan2015-377

ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 10 นาที เราก็เห็นเสาโทโรอิกลางน้ำ อันขึ้นชื่อของที่นี้แล้ว

MDC-Japan2015-378

MDC-Japan2015-379

เรือก็พาเรามาถึงยังเกาะ มิยาจิมา ( Miyajima ) ขากลับเราก็มาขึ้นเรือที่เดิมกลับไปฝั่งโน้นเหมือนเดิม

MDC-Japan2015-380

ตอนจะออกมายังท่าเรือจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วเราเพียงยื่นบัตร JR Pass ให้ดูแค่นั้นเหมือนตอนนั่งรถไฟ ก็ผ่านออกมาได้เลย แล้วก็ไม่ลืมที่จะแวะ Information หยิบแผนที่ของเกาะมิยาจิม่า

MDC-Japan2015-381

บริเวณด้านหน้าของท่าเรือมิยาจิม่า เป็นลานโล่ง ๆ ถ้ามาหน้าร้อนจัดสงสัยร้อนพอดีกว่าจะเดินออกไปถึงเสาโทโรอิกลางน้ำ

MDC-Japan2015-382

และต้องไม่พลาดกับน้องกวาง พี่ใหญ่ในแถบนี้ แต่เราไปเช้าหน่อยเขาก็เลยยังนอนกันอยู่ไม่มีเดินออกมาเพ่นพ่าน

MDC-Japan2015-383

พึ่งเคยเห็นรถส่ง Coke ในญี่ปุ่นครั้งแรกบอกตรง ๆ พนักงานกำลังเอากระป๋องเข้าตู้

MDC-Japan2015-384

เดินไปตามทางเดินจะเห็นเสาทางเข้าตั้งอยู่อย่างเห็นได้ชัดตลอดทางเดินไปยังศาลเจ้าลอยน้ำ

MDC-Japan2015-385

อีกเรื่องตั้งแต่มาญี่ปุ่นบอกเลยบ้านเมืองเขาสะอาดมาก เจ้าหน้าที่กวาดถนนกันแต่เช้า ที่บนเกาะมิยาจิม่า นี้ก็เช่นกันเห็นเจ้าหน้าที่ทำงานกันแต่เช้าในการเก็บกวาดใบไม้

MDC-Japan2015-386

เริ่มเห็นเสาโทโรอิกลางน้ำแล้ว

MDC-Japan2015-387

มิยาจิม่า เรียกอีกอย่างว่า เกาะแห่งศาลเจ้า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีสัญลักษณ์ญี่ปุ่นคือ “ โทโรอิ ” ซุ้มประตูสีแดงในน้ำทะเลหน้าศาลเจ้าอิทสึคุชิมะจินจะ

MDC-Japan2015-388

ช่วงเช้ายังเป็นเวลาที่น้ำนั้นลงมองเห็นศาลเจ้าอยู่ข้างหน้า

MDC-Japan2015-389

เราต้องทำการซื้อตั๋วก่อนเข้าชมกันก่อนนะครับ ถ้าจำไม่ผิดค่าตั๋ว 300 เยน

MDC-Japan2015-391

ได้มาละตั๋วสวยดีเก็บเป็นที่ระลึกว่าครั้งนึงเคยมาที่แห่งนี้

MDC-Japan2015-390

MDC-Japan2015-392

MDC-Japan2015-393

ถ้ามาช่วงน้ำขึ้นตรงนี้คงเต็มไปด้วยน้ำเหมือนศาลเจ้าลอยอยู่บนน้ำแน่ ๆ

MDC-Japan2015-394

ศาลเจ้าแห่งนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ไหน โครงสร้างประกอบด้วยศาลเจ้าหลักและศาลเจ้ารอง มีทั้งที่ยกพื้นสูงและต่ำ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินยาวไปจนถึงทะเล เวลาที่น้ำขึ้นก็จะเหมือนกับศาลเจ้าที่ลอยอยู่กลางทะเล ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วย

MDC-Japan2015-395

ศาลเจ้ามิยาจิม่า หรือเรียกอีกชื่อว่า อิทสึคุชิม่า (Itsukushima Shrine) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างครั้งแรกในศตวรรษที่ 6 สมัยพระจักรพรรดิสุอิโกะ อีกครั้งในสมัยของข้าหลวงไทราโน คิโยโมริ มีการสร้างขยายเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้สวยงามและใหญ่โตขึ้นภายในประดิษฐานเทพเจ้าในศาสนาชินโต

