Travel Japan 2015 ::: ” ฟุกุโอกะ ” เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก :::

Travel Japan 2015 : Day 1 ” ฟุกุโอกะ ” เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

+

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 01 : วันแรกของการเดินทาง ::: ” ฟุกุโอกะ ” เมืองที่ถูกจัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 02 : วันที่สองของการเดินทาง :::  เที่ยวเมือง Yufuin และนั่งรถไฟขบวนสุดฮิต Yufuin No Mori :::

+ ตอนที่ 03 : วันที่สามของการเดินทาง ::: เที่ยวปราสาทคุมาโมโตะ ตามรอยละครตามหา ศาลเจ้ากลกิโมโน :::

+ ตอนที่ 04 : วันที่สี่ของการเดินทาง ::: เดินทางไปหาเสาโทโรอิกลางน้ำ ที่ฮิโรชิมา ปิดท้ายที่ย่าน Sakae :::

+ ตอนที่ 05 : วันที่ห้าของการเดินทาง ::: พาไปจังหวัด ” ชิงะ ” เที่ยว 2 เมืองรอบทะเลสาบบิวะ :::

+ ตอนที่ 06 : วันที่หกของการเดินทาง ::: ฝนตกทั้งวันเที่ยวเมือง คามาคุระ และตอนเย็นที่โยโกฮาม่า :::

+ ตอนที่ 07 : วันที่เจ็ดของการเดินทาง ::: พาเที่ยวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ” โตเกียว ” ออกตามหา Gundam :::

+ ตอนที่ 08 : วันที่แปดของการเดินทาง ::: เที่ยวนากาโน่ ต้องลองไปรู้จักแล้วจะหลงรักเมืองนี้ :::

+ ตอนที่ 09 : วันที่เก้าของการเดินทาง ::: เที่ยวจังหวัดมิเอะ พาไปยังศาลเจ้าอิเสะ Ise Jingu :::

+ ตอนที่ 10 : วันที่สิบของการเดินทาง ::: พาเที่ยวมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิ ปิดท้ายค่ำคืนที่ Osaka Bay :::

+ ตอนที่ 11 : วันสุดท้ายของการเดินทาง ::: ไปเมืองหลวงเก่าเกียวโตเที่ยวป่าไผ่ ” อาราชิยาม่า ” ในวันฝนพรำ :::

Day 1 วันที่ 26 มิ.ย. 2558 วันแรกของการเดินทาง เราเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนประมาณตี 2 กว่า ๆ ของเช้าวันที่ 26 มิ.ย. 2558 โดยสายการบิน Jetstar บินตรงมาลงยังเกาะคิวชู ยังเมืองฟุกุโอกะ ( Fukuoka ) เมืองที่จัดอันดับว่าเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 12 ของโลก ( อ้างอิงจาก Wikipedia ) ซึ่งการเดินทางในช่วงแรกนี้มีไปกับผมอีก 2 คนด้วยกันก่อนที่จะต้องไปรับทัพใหญ่ในวันที่ 1 และ 2 ก.ค. ที่โตเกียว อย่างที่บอกว่าบินมาก่อนเพราะอะไร อ่านได้ในบทนำนะครับ พอเราลงเครื่องประมาณ 9 โมงกว่า ๆ สิ่งแรกที่เจอก็คือ ” ฝน ” ตอนเครื่องลงที่สั่นมาก ๆ เพราะลมแรง

MDC-Japan2015-001

หลังจากเข้ามายังตัวอาคารผู้โดยสาร ก็จะเห็นป้ายตลอดทางเดินว่า Welcome To Fukuoka ยาวไปจนถึงด้านตรวจคนเข้าเมือง

MDC-Japan2015-002

สิ่งที่ต้องกรอกก็คือใบ ตม. ของประเทศญี่ปุ่น และใบแสดงของนำเข้า Customs ซึ่งตอนบินมาพนักงานบนเครื่องบินก็แจกก่อนแล้ว ก็เลยกรอกข้อมูลตั้งแต่อยู่บนเครื่อง ทำให้ไปต่อแถวได้เลย

