Travel Japan 2015 ::: เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ตามรอยละครตามหา ศาลเจ้ากลกิโมโน :::

Travel Japan 2015 : Day 3 เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ตามรอยละครตามหาศาลเจ้ากลกิโมโน

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

+

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 01 : วันแรกของการเดินทาง ::: ” ฟุกุโอกะ ” เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก :::

+ ตอนที่ 02 : วันที่สองของการเดินทาง :::  เที่ยวเมือง Yufuin และนั่งรถไฟขบวนสุดฮิต Yufuin No Mori :::

+ ตอนที่ 03 : วันที่สามของการเดินทาง ::: เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ตามรอยละครตามหา ศาลเจ้ากลกิโมโน ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 04 : วันที่สี่ของการเดินทาง ::: เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae :::

+ ตอนที่ 05 : วันที่ห้าของการเดินทาง ::: พาไปจังหวัด ” ชิงะ ” เที่ยว 2 เมืองรอบทะเลสาบบิวะ :::

+ ตอนที่ 06 : วันที่หกของการเดินทาง ::: ฝนตกทั้งวันเที่ยวเมือง คามาคุระ และตอนเย็นที่โยโกฮาม่า :::

+ ตอนที่ 07 : วันที่เจ็ดของการเดินทาง ::: พาเที่ยวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ” โตเกียว ” ออกตามหา Gundam :::

+ ตอนที่ 08 : วันที่แปดของการเดินทาง ::: เที่ยวนากาโน่ ต้องลองไปรู้จักแล้วจะหลงรักเมืองนี้ :::

+ ตอนที่ 09 : วันที่เก้าของการเดินทาง ::: เที่ยวจังหวัดมิเอะ พาไปยังศาลเจ้าอิเสะ Ise Jingu :::

+ ตอนที่ 10 : วันที่สิบของการเดินทาง ::: พาเที่ยวมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิ ปิดท้ายค่ำคืนที่ Osaka Bay :::

+ ตอนที่ 11 : วันสุดท้ายของการเดินทาง ::: ไปเมืองหลวงเก่าเกียวโตเที่ยวป่าไผ่ ” อาราชิยาม่า ” ในวันฝนพรำ :::

Day 3 วันที่ 28 มิ.ย. 2558 วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่นของทริปปี 2015 วันนี้เราตื่นแบบสบาย ๆ เพราะวันนี้เราตั้งใจไปไม่กี่ที่ประมาณ 3 ที่หลัก ๆ ที่จะไปคือ ที่แรกเราจะไปชมความสวยงานของปราสาทคุมาโมโตะ ที่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น แล้วอีกที่ก็เป็นถนนคนเดินในเมืองคุมาโมโตะนั้นเอง และสถานที่สุดท้ายที่ตั้งใจจะไป คือ ศาลเจ้าที่ทีมกองถ่ายละครกลกิโมโน มาใช้สถานที่ในการถ่ายละครนั้นคือ ศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine ) ซึ่งอยู่ในเขตเมือง ” ซากะ ( Saga ) ” ก่อนจะปิดท้ายตอนค่ำคือเดินย่านริมคลองที่เมือง ” ฟุกุโอกะ ( Fukuoka ) ” เพราะพรุ่งนี้วันที่ 29 มิ.ย. 2558 ผมจะออกจากภูมิภาคคิวชู มุ่งหน้าไปยังโตเกียวแล้ว ติดตามการเดินทางในวันที่ 3 ได้เลยครับ

MDC-Japan2015-198

วันนี้จริง ๆ นัดกับเพื่อน ๆ ไว้ว่าเดียวจะเริ่มออกจากโรงแรมตอนประมาณ 8 โมงครึ่งแต่ผมดันตื่นเช้าตื่นมา 6 โมงกว่า ก็ว่าจะไปเดินถ่ายรูปเล่นหน้าสถานี KUMAMOTO อันนี้เป็นภาพจากห้องพักชั้น 21 ของโรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae จะเห็นตัวสถานี KUMAMOTO อย่างชัดเจน วันนี้ฟ้าใสฝนไม่น่าตกเหมือนเมื่อวานนะ

MDC-Japan2015-199

ที่โรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ตอนเช้าชั้นล่างจะมีอาหารเช้าให้ทานฟรี หน้าตาประมาณนี้ แต่ผมไม่ชอบเท่าไหร่แต่ขอลองก่อนแล้วกัน  (ไหนๆ ก็ฟรี ) เดี๋ยวค่อยไปหาอะไรกินใหม่อีกที

MDC-Japan2015-200

ด้านหน้าของสถานี KUMAMOTO ในยามเช้าคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ อากาศดีครับไม่ร้อนเย็น ๆ