MDC-Japan2015-396

MDC-Japan2015-397

วันนี้ด้านในเขามีพิธีแต่งงานกันด้วยเห็นเจ้าสาวใส่ชุดกิโมโนสวยมาก

MDC-Japan2015-398

น้ำลดจนเดินลงไปถ่ายในทะเลได้ถึงขนาดนั้นในช่วงสาย ๆ

MDC-Japan2015-399

สะพานไม้แดงข้ามไปยังด้านหลัง แต่เขาปิดไม่ให้เราข้ามออกไป

MDC-Japan2015-400

ทางบังคับให้ออกมาด้านหลังซึ่งด้านหลังก็มีทางให้เลือกเดินต่อไปยังบนเขา หรือ ออกไปยังท่าเรือซึ่งจะผ่านร้านขายของมากมายสองข้างทาง

MDC-Japan2015-401

ระหว่างทางเดินกลับไปท่าเรือเจอเด็กในเครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่นด้วย ไม่รู้ว่ามาเที่ยวหรือมีโรงเรียนบนเกาะนี้

MDC-Japan2015-402

ตอนเช้าเดินมาร้านยังไม่เปิดกันเลยพอ 10 โมงร้านเริ่มทยอยกันเปิดแล้ว

MDC-Japan2015-403

แล้วก็ได้เวลาที่ผมกับเพื่อนจะกินอาหารเช้าตอน 10 โมงที่ญี่ปุ่นแล้วไม่เลือกร้านมากนักเอาใกล้ ๆ เลยเพราะหิวมากแล้ว

MDC-Japan2015-404

ลูกค้าโต๊ะแรกของร้านนี้

MDC-Japan2015-405

อย่างแรกที่ต้องสั่งเมื่อมาเกาะมียาจิม่า นั้นคือ ” หอยนางรมย่าง ” บอกเลยว่าอร่อย

MDC-Japan2015-406

และตบด้วยข้าวหน้าหมูทอดร้อน ๆ สักจานอิ่มไปยันมื้อกลางวัน

MDC-Japan2015-407

ทานเสร็จเดินกลับไปยังทาเรือคนเริ่มเยอะขึ้นทัวร์เริ่มพาลูกทัวร์มาลงเที่ยวยังเกาะมิยาจิม่ากันแล้ว ดีว่าเรามาแต่เช้าสาย ๆ เราก็กลับไม่เจอทัวร์กลุ่มใหญ่

MDC-Japan2015-408

MDC-Japan2015-409

เดินกลับมาขึ้นเรือที่เดิมที่ท่าเรือบนเกาะมิยาจิม่า หรือ Miyajima Port นั่นเอง แล้วเราก็นั่งเรือของ JR กลับมายังฝั่งแผ่นดินใหญ่

MDC-Japan2015-410

ถ้ามีรถมาบนเรือด้วยเขาจะกั้นยังไม่ให้เราลงไปนะครับ เขาจะให้รถออกไปก่อนคนถึงจะลงตามไปได้เพื่อความปลอดภัย

MDC-Japan2015-411

ตอนเช้าที่เรามาถึง 8 โมงกว่า ๆ ไม่มีคนเลยพอตอนนี้ใกล้ ๆ 11 โมงคนเพียบยืนรอต่อแถวขึ้นเรือไปยังเกาะมิยาจิม่า

MDC-Japan2015-412

เดินกลับไปทางเดิมเหมือนตอนขามากลับไปขึ้นรถไฟสถานี MIYAJIMAGUCHI เพื่อกลับไปยังสถานี HIROSHIMA

MDC-Japan2015-413

ขึ้นรถไฟท้องถิ่นสาย JR Sanyo Line คันสีเหลืองเหมือนเดิมกลับไป

MDC-Japan2015-414

แต่ขากลับไปนี้เจอน้อง ๆ นักเรียนญี่ปุ่น คิดว่าคงไปทัศนะศึกษากันเพราะมีคุณครูมาด้วย ใช้รถไฟในการเดินทาง เราขออนุญาตคุณครูขอถ่ายรูปความน่ารักของ ๆ น้อง ๆ