MDC-Japan2015-002-1

หลังจากผ่าน ตม. ของทางฟุกุโอกะ ใช้เวลาไม่นานแค่ถามว่ามาเที่ยวกี่วัน ก็ตอบไปแล้วก็เอานิ้ววาง Scan ก็เสร็จ หลังจากนั้นก็เปิดใช้ Sim Internet ที่ซื้อมาจากเมืองไทยของ Sugoi Sim แบบ 7 วัน เขาติดไว้ 800 บาท แต่ซื้อจริง ๆ มา 390 บาท เข้าไปซื้อใน Website ของเขาเลยมีภาษาไทย >> http://www.sugoi-sim.com/

MDC-Japan2015-003

ออกมาด้านนอกแล้วอย่างแรกมาหาซื้อตั๋วแบบ One Day Pass ทีสามารถไปยังเมืองเก่า ดาไซฟุ ได้ด้วยที่เคาเตอร์ของ Nishitetsu ซึ่งคนมาต่อแถวอยู่ก่อนแล้วเยอะอยู่เหมือนกัน แต่เจ้าหน้าที่เขาบริการเร็วมาก รอไม่นานสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้เลย

MDC-Japan2015-004

ได้มาแล้วตั๋วแบบ Fukuoka Tourist City Pass 1 Day ในราคา 1,340 เยน พอซื้อเสร็จจะใช้วันไหนก็ขูดวันที่ต้องการใช้เลย อย่างเราใช้วันนี้เลย

MDC-Japan2015-005

จัดการซื้อตั๋วไรเรียบร้อยแล้วก็เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแปรงฟัน เพราะห้องน้ำด้านนอกคนน้อยกว่าด้านในเยอะ เลยจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะเข้าเมือง เพราะเข้าเมืองไปถึงก็คงเที่ยวเลย

MDC-Japan2015-006

มาอ่านดูป้ายเราจะไปลงรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเข้าเมืองไปยังสถานี Hakata เพื่อไปเปลี่ยนตั๋ว JR North Kyshu กับ JR Pass แบบทั่วประเทศ ก็ต้องขึ้นรถบัสป้ายที่ 1 เพื่อไปยังอาคาร Domestic เพราะสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ที่นั้น

MDC-Japan2015-007

มายืนต่อแถวตรง Bus For Domestic Terminals ยืนรอไม่นานรถบัสก็มา

MDC-Japan2015-008

นั่งจากอาคาร Internation มายังอาคาร Domestic ประมาณ 10 นาทีก็มาถึง

MDC-Japan2015-009

พอรถบัสจอดลงมามองไปทางขวามือก็จะเห็นทางลงไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

MDC-Japan2015-009-1

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินจากสนามบินคือสาย Kuko Line เราอยู่สนามบินเป็นสถานีสุดท้าย ชานชาลาจะมี 2 ชานชาลา รถไฟจอดอันไหนก็ขึ้นได้เพราะมันต้องออกมาเหมือนกัน

MDC-Japan2015-010

มาถึงเช้าบนรถไฟคนเลยไม่เยอะเท่าไหร่ แถมนั่งตั้งแต่ต้นสายเลยนั่งสบาย แต่นั่งไม่ถึง 10 นาทีก็ลงแล้วเพราะจะลงที่ Hakata ก่อน ตอนเข้าไปขึ้นรถไฟแค่โชว์บัตร Fukuoka Tourist City Pass ให้เจ้าหน้าที่ดูเท่านั้น