MDC-Japan2015-201

มีร้านโปรดขวัญใจคนงบน้อยแบบผมด้วยนั้นคือร้าน โยชิโนยะ ( Yoshinoya ) เป็นร้านขายข้าวหน้าเนื้อ 7 โมงก็เห็นเปิดแล้วผมเลยแวะทาน

MDC-Japan2015-202

สั่งข้าวหน้าเนื้อชามใหญ่มาราคา 580 เยน อร่อยกว่าข้าวในโรงแรม ฮาาาาา ซัดหมดแต่เช้า

MDC-Japan2015-203

ด้านหน้าสถานี KUMAMOTO จะมีป้ายบอกเส้นทางของรถบัส และ รถราง ( Tram ) แสดงพื้นที่การเดินทางในเมืองคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-204

เสร็จแล้วเดินกลับมารับเพื่อน ๆ อันนี้เป็นภาพโรงแรม Toyoko Inn Kumamoto Ekimae ในตอนเช้าไม่ไกลจากสถานี KUMAMOTO เดินไม่ถึง 5 นาที อยู่หน้าสถานีตำรวจเลย

MDC-Japan2015-205

เรา Check Out ออกเลยแล้วเอาของไปฝากไว้ที่ตู้ล็อกเกอร์ที่สถานีรถไฟดีกว่า จะได้ไม่ต้องเดินกลับมาโรงแรมเอาของอีกเพราะกระเป๋าใบไม่ใหญ่กันมาก

MDC-Japan2015-206

หน้าตารถราง ( Tram ) รุ่นใหม่แบบ 2 ตอนที่ใช้วิ่งในสาย A ในเมืองคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-209

ตู้ Locker ในสถานี KUMAMOTO มันมีหลายที่แต่เราไปฝากแต่เช้าตู้ตรงหน้าสถานีติดประชาสัมพันธ์มันว่างเยอะ เราเลือกล็อกใหญ่สุดเพราะใส่กระเป๋าเรา 3 คนได้แล้วค่อยหารค่าฝากกันตู้ใหญ่ 600 เยน

MDC-Japan2015-207

และติดกับตู้ Locker จะเป็น Information ของที่นี้ผมก็ซื้อตั๋วขึ้นรถราง ( Tram ) แบบ 1 Day Pass ที่นี้เลยครับ มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี สอบถามเส้นทางได้เลย

MDC-Japan2015-208

ได้มาแล้วตั๋ว Kumamoto City Tram 1 Day Pass ในราคา 400 เยน แถมมีส่วนลดในการซื้อตั๋วเข้าปราสาทคุมาโมโตะ และสวนอีกด้วยนะครับ จะใช้ตั๋ววันไหนก็ขูดในบัตรเลย

MDC-Japan2015-211-1

แผนที่แสดงการวิ่งของรถรางในเมืองคุมาโมโตะ อย่างเราจะไปปราสาทคุมาโมโตะ เราต้องไปลงป้าย Kumamoto Castle / City Hall หรือป้ายหมายเลข 10

MDC-Japan2015-210

สถานีรถราง Kumamoto Station เป็นสถานที่ 3 ของสาย A เรามารอรถรางตรงด้านหน้าของสถานีรถไฟ KUMAMOTO เพราะมันอยู่ติดกันออกมาจากสถานีรถไฟก็เห็นแล้ว

MDC-Japan2015-211

มาแล้วรถรางสาย A ที่เราใช้เดินทางไปยัง ปราสาทคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-212

รถรางที่เราขึ้นเป็นรถรุ่นเก่าแบบตอนเดียว แต่สภาพยังดีอยู่มาก ภาพด้านในของรถรางที่เราขึ้น

MDC-Japan2015-213

ไม่ต้องกลัวว่าจะลงไม่ถูกนะครับ เพราะจะมีป้ายไฟบอกสถานีหน้ามีภาษาอังกฤษ ง่ายต่อการเที่ยวมาก ๆ ถ้าไม่ซื้อตั๋วแบบ 1 Day Pass จะจ่ายเป็นรอบ ๆ ก็ได้ครับผู้ใหญ่คนละ 150 เยน เด็ก 80 เยน

MDC-Japan2015-214

อย่างเราใช้บัตร Kumamoto City Tram 1 Day Pass ก็ยื่นให้คนขับดูได้เลยตอนลง ส่วนใครจ่ายเป็นรอบ ๆ จะใช้บัตร IC Card ก็ได้ครับ

MDC-Japan2015-215

นั่งรถรางจากหน้าสถานี Kumamoto Station มาลงยังป้าย 10 ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 20 นาที ก็ถึงแล้วครับ