MDC-Japan2015-415

พอถึงสถานีข้างหน้าที่จะลงคุณครูก็จะเรียกนักเรียนมายืนต่อแถวกันที่ประตูเพื่อเตรียมตัวลง จะมีครูผู้ชายปิดท้ายขอดูเด็กตกค้างหรือเปล่าบนรถไฟ

MDC-Japan2015-416

ภายในตัวรถไฟท้องถิ่นสาย JR Sanyo Line ถึงข้างนอกดูเก่าแต่ข้างในสะอาดแล้วดูใหม่ คงบำรุงรักษากันอย่างดีมาก ๆ เลย

MDC-Japan2015-417

กลับมาถึงสถานี HIROSHIMA ดูนาฬิกาแล้วยังพอมีเวลาอีกเป็นชั่วโมงก่อนที่รถไฟขบวนที่เราจองไว้ช่วงบ่ายโมงกว่า ๆ จะมาพอมีเวลานั่งรถราง ( Tram ) ไปยังสวนสันติภาพ

MDC-Japan2015-417-1

ผังแสดงสถานีรถรางออกมาจากสถานีรถไฟ HIROSHIMA ทางด้าน South Exit แล้วเดินมาด้านหน้าก็ถึงแล้ว

MDC-Japan2015-418

สถานีรถราง ( Tram ) ก็อยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ HIROSHIMA เดินกันไม่ไกล ก็ดูที่ป้ายเลยเราจะไปยัง Atomic Bomb Dome ก็ไปรอรถรางตรงนั้น

MDC-Japan2015-419

ไปยังสวนสันติภาพหรือ Atomic Bomb Dome ต้องนั่งรถรางสาย 2 และสาย 6 เท่านั้นนะครับ หรือใครไปหลายที่ก็สามาถซื้อตั๋วแบบ 1 Day Pass ได้ตรงเคาเตอร์ Information ของ Tram ได้เลยครับ

MDC-Japan2015-420

รอไม่นานรถราง ( Tram ) สาย 2 ที่จะผ่านยัง Atomic Bomb Dome ก็มาเป็นรถพ่วง 2 ตอน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ 2 คนในขบวนแบบนี้คือตรงคนขับ และตรงประตูกลางรถ

MDC-Japan2015-421

ผมอยากได้บัตรเป็นที่ระลึกด้วยเลยยอมซื้อตั๋วแบบ 1 Day Streetcar Pass มาในราคา 600 เยน ใช้งานวันไหนก็ขูดเลขวันนั้น แล้วตอนขึ้นลงก็เพียงแต่ยิ่นวันที่ขูดในบัตรให้เจ้าหน้าที่ดูเท่านั้นเอง

MDC-Japan2015-421-1

แผนที่แสดงการเดินรถรางและเวลาที่จะไปถึงเริ่มจากที่สถานีรถราง Hiroshima

MDC-Japan2015-422

ภายในรถรางรุ่นใหม่ที่นั่งสะอาดกว้างขวางอย่างเราไปยัง Atomic Bomb Dome ต้องไปลงยังป้าย Genbaku Dome – mae

MDC-Japan2015-423

นั่งรถราง ( Tram ) มาประมาณ 25 นาทีก็ถึงป้าย Genbaku Dome – mae ตอนลงผมก็แค่โชว์บัตร 1 Day Streetcar Pass ให้เจ้าหน้าที่ดูแค่นั้นเอง

MDC-Japan2015-424

ป้าย M10 Genbaku Dome – mae คือป้ายสถานที่ Atomic Bomb Dome

MDC-Japan2015-424-1

ผังแสดงบริเวณป้าย Genbaku Dome – mae ข้ามถนนมาก็ถึง Atomic Bomb Dome , สวนสันติภาพ ( Peace Memorial Park )

MDC-Japan2015-425

ตามผังด้านบนเราก็ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามก็ถึงแล้วสวนสันติภาพ

MDC-Japan2015-426

เดินข้ามมาสิ่งแรกที่เจอคือซากของตัวอาคารที่หลงเหลือในสงครามโลกครั้งที่ 2 Atomic Bomb Dome

MDC-Japan2015-427

เก็มบากุโดมุ (Genbaku Domu) ซากอาคารที่โดนระเบิดถล่ม แต่ยังคงเก็บรักษาสภาพความเสียหายที่ถูกระเบิดไว้ ทั้งโครงตึกและโดม