MDC-Japan2015-011

ต้องบอกว่าสถานี Hakata นั้นใหญ่มากเราจะไปหาที่แลกตั๋ว JR Pass ที่เราซื้อมาเราก็มองป้ายอย่างเดียวเลยไปตรงที่ทางไป Shinkansen ไว้ก่อนเพราะที่แลกตั๋วมันต้องอยู่ใกล้ ๆ กัน ( คิดแบบนั้นนะ ^^ ) แต่ก็มาดูสัญลักษณ์ที่นั่งเขียวด้วยว่ามันอยู่ตรงไหน

MDC-Japan2015-012

แล้วเราก็เจอเดินไม่หลงเลยเดินตามป้าย ก็มาเจอที่แลกตั๋ว JR Pass อย่างแรกที่นี้ไปเอาใบเพื่อมาเขียนว่าจะจองขบวนไหนบ้าง เราก็จองทีเดียวหมดเลย และเปิดทั้ง JR North Kyshu กับ JR Pass แบบทั่วประเทศ มานั่งลุ้นว่าขบวน Yufuin No Mori ในวันพรุ่งนี้ขากลับจะเต็มไหม โชคดีมีที่เหลือบาน

MDC-Japan2015-013

พอเขียนเสร็จก็มาต่อแถวยืนเอกสารคือใบที่เราซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทย พร้อมหนังสือเดินทาง และตารางรถไฟที่เราจะจอง ให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วเขาก็จะให้เราเซ็นชื่อหลังบัตร JR Pass

MDC-Japan2015-014

มีป้ายเขียนบอกเลยด้านหน้าเคาเตอร์ว่าเตรียมหนังสือเดินทางด้วยในการแลก บัตร JR North Kyushu เราซื้อแบบ 3 วันมาจะเป็นบัตรสีขาว ส่วน JR Pass แบบทั่วประเทศ 7 วัน จะเป็นบัตรสีน้ำเงินมีดอกซากุระและภูเขาไฟฟูจิ

MDC-Japan2015-014-1

พอแลกตั๋วเสร็จเราก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินต่อจากสถานี Hakata ไปยังสถานี Tenjin ซึ่งห่างออกไปอีก 3 สถานีและเราก็เอากระเป๋าไปฝากโรงแรมไว้ก่อนเพราะกว่าโรงแรมจะให้เช็คอินต้องบ่าย 3 ไปแล้ว เราจองโรงแรมผ่านทาง Agoda มาเที่ยวนี้เราจองโรงแรมในเครือของ Hotel MyStays Fukuoka – Tenjin

จากสถานีรถไฟใต้ดิน Tenjin มาโรงแรมมันออกได้หลายทาง ออกทาง Exit 4 หรือ West Exit 1

จากป้ายรถเมล์ก็ลงป้าย Tenjin – kita ก็เดินมาไม่ไกล

MDC-Japan2015-015

ฝากกระเป๋าเสร็จก็เที่ยงพอดี เลยหาอะไรกินแถว ๆ โรงแรมเห็นร้านนี้คนเข้าเยอะดีเลยเข้าตาม

MDC-Japan2015-016

ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษให้ด้วยดีจัง ราคาก็ไม่แพงตามในเมนูเลย แต่อย่าคิดว่าจานเล็กนะ ฮาาา เราโดนมาแล้วจานใหญ่มาก ผมยังกินคนเดียวไม่หมดเลย

MDC-Japan2015-017

แค่กินหมี่อย่างเดียวก็ไม่ต้องกินอะไรแล้วอิ่มมากกกก กับราคา 820 เยน

MDC-Japan2015-018

กินเสร็จเราก็เดินทางต่อเพราะจุดหมายในวันนี้คือจะไปศาลเจ้าที่ ดาไซฟุ ก็เดินลงด้านล่างใต้ดินของสถานี Tenjin เดินตามป้ายเลย

MDC-Japan2015-019

เดินเกาะป้ายที่เขียนมาทางห้าง PARCO ไว้ จะเจอสถานี Nishitestu Fukuoka ( Tenjin ) ซึ่งเราจะไปยัง ดาไซฟุ ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีนั้น