MDC-Japan2015-216

พอเราลงจากรถรางก็เดินตามป้ายมาเลย เราจะเข้าปราสาทใกล้สุดที่ประตู Hazekata Gate เดินเลียบตัวกะแพงปราสาทมาเลยไม่หลงแน่นอน

MDC-Japan2015-217

วันนี้ฟ้าเปิดแดดดี แต่ไม่ร้อนเดินสบายมาก

MDC-Japan2015-218

เดินมาก่อนข้ามสะพานไปเราจะพบรูปปั้นท่านคาโตะ คิโยมะสะ อดีตไดเมียวของเมืองคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-219

MDC-Japan2015-220

เราเดินข้ามสะพานข้ามคลองรอบปราสาทไปก็จะเจอกับทางเข้าฝั้งประตู Hazekata Gate

MDC-Japan2015-221

อัตราค่าเข้าชมปราสาทคุมาโมโตะ ( Kumamoto Castle ) อย่างเดียวผู้ใหญ่ 500 เยน

MDC-Japan2015-222

พอเดินไปซื้อตั๋วเจ้าหน้าที่เห็นเรามีบัตร Kumamoto City Tram 1 Day Pass เขาบอกว่าลดได้ 100 เยน ลดค่าตั๋วเข้าชมไปเหลือ 400 เยน

MDC-Japan2015-223

ได้มาแล้วตั๋วเข้าชมปราสาทคุมาโมโตะ ( Kumamoto Castle ) ปราสาทขนาดใหญ่ที่สวยงาม แข็งแรงและเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และถูกจัดเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น

MDC-Japan2015-224

MDC-Japan2015-225

ตัวปราสาทคุมาโมโตะ ตั้งอยู่บนเขาต้องเดินขึ้นไปกว่าจะถึงเล่นเอาเหนื่อยเหมื่อนกัน

MDC-Japan2015-226

MDC-Japan2015-227

ตอนเรามาถึงมันยัง 9 โมงกว่า ๆ คนยังไม่เยอะเท่าไหร่นัก

MDC-Japan2015-228

ตัวปราสาทหลังเล็กที่แยกออกมาจากตัวปราสาทหลักทางด้านขวามือ

MDC-Japan2015-229

MDC-Japan2015-230

ตรงด้านนี้จะเป็นร้านขายของที่ระลึกของปราสาท และสัญลักษณ์ของเมืองคุมาโมโตะ นั้นคือเจ้าหมีดำ ” คุมะมง ( Kuma-mon ) ”

MDC-Japan2015-231

ดูของเสร็จเราก็เดินไปทางป้ายทางเดินลอดใต้กำแพงเพื่อไปยังด้านหน้าของตัวปราสาทคุมาโมโตะ อุโมงค์ชั้นใต้ดิน Kuragari Tsuro ที่ในอดีตเอาความมืดภายในอุโมงค์ไว้ใช้ล่อลวงข้าศึก เป็นจุดเด่นทางยุทธศาสตร์ของ ปราสาทแห่งนี้

MDC-Japan2015-232

สวยงามจริง ๆ สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1601 เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ และในปี ค.ศ.1877 ตัวปราสาทถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด และอีกเกือบ 100 ปี ต่อมาจึงได้มีการสร้างขึ้นใหม่เลียนแบบโครงสร้างเดิม

MDC-Japan2015-233

ตัวปราสาทมีหอคอยสูง 2 หอ ทำให้สามารถมองได้รอบทิศจากมุมสูง ปราสาทนี้เป็นที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่น จากกลยุทธ์สถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างตามแนวกว้าง ความสวยงามของเส้นโค้งของฐานปราสาทที่เป็นหินโค้งสวยไล่ระดับไปจนถึงตัวปราสาท เทคนิคที่สวยงามกลับทำให้ศัตรูยากที่จะเข้าถึงหรือโจมตีได้

MDC-Japan2015-234

เดินเข้าไปยังตัวปราสาทกัน

MDC-Japan2015-235

MDC-Japan2015-236

MDC-Japan2015-237

แบบจำลองโครงสร้างของตัวปราสาทคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-238

ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิวของเมืองที่ดีที่สุด มองเห็นได้กว้างไม่มีอะไรมาปิดบังเพราะตัวปราสาทที่อยู่สูงอยู่แล้วด้วย

MDC-Japan2015-239

มองไปแอบเห็นเจ้าหมีดำคุมะมง สัญลักษณ์ของเมืองคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-240