MDC-Japan2015-428

สถานที่แห่งนี้แสดงซากคอนกรีตที่เหลือจากการถูกระเบิด โจมตีทางอากาศ เป็นสถานที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางระเบิด ที่โดนถล่ม ณ วันที่ 6 สิงหาคม 1945 ซึ่งสถานที่แห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก องค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วย

MDC-Japan2015-429

ข้ามสะพานไปยัง พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ ( Peace Memorial Museum )

MDC-Japan2015-430

MDC-Japan2015-432

อนุสาวรีย์ของการ ” พับนกเพื่อสันติภาพ ” ของเด็กหญิงที่ชื่อ ซาดาโกะ

MDC-Japan2015-431

ตรงนี้ยังเป็นที่มาของการ “พับนกเพื่อสันติภาพ” เรื่องราวที่เด็กหญิงผู้หนึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด อันเป็นผลมาจากกัมมันตภาพรังสีของระเบิด เธอเชื่อว่าถ้าพับนกกระเรียน 1,000 ตัวก็จะไม่ตาย แต่ขณะพับนกได้ 954 ตัว “ซาดาโกะ” ก็เสียชีวิต

MDC-Japan2015-433

เดินไปต่อยัง พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ (Peace Memorial Museum) แต่คิดว่าเวลาไม่พอเลยไม่เข้าไป

MDC-Japan2015-434

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ (Peace Memorial Museum) แสดงภาพความโหดร้ายของระเบิดปรมาณู ไว้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ที่ต้องการครองความเป็นเจ้าโลก และต้องการผลิตอาวุธร้ายแรงนี้ ความร้อนและความทารุณของผู้คนนับแสนที่ถูกระบิดในเช้าวันที่ 6 สิงหาคม 1945 เมืองทั้งเมืองหายไปในพริบตา ผู้คนนับแสนตายและบาดเจ็บทุกข์ทรมานอย่างไม่อาจบรรยายได้

MDC-Japan2015-435

ยังมีผู้คนเอาดอกไม้มาวางและอาลัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และขอให้โลกนี้มีแต่สันติ

MDC-Japan2015-436

อนุสาวรีย์และเปลวไฟแห่งสันติภาพ ยังคงมีไว้ให้รำลึกถึง อนุสาวรีย์มีคำจารึกว่า “จงเข้าสู่นิทราอย่างสงบ ความผิดพลาดมิอาจเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม”

MDC-Japan2015-437

อยู่ตรงนี้สักพักก็ถึงเวลาที่ผมต้องรีบกลับไปยังสถานีรถไฟ HIROSHIMA แล้ว

MDC-Japan2015-438<

ก็ข้ามไปรอรถรางที่เกาะกลางที่สถานีเดิม Genbaku Dome – mae และรอรถราง ( Tram ) สาย 2 และสาย 6

MDC-Japan2015-439

รอไม่นานรถราง ( Tram ) สาย 6 ก็มาเป็นรถรุ่นเก่าแบบตอนเดียว

MDC-Japan2015-440

กลับมาหน้าสถานี HIROSHIMA ก็รีบวิ่งเข้าไปในตัวสถานีรถไฟรีบไปเอาของที่ Locker ที่ฝากกระเป๋าไว้แล้วรีบไปรอรถไฟ

MDC-Japan2015-441

เดินตามป้ายไปยัง Shinkansen Gate เพราะเวลาเหลืออีก 20 นาที กลัวจะตกรถไฟไม่งั้นยาวแน่งานนี้

MDC-Japan2015-442

มารอยังชานชาลายังดีพอมีเวลาเหลือให้ซื้อน้ำ เจ้าขบวน N700 series ก็กำลังเข้ามายังชานชาลา

MDC-Japan2015-443

เป็นขบวนรถเร็วที่สุดวิ่งตูมเดียวถึง Tokyo ขบวน SHINKANSEN NOZOMI 132 มีตราสีเขียวคือชั้นของ Green Car ต้องจองที่นั่งเท่านั้น มีป้าย Reserved

MDC-Japan2015-444

และขบวนของเราก็มาถึงแล้ว SHINKANSEN SAKURA 552 เป็นรถรุ่น N700 series เหมือนกันผมไปลงที่สถานี SHIN-KOBE