MDC-Japan2015-020

เดินมาก็ใช้เวลาอยู่ 10 – 15 นาทีก็มาเจอทางขึ้นชั้น 2 ซึ่งมันถูกแล้วตอนแรกเรานึกว่าอยู่ใต้ดิน แต่สถานีรถไฟที่จะไป ดาไซฟุ มันอยู่ชั้น 2 เดินตามป้ายขึ้นไปเลย

MDC-Japan2015-021

พอเข้าไปจะเจอชานชาลาประมาณ 3 ชานชาลา เลยถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องขึ้นขบวนไหน เจ้าหน้าที่บอกว่าขบวนไหนก็ได้ที่ออกก่อนถึงเหมือนกัน เพียงแต่จะมีถึงช้ากับถึงไว ถ้าถึงเร็วเขาบอกขึ้นที่มีป้ายสีส้ม หรือ สีเขียว

ขึ้นรถไฟตรงนี้ก็โชว์บัตร Fukuoka Tourist City Pass 1 Day เท่านั้นไม่ต้องซื้อตั๋วอะไรเพิ่ม

MDC-Japan2015-022

เดินมาถึงเจอขบวนที่ขึ้นป้ายเขียวเขียนว่า Express ผมก็โดดขึ้นเลย ( ขบวนทางซ้ายมือในรูป ) ตอนแรกยังไม่เข้าใจหรอกที่เจ้าหน้าที่อธิบาย ว่ามันต่างกันอย่างไง

MDC-Japan2015-023

พอขึ้นบนรถไฟมาดูป้ายสถานีถึงรู้ว่า อ่อ……… ถ้าขบวนที่มีป้ายสีส้มมันคือตัว Ltd.Express จอดบางสถานี ( ตามในรูป ) ส่วนขบวนสีเขียวคือตัว Express จอดถี่กว่า ส่วนที่จอดทุกสถานีคือขบวนที่เป็นป้ายสีน้ำเงินคือตัว Local

อย่างในรูปเราขึ้นปลายทางที่สถานี Nishitestu Fukuoka ( Tenjin ) ไปยังศาลเจ้า ดาไซฟุ ต้องลงที่สถานี Futsukaichi

MDC-Japan2015-024

นั่งจาก Nishitestu Fukuoka ( Tenjin ) มาประมาณ 10 นาทีก็ถึงสถานี Futsukaichi ( ถ้าหาใน Hyperdia ต้องใส่เต็ม Nishitestu Futsukaichi )

MDC-Japan2015-025

อย่างขบวนที่เรามาด้านข้างขบวนที่เราขึ้นมาจะมีป้ายไฟสีเขียวเขียน Express เราดูได้จากด้านข้างรถไฟทุกขบวนแล้วเลือกขึ้นได้เลย

MDC-Japan2015-026

แล้วขบวน Express ก็ไปเราก็เดินข้ามสะพานลอยคนข้ามมายังอีกฝั่งเพื่อเปลี่ยนขบวนไป ดาไซฟุ

MDC-Japan2015-027

พอข้ามสะพานลอยข้ามทางรถไฟก็ดูป้ายทางไปชานชาลาที่ 1 มันจะเขียนว่า For Dazaifu

MDC-Japan2015-028

ไปดาไซฟุ มีเพียงชานชาลาเดียวเท่านั้น เพราะมันเป็นรถไฟที่วิ่งระหว่าง สถานี Futsukaichi กับ สถานี Dazaifu เท่านั้นครับ พอมาถึงมันก็กลับไปที่เดิม

MDC-Japan2015-029

รถไฟที่ญี่ปุ่นนี้ต้องยอมรับเลยว่าไม่ว่าขบวนที่อยู่นอกเมืองหรือเรียกว่าชนบทนั้นยังตรงเวลามาก ๆ และจะมีป้ายบอกเวลาเราดูได้ว่ารถจะมาถึงกี่โมง