MDC-Japan2015-241

ออกมาจากตัวปราสาท วันนี้ฟ้าสวยมากกว่า 2 วันที่ผ่านมาทำให้ได้รูปตัวปราสาทสวย ๆ

MDC-Japan2015-242

MDC-Japan2015-243

ต่อไปเราจะไปดูอาคารหลังต่อไปนั้นคือ Honmaru Goten Palace ที่ตกแต่งห้องด้วยภาพวาดวิจิตร และ ประดับด้วยทองคำอร่ามทั้งห้อง สง่างามมาก สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 400 ปี และเพิ่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมได้เมื่อปี 2008 ที่ผ่านมานี้เอง

ก่อนเข้าต้องการถอดรองเท้า แล้วเจ้าหน้าจะแจกถุงพลาสติกให้เราใส่รองเท้าถือเข้ายังด้านใน แล้วตอนออกใส่รองเท้าเสร็จก็คืนถุงใส่ตระกร้า และเจ้าหน้าที่เขาจะนำกลับมาใช้ใหม่

MDC-Japan2015-244

ร่องรอยของตัวส่วนจั่วหลังคาของปราสาทของเดิมที่ชำรุด กับของใหม่ที่ทำการหล่อขึ้นให้เหมือนแบบเดิม

MDC-Japan2015-245

MDC-Japan2015-246

โถงทางเดินขนาดใหญ่และสวยงาม ถ้าคิดตามที่เคยดูในหนังญี่ปุ่น ตรงนี้น่าจะเป็นที่นั่งของเหล่่าซามูไรแน่นอน ก่อนจะถึงที่ประทับของไดเมียว หรือ โชกุน ในสมัยนั้น

MDC-Japan2015-247

MDC-Japan2015-248

บริเวณทางเดินรอบนอกติดกับสวน

MDC-Japan2015-249

ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2013 จักรพรรดิและจักรพรรดินีของญี่ปุ่นได้เสด็จมาที่ Palace แห่งนี้โดยมาร่วมงาน 33rd National Convention for the Development on Abundantly Productive Sea”

MDC-Japan2015-250

การจัดสวนแบบ Zen ด้านนอกติดกับตัวอาคารหลังนี้

MDC-Japan2015-251

ส่วนของห้อง Extravagant Room ต้องบอกว่าสวยยิ่งนัก แสงสีทองของฉากประตูกั้นระหว่างห้องช่างสวยงามจริง ๆ

MDC-Japan2015-252

MDC-Japan2015-253

และก็ถึงเวลาที่เราต้องไปจากปราสาทคุมาโมโตะ ปราสาทที่สวยงามแห่งหนึ่งในเกาะญี่ปุ่น

MDC-Japan2015-254

ขามา เดินมาทางไหน ขากลับ ก็เดินกลับไปทางนั้นเดินลอดใต้อาคารเหมือนเดิม

MDC-Japan2015-255

ตอนเดินกลับเดินออกจากปราสาทฝั่งทางที่จอดรถ เพื่อไป Sakura-no-baba Josaien ศูนย์รวมอาหารและของฝากอยู่ใกล้ปราสาท

MDC-Japan2015-256

MDC-Japan2015-257

มาสคอต ( Mascot ) ของเจ้าปราสาทคุมาโมโตะ น่ารักดี

MDC-Japan2015-258

และก็เดินกลับมาขึ้นรถราง ( Tram ) ที่ป้ายเดิมป้ายที่ 10 แต่ขึ้นรถฝั่งตรงข้ามกับขามาเพราะเราจะไปยังถนนคนเดิน ซึ่งไปทางเดียวกับทางไปสถานี KUMAMOTO

MDC-Japan2015-259

และเราก็มาเดินต่อที่ถนนคนเดิน Sunroad Shinshigai ถ้าดูจากแผนที่รถรางด้านบนคือรถรางสาย A ป้ายสถานี Karashimacho หรือป้ายหมายเลข 8

MDC-Japan2015-260

MDC-Japan2015-261

MDC-Japan2015-262

และคออนิเมะแบบผมก็ไม่พลาดที่จะเข้าร้าน Animate สาขาคุมาโมโตะ

MDC-Japan2015-263

โปรโมทกันน่าดูกับอนิเมะเรื่องดังในตอนนี้ Love Live

MDC-Japan2015-264

เดินสักพักหาของกินแล้วก็จะกลับไปยังสถานีรถไฟ KUMAMOTO ระหว่างทางเดิน ที่นี้เวลาเด็ก ๆ จะปั่นจักรยานซึ่งยังพบเห็นมากในญี่ปุ่น เขาจะมีการใส่หมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัยด้วย