MDC-Japan2015-445

นั่งมาใช้เวลา 74 นาที ผมก็มาถึงสถานี SHIN-KOBE มาต่อรถไฟสายโทไกโด ( Tokaido Shinkansen ) เพื่อไปยังสถานี NAGOYA

MDC-Japan2015-446

MDC-Japan2015-447

มาจากสถานี HIROSHIMA ไม่ต้องเปลี่ยนชานชาลา เพียงแต่ไปยืนตรงตู้ของเราที่จองและรอรถไฟ SHINKANSEN HIKARI 474 ที่เราจองไว้

MDC-Japan2015-448

เข้าโค้งมาแล้วขบวน SHINKANSEN HIKARI 474

MDC-Japan2015-449

ผมมัวแต่ถ่ายรูปตอนหลังรีบวิ่งขึ้นกลัวตกรถ นั่งจากสถานี SHIN-KOBE ไปลงสถานี NAGOYA ใช้เวลา 68 นาทีในการเดินทาง

MDC-Japan2015-450

สิ่งหนึ่งที่ Shinkansen สายโทไกโด ( Tokaido Shinkansen ) เป็นของ JR Central ใจปล้ำสู้สายซันโย ( Sanyo Shinkansen ) เป็นของ JR West ไม่ได้นั้นคือ ” ที่นั่ง ” ที่นั่งของสายซันโย ( Sanyo Shinkansen ) ในรถไฟจะเป็นที่นั่งแบบ 2 – 2 แต่สายโทไกโด ( Tokaido Shinkansen )จะเป็นแบบ 3 – 2 นั่งอึดอัดกว่าเยอะหลังจากนั่งมา

MDC-Japan2015-451

นั่งซักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่มาขอประทับตราที่ตั๋วที่เราจองไว้ พนักงานของ JR ในแต่ละเขตชุดพนักงานจะไม่เหมือนกันเลยนะครับ

MDC-Japan2015-452

นั่งผ่านสถานี SHIN-OSAKA เดียววันท้าย ๆ เราจะมานอนที่เมืองนี้ แต่วันนี้เป็นทางผ่านไปก่อนนะ

MDC-Japan2015-453

และก็ผ่านสถานี KYOTO

MDC-Japan2015-454

และก็มาถึงสถานี NAGOYA เราก็ไปตามป้ายที่เขียน Kintetsu เพราะผมจะไปจองรถไฟขบวนพิเศษที่ชื่อว่า ชิมากาเซะ ( Premium Express SHIMAKAZE ) ซึ่งเป็นรถไฟสายเอกชนใช้ JR Pass จองไม่ได้แต่อยากนั่งยอมจ่ายตังค์ เพื่อให้ได้นั่งขบวนนี้ ซึ่งจะไปขึ้นในวันที่ 4 ก.ค.

MDC-Japan2015-455

พอซื้อตั๋วรถไฟขบวนพิเศษ ชิมากาเซะ ( Premium Express SHIMAKAZE ) ได้แล้วก็ไปยังโรงแรมคือจุดหมายต่อไป ต้องไปนั่งรถไฟใต้ดินสายสีส้ม Sakuradori Line จากสถานี NAGOYA ไปลงสถานี HISAYAODORI ตรงนี้รถไฟฟ้าใต้ดินไม่สามารถใช้บัตร JR Pass ได้ เราก็ใช้บัตร IC Card ที่เรามีนั้นคือบัตร Suica เติมเงินแล้วใช้แทนเลยสะดวกง่ายดี

MDC-Japan2015-456

เพียง 5 นาทีก็มาถึงสถานนี HISAYAODORI สถานีนี้มันใหญ่มากขวางตัดรถไฟฟ้าใต้ดิน 2 เส้นคือสีส้มและสีม่วง เราเดินไปออกทางออกที่ Exit 4 Saida

MDC-Japan2015-457

โผล่มายังด้านบนพอขึ้นมาจะเจอสี่แยกฝั่งตรงข้ามจะเห็น Starbucks แล้วเราเดินหันหลังมาเดินไปจนเจอสามแยกแรกแล้วเลี้ยวขวาเข้าไปในซอย