MDC-Japan2015-030

แล้วก็มาวันนี้ได้ขึ้นขบวนแบบรุ่นเก่าไม่ใช่ตัวที่เป็นสีชมพู เอาน่ามาแล้วก็ขึ้นไปถึงเหมือนกัน ด้านข้างก่อนขึ้นก็ดูให้ดีว่าเขียนไป Dazaifu แน่หรือเปล่า

MDC-Japan2015-031

ไม่เกิน 10 นาทีรถไฟก็พาเรามาถึงสถานี Dazaifu

MDC-Japan2015-032

เดินตาม ๆ เขาออกไปยังด้านหน้าสถานี ไปถึงที่นั้นประมาณบ่าย 2 โมงกว่า ๆ

MDC-Japan2015-033

ออกมาด้านหน้าสถานีจะมี Map บอกสถานที่ต่าง ๆ ที่เราจะไปนั้นคือ Dazaifu Tenmangu Shrine บริเวณ F-2 ออกจากหน้าสถานีเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนนคนเดินเข้าไปเลย

MDC-Japan2015-034

สองข้างทางก่อนถึงศาลเจ้านี้ร้านขายของเยอะมาก บวกกับร้านขายขนมหน้าตาดี ทำให้เราเสียทรัพย์ไปเยอะพอสมควรก่อนจะเดินถึงศาลเจ้า

MDC-Japan2015-035

MDC-Japan2015-036

และก็ต้องหยุดกับร้าน Starbucks ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดร้านนึงในประเทศญี่ปุ่น อาคารรอบๆในบริเวณนี้เป็นบ้านญี่ปุ่นหมด ด้วยสถานที่ตั้งที่มีนัยสำคัญ บริษัท Kengo Kuma and Associates ที่ออกแบบร้านนี้จึงพยายามที่จะออกแบบร้านให้กลมกลืนกับสถานที่ให้ได้มากที่สุด

MDC-Japan2015-037

ร้านนี้มีการตกแต่งที่โดดเด่นโดยใช้ไม้ที่ยาว 1.3-1.4 เมตร กว่า 2,000 ท่อนมาวางขัดกันในแนวแทยงมุมเป็นตาราง

MDC-Japan2015-038

MDC-Japan2015-039

เดินมาเรื่อย ๆ ฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเราก็เลยแวะเข้าไปยัง Information Center ของที่นี้ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ

MDC-Japan2015-040

แวะเข้าห้องน้ำ และก็เอาร่มชุดฝนออกมาใส่ เพราะดูแล้วคงตกอีกสักพัก

MDC-Japan2015-041

MDC-Japan2015-042

แผนผังแสดงพื้นที่ทั้งหมดของศาลเจ้า ดาไซฟุ ( Dazaifu Tenmangu Shrine )

MDC-Japan2015-043

MDC-Japan2015-044

MDC-Japan2015-045

เดินข้ามสะพานมาเรื่อย ๆ ก็จถึงทางเข้าศาลเจ้าศาลเจ้าเทนมานกุ แห่งเมือง ดาไซฟุ ( Dazaifu ) เป็นหนึ่งใน 2 ศาลเจ้าเทนมานกุที่สำคัญที่สุดในบรรดาศาลเจ้าเทนมากุทั้งหมดกว่าพันแห่ง อีกแห่งคือศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ ( Kitano Tenmangu ) ที่อยู่ในเมืองเกียวโต

MDC-Japan2015-046

เป็นศาลเจ้าที่สวยแห่งหนึ่งที่ใครมายังฟุกุโอกะ ต้องไม่พลาดที่จะมาที่นี้

ค่าเข้าชม : ส่วนหลักของศาลเจ้า – ฟรี เวลาเปิด-ปิด : ส่วนหลักของศาลเจ้า – 6:00 น. – 19:00 น.