MDC-Japan2015-265

ขากลับมายังสถานีรถไฟ KUMAMOTO ได้ขึ้นเจ้ารถรางรุ่นใหม่แบบ 2 ตอนด้วย

MDC-Japan2015-266

ภายในรถรางรุ่นใหม่แบบ 2 ตอนนี้ตกแต่งสวยพอ ๆ กับตัวรถไฟเลยทีเดียว

MDC-Japan2015-267

มีป้าย LCD บอกสถานีหน้าและราคาเหมือนรถรางคันแรกที่เรานั่งมา

MDC-Japan2015-268

รถราง ( Tram ) ที่เรานั่งมานี้มีชื่อด้วยนะครับ ชื่อของมันคือ Cocoro

MDC-Japan2015-269

และเราก็มาลงยังสถานีรถราง Kumamoto Station ป้ายที่ 3 ในแผนที่รถรางนั้นเอง

MDC-Japan2015-270

เรารีบเข้าไปเอาของในตู้ Loceker แล้วรีบไปรอรถไฟ SHINKANSEN เพราะใกล้เวลาที่จองไว้แล้ว

MDC-Japan2015-271

ตัวสถานีรถไฟความเร็วสูง หรือ SHINKANSEN จะเป็นอาคารหลังใหม่อีกอาคารนึงเดินเชื่อมกันได้ เราเดินตามป้าย SHINKANSEN GATE ไปเลยครับ หรือตามเจ้า Kuro ไปก็ได้

MDC-Japan2015-272

เสียดายที่ภูเขาไฟที่ ASO เขายังไม่ให้ขึ้นไม่งั้นได้ไปขึ้นรถไฟขบวน ASO BOY แล้วจะได้เจอเจ้าหมา Kuro

MDC-Japan2015-273

ไปรอรถไฟ SHINKANSEN TSUBAME 326 เพื่อไปลงยังสถานี SHIN-TOSU ดูซิว่าวันนี้ขึ้นขบวน TSUBAME จะได้นั่งเจ้า 800 series ไหม ?

MDC-Japan2015-274

ฝั่งตรงข้ามวิ่งเข้ามาแล้ว SHINKANSEN TSUBAME ตัว 800 series ต้องหน้าตาแบบนี้ วิ่งมาจาก HAKATA

MDC-Japan2015-275

SHINKANSEN TSUBAME มีลวดลายเหมือนนกนางแอ่น

MDC-Japan2015-276

MDC-Japan2015-277

และขบวนของเราก็มาแล้ว SHINKANSEN TSUBAME 326

MDC-Japan2015-278

ด้านข้างจะเขียนชัดเจนว่า Kyushu Shinkansen 800 หมายถึงรถไฟความเร็วสูงซีรีย์ 800 ที่วิ่งในเกาะคิวชู เท่านั้น

MDC-Japan2015-279

โลโก้ขบวนรถด้านข้างใหญ่มากเห็นถึงตรารูป นกนางแอ่น

MDC-Japan2015-280

ภายในด้านในของ Shinkansen 800 จะมีดีไซน์ในส่วนของภูมิภาคคิวชู เก้าอี้นั่งเป็นไม้ ใช้วัสดุที่ทำจาก ไม้เมเปิ้ล และไม้ต้นแพร์ญี่ปุ่น ที่มีมากในแถบคิวชู

MDC-Japan2015-281

และตรงเบาะที่นั่งจะเป็นผ้า ที่นั่งสวยกว่าขบวนทั่วไป

MDC-Japan2015-282

มาดูส่วนอื่น ๆ ของเจ้าขบวน TSUBAME กันบ้าง

MDC-Japan2015-283

MDC-Japan2015-284

ที่วางอาหารและวางของขบวนอื่นจะอยู่ด้านหน้าที่นั่ง แต่ของเจ้า TSUBAME จะอยู่ตรงที่วางแขนเปิดขึ้นมาแล้วดึงขึ้นมามันก็จะกางออก

MDC-Japan2015-285

พอกางออกมันจะเป็นที่วางของและอาหารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป

MDC-Japan2015-286

และก็ได้เวลากินข้าวยามบ่าย ซื้อมาจากหน้าสถานี KUMAMOTO ตะเกียบยังเป็นรูปเจ้าหมีคุมะมงเลย ต้องรีบกินเลยเวลามีน้อย

MDC-Japan2015-287

นั่งแค่ 35 นาทีจากสถานี KUMAMOTO มาลงยังสถานี SHIN-TOSU พอดีเราจะแวะไปยังศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ที่อยู่ในเขต ซากะ เราเลยมาต่อขบวนที่สถานีนี้

MDC-Japan2015-288

ลงจาก SHINKANSEN TSUBAME สถานี SHIN-TOSU ไม่เล็กนะครับเลยถามเจ้าหน้าที่ว่าจะไปขึ้นรถไฟ LTD. EXP KAMOME ต้องไปทางไหน เขาบอกชานชาลาที่ 2 เราก็เดินข้ามมารอ