MDC-Japan2015-458

โรงแรมที่เราจองไว้จะอยู่ทางขวามือของถนน ถ้าเดินเข้าไปตามทางผม

MDC-Japan2015-459

ที่พักเราในคืนนี้คือ Meitetsu Inn Nagoya Nishiki จองผ่านทาง Agoda ได้มาคืนละ 1,066 บาท เดียวมาดูกันว่าห้องเป็นไง ออมีอาหารเช้าด้วยนะ

MDC-Japan2015-460

ห้อง OK เลยมีทุกอย่างครบนอนสบาย สะอาดดีด้วยนะครับ

MDC-Japan2015-461

มีห้องน้ำในตัวเลย ในราคา 1,066 บาท ถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว

MDC-Japan2015-462

ล้างตัวล้างหน้าเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็ออกไปเดินเล่นต่อยังไม่มืดเดินกลับไปทางเดิมเพื่อขึ้นรถไฟใต้ดินตั้งจะไปวัด Osu Kannon Temple เพราะตรงนั้นมีถนนคนเดินด้วยเลยเลือกไปตรงนี้ก่อน

นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มที่สถานี HISAYAODORI ขึ้นขบวน Sakuradori Line ไปลงยังสถานี MARUNOUCHI(SUBWAY) เพื่อเปลี่ยนเป็นสายสีฟ้า Tsurumai Line ไปลงยังสถานี OSUKANNON

Nagoya Subway Map.NAGMAG

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองนาโกย่า ( Nagoya ) ใครอยากได้แบบ PDF เข้าไปทีนี้เลยครับ http://www.kotsu.city.nagoya.jp

MDC-Japan2015-463

นั่งสายสีส้มแล้วมาลงสถานี MARUNOUCHI(SUBWAY) และรอสาย Tsurumai Line สายสีฟ้าไปลงยังสถานี OSUKANNON

MDC-Japan2015-464

เดินออกทาง Exit 2 เดินตรงมาจะเจอป้ายทางซ้ายมือ คือ Osu Kannon Temple

MDC-Japan2015-465

หน้าทางเข้ามันเงียบแล้วเพราะมัน 5 โมงเย็นแล้วแต่วัดนี้เปิด 24 ชม. นะครับท่าจำไม่ผิด

MDC-Japan2015-466

วัดโอสึคันนง ( Osu Kannon Temple ) เป็นหนึ่งในสามของวัดที่บูชาเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นวัดประจำตระกูลโอดะ นอกจากนี้ยังมีวัดบันโชจิซึ่งโทกุงาวะ อิเอะยาสุเคยพักอยู่เมื่อครั้งเป็นตัวประกัน

MDC-Japan2015-467

แรกเริ่มสร้างขึ้นในสมัยคามาคุระ(Kamakura Period 1192-1333) ในจังหวัดกิฟุ แล้วถูกย้ายมาตั้ง ณ ปัจจุบันในปี 1612 หลังจากนั้นพระอุโบสถได้รับความเสียหายจากอุทกภัยซ้ำๆอย่างรุนแรง ดังนั้นอาคารปัจจุบันจึงสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20

MDC-Japan2015-468

วัตถุประสงค์หลักของวัดแห่งนี้ คือการเคารพบูชารูปสลักไม้ของเทพคันนอน เทพแห่งความเมตตา ซึ่งแกะสลักโดยพระสงฆ์ Kobo Daishi ภายใต้ห้องโถงใหญ่ คือห้องสมุดชินปูคุจิ ( Shinpukuji Library ) ที่จัดเก็บหนังสือภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีน กว่า 15,000 เล่ม หนังสือเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติ และเป็นมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงสำเนาที่เก่าแก่ที่สุดของพงศาวดารโคจิคิ ( Kojiki ) ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ต้นกำเนินของญี่ปุ่น ( ทีมาจาก http://www.talonjapan.com )

MDC-Japan2015-469

MDC-Japan2015-470

MDC-Japan2015-471

ด้านข้างทางขวามือของวัดนั้นจะเป็น Osu Shopping Arcade เป็นย่านถนนร้านค้ายาวไปต่อกันอีกถนนกันเลยทีเดียว

MDC-Japan2015-472

เดินเล่นไปเรื่อยเห็นร้านไหนคนกินเยอะ ผมก็แวะลองชิมตามทางมาเลย

MDC-Japan2015-473

เดินข้ามถนนไป ก็ยังมีถนนคนเดินให้เดินกันต่อไปอีกยาวก็จะมีร้านประมาณถึง 400 ร้านค้ากันเลยทีเดียว