MDC-Japan2015-047

ตามทำเนียมปฏิบัติของชาวญี่ปุ่นก่อนเข้าวัดกับศาลเจ้า ต้องล้างมือ ล้างปาก ก่อนเข้า ถ้าใครไม่เคยมาหรือมาครั้งแรกด้านบนจะมีภาพแสดงวิธีการที่ถูกต้องในการล้าง ก่อนเข้าไปยังศาลเจ้า

MDC-Japan2015-048

MDC-Japan2015-049

ศาลเจ้าเทนมานกุดาไซฟุ ถูกสร้างขึ้นเพื่อสักการะนักปราชญ์ชื่อสุกาวะระ มิชิซาเนะ(Sugawara Michizane) และยังเป็นสัญลักษณ์ของการศึกษาเล่าเรียนด้วย โดยเริ่มต้นสร้างกันช่วงปี ค.ศ. 900 ในยุคเฮอัน ( Heian )

MDC-Japan2015-050

ศาลเจ้าเทนมานกุที่นี่ มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีร้านค้าตลอดทางเดินมาศาลเจ้า ภายในประกอบไปด้วย ประตูโทริอิขนาดใหญ่ สระน้ำที่ออกแบบมาเป็นตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น แปลว่า หัวใจ โดยจะมีสะพานข้าม 3 ช่วงที่แบ่งเป็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ( ข้อมูลจาก talonjapan )

MDC-Japan2015-051

MDC-Japan2015-052

นอกจากนั้นที่นิยมกันคือมาเสี่ยงเซียมซีกัน จะเห็นได้ว่าเด็ก นร. ญี่ปุ่นจะมาเสี่ยงเซียมซีกันเยอะที่นี้ ( หลังจากที่นั่งดูอยู่นาน ) เพราะศาลเจ้าที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องการเรียน การสอบ

MDC-Japan2015-053

MDC-Japan2015-054

พอฝนหยุดตกเท่านั้น คนเริ่มเยอะขึ้น ทัวร์จีนมาลงกันที่นี้เยอะมาก จนผมคิดว่าเมืองจีนแน่ ๆ ฮาาาา เพราะเสียงดังกันมาแต่ไกลและทัวร์จีนชูธงกันเต็มถนนคนเดินหน้าศาลเจ้า

MDC-Japan2015-055

พอคนเริ่มเยอะ เราก็เผ่นจากที่นั้นกลับมายังสถานีรถไฟ Dazaifu

MDC-Japan2015-055-1

พอดีสถานีคนน้อยเห็นตู้เติมเงินบัตร IC Card มันว่างก็เลยเติมเงินเข้าบัตร Suica ที่เคยเก็บไว้ใช้ครั้งตั้งแต่ไปญี่ปุ่นครั้งก่อน เพราะเดียวนี้มันใช้ได้ทั่วเกาะญี่ปุ่นแล้ว สะดวกจริง ๆ

MDC-Japan2015-060

ส่วนนี้เป็นตู้เติมเงินบัตร IC Card บัตรไหนก็เติมได้แต่ที่นี้เวลาซื้อบัตรมันจะเป็นบัตร Nimoca ไม่ใช่ Suica เหมือนกับทางโตเกียว

MDC-Japan2015-056

เราก็นั่งรถไฟกลับมายังสถานี Futsukaichi เพื่อกลับไปยัง Tenjin ถึงสถานีก็ข้ามทางรถไฟมารอขึ้นรถไฟที่ชานชาลาที่ 6 และ 7 ตามป้ายบอกทางในสถานี

MDC-Japan2015-057

โชคดีของผม เพราะรอรถไฟไม่นานขบวนถัดไปเป็น Ltd.Express ด้วยนั่งไม่ถึง 5 นาทีก็ถึง Tenjin

MDC-Japan2015-058

ดูจากป้ายไฟหน้ารถก็ได้ครับมันเขียนชัดเลย Ltd. EXP โดดขึ้นเลย

MDC-Japan2015-059

ใช้เวลาเพียง 5 นาทีกว่า ๆ ผมก็มาถึงสถานี Nishitestu Fukuoka ( Tenjin )