MDC-Japan2015-289

ขบวนท้องถิ่นมาก่อนสาย JR Nagasaki Line

MDC-Japan2015-290

ขนาดรถไฟท้องถิ่นเขายังดูดีเลย แอบอิจฉาเขาเล็กน้อยเมื่อไหร่รถไฟไทยจะได้แบบนี้ให้เราได้นั่งมั่ง

MDC-Japan2015-291

ฝั่งตรงข้ามสายขบวน LTD. EXP MIDORI ก็เข้ามาเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยัง HAKATA

MDC-Japan2015-292

MDC-Japan2015-293

และก็ถึงเวลาของเราแล้วเจ้า LTD. EXP KAMOME 29

MDC-Japan2015-294

รถวิ่งมาจากสถานีฮากาตะ ไปยังเมืองนางาซากิ แต่เราลงก่อนเยอะ ขาไปคนเต็มเลยไว้ถ่ายรูปขบวนตอนขากลับละกัน

MDC-Japan2015-295

นั่งเจ้า LTD. EXP KAMOME 29 เพียงแค่ 33 นาทีเราก็มาลงยังสถานี HIZENKASHIMA

MDC-Japan2015-296

เจอเจ้า LTD. EXP SONIC สีดำกำลังออกไปจากสถานีพอดี

MDC-Japan2015-297

สถานี HIZEN-KASHIMA เป็นสถานีเล็ก แต่ขอบอกว่าห้องน้ำสวยมาก มาถึงสถานีที่นี้ต้องลองเข้าดูครับ

ตามลายแทงเลยออกจากสถานีมาแล้วข้ามถนนมาที่ Kashima Bus Center ( ข้างตึก Yutoku )

MDC-Japan2015-299

ด้านในสถานีรถบัสมีตู้ Locker ฝากกระเป๋าด้วยนะครับ ตอนแรกเดินเข้าไปก็ งง ว่าจะซื้อตั๋วรถบัสตรงไหน เดินวน ๆ อยู่คุณลุงที่อยู่ร้านขายของแกก็เอาแผ่นภาพมาชี้พูดญี่ปุ่นล้วนเลย แต่แกชี้รูปศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine ) แล้วตัวลุงแกก็ขายตั๋วด้วยเที่ยวละ 320 เยน ซื้อไปกลับก็ 640 เยน

MDC-Japan2015-300

แล้วลุงแกก็บอกให้ยืนรอตรงทางออกหมายเลข 3 แล้วเหมือนแกบอกให้ยืนรอรถตรงนี้ แกเล่นพูดอังกฤษไม่ได้แต่แกก็ช่วยเหลือได้อย่างดี

MDC-Japan2015-301

ตารางรอบเวลารถบัสที่จะออกของป้ายที่ 3 ที่เรามายืนรอรถเพื่อไป ศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine )

MDC-Japan2015-302

ตอนไปยืนรอเวลารถก็ใกล้มาแล้วครับ ยืนรอไม่นานรถก็มาพอขึ้นบนรถไปแล้วนึกว่ารถบัสตามต่างจังหวัดจะแย่ แต่ไม่เลยมาตรฐานรถบัสเหมือนในตัวเมืองเลยมีจอบอกราคา และไฟวิ่งชื่อป้ายเป็นภาษาอังกฤษ คนขับแต่งตัวเรียบร้อย และรถสะอาดมาก

MDC-Japan2015-303

นั่งรถจากท่ารถ Kashima Bus Center นั่งมาประมาณ 15 – 20 นาที ก็มาจอดแล้วคนขับแกบอกให้ลงตรงนี้ เราก็ลงและก็ขอบคุณคนขับ

MDC-Japan2015-304

เดินลงไปมองเห็นเสาโทโรอิ ( Torii ) ไม่ต้องคิดมากเดินไปทางนั้นเลยแต่ตอนเราไปถึงมัน 4 โมงเย็นแล้วร้านค้าข้างทางเริ่มทยอยปิดกันแล้ว

MDC-Japan2015-305

เดินตามทางร้านค้ามาเรื่อย ๆ ก็จะเจอทางเข้า ศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine ) อยู่ทางขวามือใหญ่และสวยมาก

MDC-Japan2015-306

มีรูปปั้นจิ้งจอก อยู่ทางหน้าศาลเจ้า คล้าย ๆ กับศาลเจ้าฟุจิมะ อินาริ ที่เกียวโตเลย

MDC-Japan2015-307

ก่อนเข้าศาลเจ้าก็อย่าลืมล้างมือ บ้วนปาก ก่อนเข้าไปนะครับ ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น

MDC-Japan2015-308

ศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine ) มีลักษณะเป็นศาลเจ้าสีแดงตั้งอยู่บนเนินเขา