MDC-Japan2015-474

MDC-Japan2015-475

ผมเดินจนมาชนกับสถานีรถไฟสายสีม่วง Meijo Line ที่สถานี KAMIMAEZU ก็ตั้งใจไปลงที่ต่อไปนั้นคือย่าน Sakae

MDC-Japan2015-476

จากสถานี KAMIMAEZU ใช้สายสีม่วง Meijo Line ( Clockwise ) ไปลงยังสถานี SAKAE(AICHI)

MDC-Japan2015-477

ออกจากสถานีรถไฟใต้ดินก็อ่านป้ายมาเรื่อยดูว่าตรงไหนเขียนออกมาทาง Oasis 21 ก็มาทางนั้นเลย เดินมาก็มาโปล่อยู่ชั้นล่างของ Oasis 21

MDC-Japan2015-478

ที่นี้มีร้านอาหารหลายร้าน ผมเลยมานั่งทานอาหารมื้อเย็นที่นี้เลย

MDC-Japan2015-479

โอเอซิส 21 ( Oasis 21 ) จัดเป็นแลนด์มาร์คของย่าน “ ซากาเอะ ” ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองนาโกย่า

MDC-Japan2015-480

อาคารแห่งนี้ซึ่งสร้างอยู่ด้านศูนย์ศิลปะไอชิ และสวนสาธารณะฮิซะยะ โอโดะริ โดยสร้างลึกลงไปในชั้นใต้ดินเป็นส่วนใหญ่ อาคารมีลักษณะเด่นที่หลังคาซึ่งเป็นโครงสร้างกระจกรูปทรงรีขนาดใหญ่และลอยอยู่เหนือพื้นอาคาร ภายในหลังคายังถูกเติมเต็มด้วยน้ำเพื่อที่จะสร้างเทคนิคพิเศษในการมองเห็น และเพื่อลดอุณหภูมิให้เย็นลงบริเวณร้านค้า รวมถึงพื้นที่ว่างสาธารณะสำหรับการจัดงานสำคัญๆ ซึ่งรู้จักในชื่อ “มิลกี้ เวย์ สแควร์” ในฤดูร้อน

MDC-Japan2015-481

ต่อมาเดินถ่ายรูปไกล ๆ มองเห็นยัง นาโกย่า ทีวี ทาวเวอร์ ( Nagoya TV Tower ) นาโกย่า ทีวี ทาวเวอร์เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของนาโกย่าเช่นเดียวกับปราสาทนาโกย่า และได้รับการรับรองให้เป็น “ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก ” ในปีค.ศ.2008

มีจุดชมวิวสูง 90 ม. จึงสามารถมองเห็นทัศนียภาพของนาโกย่าและพื้นที่รอบๆได้ 360 องศา ค่าเข้าชม 700 เยน

MDC-Japan2015-482

และก็เดินตามผู้คนไปก็มาโผล่เอาย่าน Sunshine Sakae จะเห็นตรงนั้นมีห้างที่มีชิงช้าสวรรค์ขนาดสูง 52 เมตรที่มีชื่อว่า “ Sky Boat ” ซึ่งทางเข้าอยู่บนชั้น 3 และฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้างดองกี้ ผมก็เดินเล่นสักพัก

MDC-Japan2015-483

เดินไปเดินมา 5 ทุ่มกว่าจากตรงนั้นไปยังโรงแรมเดินไม่ไกลผมเลยไม่นั่งรถไฟเดินไปเรื่อย ๆ ก็ยังเห็นคนปั่นจักรยานกันอยู่เลย ก่อนข้ามทางแยกไปโรงแรมอย่างที่บอกมีร้าน Starbucks ผมก็เลยสั่งชาเขียวปั่น เดินดูดไปจนถึงโรงแรม ก็จบการเดินทางวันที่ 4 ของผมแต่เพียงเท่านี้ เข้าโรงแรมก็อาบน้ำนอน พร้อมลุยต่อในเช้าพรุ่งนี้

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ
ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางวันที่ 5 ได้ที่นี้ : วันที่ห้าของการเดินทาง ::: พาไปจังหวัด ” ชิงะ ” เที่ยว 2 เมืองรอบทะเลสาบบิวะ :::


T R A V E L – J A P A N – 2 0 1 5


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...