MDC-Japan2015-061

แล้วก็เดินใต้ดินมาเรื่อย ๆ จากสถานี Nishitestu Fukuoka ( Tenjin ) มายังสถานี Tenjin เดินดูของตลอดทาง และกลับมายังโรงแรมเพื่อเช็คอิน

MDC-Japan2015-062

ห้องพักสำหรับนอน 2 คน ผมว่าเตียงมันแคบไปหน่อยแต่ก็นอนได้ คืนละพันกว่าบาท มีห้องน้ำในตัวห้องก็สะอาด OK นอนได้สบาย ล้างหน้าล้างตาเข้าห้องน้ำเดียวออกไปลุยต่อไม่มืดเราไม่เลิก

MDC-Japan2015-063

เดินกลับมายังสถานี Tenjin สังเกตุครับถ้าตรงไหนคือทางลงสถานีรถไฟจะมีสัญญาลักษณ์เป็นรูปตัว F ซึ่งข้างล่างมันเชื่อมสถานีไว้หมดแถวนั้น

จุดหมายของเราต่อไปจะไปยัง Fukuoka Tower ก็นั่งจากสถานี Tenjin ไปยังสถานี Nishijin

MDC-Japan2015-064

มาถึงสถานี Nishijin ออกป้ายทางออกที่ 1 แล้วขึ้นมาเจอสี่แยกแล้วเลี้ยวขวาเดินตรงเข้าไปเลย ( เดินไกลอยู่เหมือนกันกว่าจะถึง )

MDC-Japan2015-065

เราเดินมาจะผ่านโรงเรียน และมหาวิทยาลัย Seinan Gakuin Univercity ตามในรูปเลย

MDC-Japan2015-066

เดินตรงตามทางจะเจออีกสี่แยกจะมี Shopping Mall เล็ก ๆ ตรงแยกเราก็ถามทางเขาเขาก็บอกเดินตรงไป ผ่านหลัง Shopping Mall แล้วเลี้ยวซ้าย

MDC-Japan2015-067

เดินไม่ร้อนอากาศเย็นสบาย เดินในร่มไม้แล้วมองด้านบนก็เห็นตึก Fukuoka Tower เพราะมันสูงเห็นได้ชัดเราก็เดินไปตามทางที่เราเห็นตัวตึก

MDC-Japan2015-068

เดินเข้ามาในตึกตอนแรกตั้งใจจะไปดู Robosquare แต่มันถึง 6 โมงเย็นแล้วมันปิดเลยอดดูเลย

MDC-Japan2015-069

ออกมาจากอาคาร อีกด้านจะมองเห็นตึก Fukuoka Tower ตั้งเด่นเป็นสง่าสูงมากทีเดียว

MDC-Japan2015-070

ด้านหน้าก็จะมีวิธีถ่ายรูปให้เห็นตัวคนถ่ายกับตัวตึก Fukuoka Tower จะมีที่วางโทรศัพท์กับกล้องแล้วตั้งเวลาถ่ายตามรูปเลย

MDC-Japan2015-071

เดินเข้าไปซื้อตั๋วขึ้นไปชมวิวด้านบนกัน

MDC-Japan2015-072

ค่าเข้าขึ้นอาคาร Fukuoka Tower ราคา 640 เยน

MDC-Japan2015-073

ได้โบชัวร์มาใบนึงเป็นภาษาอังกฤษ และก็โปสการ์ดของ Fukuoka Tower อีก 1 ใบ

MDC-Japan2015-074

โบชัวร์มีหลายภาษาแล้วแต่เราจะเลือกหยิบเลย แต่ไม่มีภาษาไทย !!