MDC-Japan2015-309

ศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine ) สร้างขึ้นในปี 1688 เป็นศาลเจ้านิกายชินโต ประจำตระกูลนาเบะชิมะ ( Nabeshima clan ) ผู้ปกครองเมืองซากะ ในสมัยเอโดะ

MDC-Japan2015-310

ซุ้มทางเข้าใหญ่เป็นศาลเจ้านึงที่สวย และไม่น่าพลาดถ้าใครได้มาเที่ยวยังคิวชู

MDC-Japan2015-311

ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ขายพวกเครื่องรางแต่เราไปเย็นมากเลยปิดกันหมดแล้ว

MDC-Japan2015-312

มาถึงตอนเย็นก็ดีแบบนี้ คนไม่มีเลยถ่ายรูปสบายมาก ศาลเจ้ายูโทกุ อินาริ ( Yutoku Inari-Jinja Shrine ) เป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 รองมาจาก ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ( Fushi-mi Inari Shrine ) ในเกียวโต ( Kyoto ) และศาลเจ้าคะซะม่าอินาริ( Kasama Inari Shrine ) ในอิบาระกิ ( Ibaraki )

MDC-Japan2015-313

เขาว่าที่แห่งนี้เป็นที่ประทับแห่งเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ผู้ประทานผลเก็บเกี่ยวอันสมบูรณ์ ปัจจุบันมีผู้ศรัทธาไปสักการะขอความสำเร็จด้านธุรกิจการค้าและความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง

MDC-Japan2015-314

มองดูแล้วไม่สูงเท่าไหร่ เดินขึ้นไปได้คงไม่เหนื่อยมาก ^^!

MDC-Japan2015-315

MDC-Japan2015-316

MDC-Japan2015-317

MDC-Japan2015-318

ด้านบนของตัวศาลเจ้า ก็เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มองลงไปด้านล่างของตัวศาลเจ้า

MDC-Japan2015-319

ด้านข้างของศาลเจ้าชั้นบนยังมีทางเดินขึ้นไปยังบนภูเขาอีก

MDC-Japan2015-320

MDC-Japan2015-321

มีเสาโทโรอิตามทางขึ้นเขาให้ถ่ายรูปกันด้วย แต่เสาสีมันซีดไปหน่อยไม่เหมือนที่เกียวโต แต่ก็สวยไปอีกแบบ

MDC-Japan2015-322

ออกมาจากศาลเจ้าฝั่งตรงข้ามไปทางถนนจะเจอสะพานแดงขนาดใหญ่ ข้ามคลองหน้าศาลเจ้า

MDC-Japan2015-323

คลองด้านหน้าศาลเจ้าคนละทางกับที่เราเดินมา

MDC-Japan2015-324

ข้อดีของการมาหน้าร้อน คือ 5 โมงเย็นก็ยังไม่มืด เพราะมาหน้าหนาวป่านนี้มืดสนิท ร้านค้าบางร้านหน้าศาลเจ้ายังเปิดขายอยู่ เราก็ซื้อน้ำซื้อไอศครีมกินก่อนเดินไปท่ารถเพื่อรอรถกลับ ก็ขามาเดินมาทางไหนขากลับก็เดินกลับไปทางนั้น

MDC-Japan2015-325

เรามารอยังท่ารถบัสที่ขามารถบัสมาส่งเราตรงนี้ พอมีรถบัสมาเราก็ถ่ายรูปหน้าสถานี HIZEN-KASHIMA ถามว่าผ่านไหม คนขับพยักหน้าเราก็ขึ้นเลย แล้วก็เอาตั๋วที่ซื้อจากลุงใส่ลงกล่องตอนลงรถบัส

MDC-Japan2015-326

เรามาถึงสถานี HIZEN-KASHIMA ก่อนเวลารถไฟที่จองไว้เป็นชั่วโมงกว่า ๆ เลย เลยหาเวลารถไฟที่มาเร็วกว่ามีไหมก็มีขบวน LTD. EXP KAMOME 38 ที่มาก่อน เราถามเจ้าหน้าว่าเปลี่ยนตั๋วได้ไหม เขาก็ขอดูบัตร JR North Kyshu แล้วเจ้าหน้าที่ก็ออกตั๋วใหม่ให้ ส่วนตั๋วเก่าเราก็ขอ Cancel เจ้าหน้าที่ก็จัดการให้อย่างดี

เวลาใหม่ของเราคือรถไฟมาถึงตอน 6 โมง 16 นาที เดินขึ้นไปรอไม่นานเจ้า LTD. EXP KAMOME 38 ก็มาแล้ว ใช้เวลาในการเดินทาง 58 นาทีก็ 1 ชม. นั้นละครับถึงสถานี HAKATA