MDC-Japan2015-075

ลิฟท์ที่ขึ้นไปเป็นแบบใสมองเห็นโครงสร้างขึ้นไปถึงชั้นบน แต่ลิฟท์ไม่เร็วเท่าที่ผมเคยไปขึ้นมาที่ Taipei 101 ที่นั้นลิฟท์เร็วมาก

MDC-Japan2015-076

มาดูวิวด้านบนจากตัว Fukuoka Tower มองเห็นรอบ ๆ ตัวเมือง ฟุกุโอกะ

MDC-Japan2015-077

MDC-Japan2015-078

ทางด้านทิศใต้ของตัวอาคาร Fukuoka Tower จะมีบอกว่าทิศทางตรงนี้จะไปเป็นประเทศอะไร มีป้ายชี้มาทางประเทศไทยด้วย

MDC-Japan2015-079

อยู่จนถึงค่ำเพื่อรอถ่ายรูปไฟในเมืองฟุกุโอกะ

MDC-Japan2015-080

MDC-Japan2015-081

MDC-Japan2015-082

มุมทางทิศใต้พอกลางคืนตรงนั้นจะเป็นจุดถ่ายรูปเพราะเขาจะทำเป็นไฟสะท้อนแสง แต่กล้องกากเกินเลยถ่ายได้เท่านี้ ^^!

MDC-Japan2015-083

ส่วนใครชอบตราประทับก็มีให้ประทับเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้นะครับว่าเคยมาที่นี้

MDC-Japan2015-084

ตอนกลับต้องเดินลงมาอีกชั้นเพื่อขึ้นลิฟท์ ก็จะมีซุ้มจัดแบบนี้และมีแม่กุญแจแขวนตรงราวเต็มไปหมด

MDC-Japan2015-085

MDC-Japan2015-086

ออกมาด้านนอกตัวอาคารเป็นไฟสีน้ำเงินสวยดี

MDC-Japan2015-087

ภาพเต็มของ ๆ Fukuoka Tower ตอนกลางคืนเปิดไฟแล้ว

MDC-Japan2015-088

ขากลับขี้เกียจเดินกลับเลยถามทางเอา เพราะตรงหน้า Robosquare มันเป็นท่ารถบัส เราก็อาศัยถามเขาเอาว่าคันไหนกลับมา Tenjin ได้ โชคดีมากตรงคนที่ถามนั้นเขาพูดภาษาไทยได้ เธอเป็นแม่บ้านแต่เคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้วชอบ เลยไปลงเรียนภาษาไทยที่ฟุกุโอกะ โชคดีมาก ๆ แกพาขึ้นรถและบอกป้ายลงเพราะตัวเธอจะไปลงที่ Hakata เราก็ขอบคุณเธอตอนลง

MDC-Japan2015-089

ลงรถก็เจอร้านขายข้าวข้างทาง ร้านแบบนี้คือ ยาไต (Yatai) ซึ่งเป็นร้านขายอาหารแผงลอย ซึ่งมีแห่งเดียวคือที่ฟุกุโอกะ และยาไต ที่คนนิยมจะมี 2 จุดคือ ตรงริมน้ำฮากาตะ กับที่เทนจิน…(บางรีวิวบอกว่าที่เทนจินราคาถูกกว่า ไม่เสี่ยงโดนฟันราคาหัวแบะเหมือนตรงริมน้ำ แบบนี้เลยทำให้หิว ไปมองดูเขาสั่งไรกิน ก็นั่งแวะทานก่อนเข้าโรงแรม กว่าจะเข้าโรงแรมก็เกือบเที่ยงคืน แล้วก็จบวันแรกของการเดินทางของผมในทริป Japan 2015 ในเกาะคิวชู เมืองฟุกุโอกะ

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังญี่ปุ่นนะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ
ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางวันที่ 2 ได้ที่นี้ : วันที่สองของการเดินทาง :::  เที่ยวเมือง Yufuin และนั่งรถไฟขบวนสุดฮิต Yufuin No Mori :::


T R A V E L – J A P A N – 2 0 1 5


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...