MDC-Japan2015-327

ภายในของที่นั่งของเจ้ารถไฟ LTD. EXP KAMOME

MDC-Japan2015-328

พามาดูด้านส่วนต่าง ๆ ของเจ้า LTD. EXP KAMOME ที่เขาว่าเป็นรถไฟอีกขบวนที่ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม

MDC-Japan2015-329

ที่นั่งตรงบริเวณรอยต่อตรงตู้รถไฟ สามารถนั่งหรือยืนตรงนี้ได้นะครับมีที่ให้วางของด้วย

MDC-Japan2015-330

MDC-Japan2015-331

MDC-Japan2015-332

MDC-Japan2015-333

MDC-Japan2015-334

ห้องน้ำสะอาดและกว้างมาก รถไฟไทยชิดซ้ายเรื่องความสะอาดของห้องน้ำในรถไฟ

MDC-Japan2015-335

มาถึงสถานี HAKATA ตอนทุ่มสิบสี่นาที มาเห็นร้านขายครัวซองเจ้าดังคนต่อแถวยังเยอะเหมือนเดิมทุกวัน เราก็กลับไปยังโรงแรมเดิม Hotel MyStays Fukuoka Tenjin ที่เราฝากกระเป๋าไว้ที่นั้น ก็เข้า Check in เรียบร้อยก็เตรียมออกเดินเล่นต่อในเมืองเพราะคืนนี้อยู่เป็นคืนสุดท้าย

MDC-Japan2015-336

เราตั้งใจจะไปเดินกินราเมน ( Ramen ) ด้านบนของห้าง Canal City Hakata ก็เดินจากโรงแรมย่าน Tenjin เปิด Google Map นำทางเดินผ่านห้าง Parco แต่ไม่หลงนะเพราะเดินไปตามฝูงคน

MDC-Japan2015-337

ยามค่ำคืนที่ในตัวฟุกุโอกะช่วง 2 ทุ่มก็ยังคึกคักอยู่ไม่เงียบมาก เราก็เดินสะพานข้ามแม่น้ำและเดินตรงไป

MDC-Japan2015-338

เดินผ่านข้ามสะพานมีแม่น้ำนาคากะวะ (Nakagawa) ไหลผ่าน จึงเรียกอีกฉายาหนึ่งว่า เมืองแห่งคลอง

MDC-Japan2015-339

Yatai ( แผงลอยสไตล์ญี่ปุ่น ) ที่อยู่ริมคลองร้านน่านั่งมากได้บรรยากาศ แต่ดูแล้วเราจะสั่งยังไงดี ?

MDC-Japan2015-340

เดินเลยมาอีกนิดก็ถึงแล้วห้าง คาแนลซิตีฮะกะตะ ( Canal City Hakata ) ประกอบด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ ภัตตาคาร โรงละคร ศูนย์เกม โรงภาพยนตร์ โรงแรมสองแห่ง และคลองที่ไหลผ่านกลางศูนย์กลางค้า

MDC-Japan2015-341

น้ำพุเต้นรำตามเสียงดนตรีทุกชั่วโมง และคลองไหลผ่านตามความยาวของคาแนลซิตี

MDC-Japan2015-342

เราก็ขึ้นมายังชั้นบนมายัง Ramen Stadium ตั้งอยู่ที่ SOUTH BUILDING ชั้น 5 ครับ ปิด 5 ทุ่ม มันมีหลายร้านแต่เราเลือกร้านนี้ครับ สั่งกินก็ง่าย ๆ เลือกอาหารหน้าตู้ใส่ตังค์เข้าไปแล้วกด ก็จะได้แผ่นรายการอาหารเล็ก ๆ ก็เอาให้พนักงานในร้านแล้วก็นั่งรอเลย

MDC-Japan2015-343

นั่งกินไปคุยกับเพื่อน ๆ ไปจนลืมดูเวลาหนักงานบอกจะปิดร้านแล้วคะ เพราะ 5 ทุ่มครึ่งแล้วเราก็เลยเตรียมตัวเดินกลับไปโรงแรม

MDC-Japan2015-344

แต่ร้านแผงลอยริมคลองคนยังเยอะอยู่เลย ชาวญี่ปุ่นในฟุกุโอกะ นิยมมานั่งทานกันตรงนี้ และก็จบคืนสุดท้ายของผมในคิวชู ก่อนพรุ่งนี้จะเดินทางขึ้นไปยังเมืองหลวงโตเกียวเพื่อไปรับแม่ วันนี้ก็กลับโรงแรมที่พักนอนเอาแรงพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเดินทาง

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ
ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางวันที่ 4 ได้ที่นี้ : วันที่สี่ของการเดินทาง ::: เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae :::


T R A V E L – J A P A N – 2 0 1 5


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...