Travel Myanmar 2013 ::: เหินฟ้าสู่ย่างกุ้ง มุ่งหน้าสู่กรุงหงสาวดี :::

MDC-Myanmar-001

Travel Myanmar 2013 : Day 1 เหินฟ้าสู่ย่างกุ้ง มุ่งหน้าสู่กรุงหงสาวดี

ติดตามอ่านบทนำ ข้อมูลก่อนเดินทางทริปนี้ได้ที่นี้ 

Travel Myanmar 2013 : ทริปนี้มีแต่ไหว้พระที่พม่า

ติดตามเรื่องราวการเดินทางได้ที่นี้

+ ตอนที่ 1 : วันแรกของการเดินทาง ::: เหินฟ้าสู่ย่างกุ้ง มุ่งหน้าสู่กรุงหงสาวดี ::: < กำลังอ่านอยู่บทความนี้ >

+ ตอนที่ 2 : วันที่ 2 ของการเดินทาง ::: นั่งรถขึ้นเขาไปสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน :::

Day 1 วันแรกของการเดินทาง อย่าที่บอกไว้ในบทนำคือทริปนี้เกิดขึ้นเพราะคุณนายแม่นึกอยากจะไปไหว้พระที่พม่า บวกกับพี่ ๆ ที่สนิทก็อยากไปพอรวมคนไปด้วยก็ไป ๆ มามาได้ยังไงก็ไม่รู้ผู้ร่วมทริปนี้ 26 คน ! งานเข้าผมเลยงานนี้ต้องเตรียมแผนอย่างดี ไหนจะเรื่องรถตู้เช่านั่งหากว่าจะได้รถตู้เช่าของทีมงาน คุณมาเอ มาก็นับว่าโชคดีเพราะได้ในราคาที่ไม่แพงแถมทุกอย่างจ่ายเป็นเงินไทยสะดวกดี ติดตามการเดินทางในพม่าในวันแรกได้เลยครับ

MDC-Myanmar-002

Myanmay หรือพม่า เป็นทริปที่ผมเดินทางในครั้งนี้ วันแรกของการเดินทางในทริปนี้ เริ่มต้นจากเราได้ตั๋วโปรของ Airasis ไปกลับ คนละ 2,100 บาท ไม่รวมโหลดกระเป๋า เดินทางวันที่ 3 ต.ค. – 6 ต.ค. 2013 เช้านี้บ้านผมก็ออกกันแต่เช้าเหมือนเดิม เพราะเครื่องออก 7 โมงเช้า ก็ไปถึงสนามบินก่อนเวลาเพื่อไปรอรับพี่ ๆ ที่สนามบิน ก็ทำการ Checkin ผ่าน Web ของ Airasia ก็เข้าไปอย่างรวดเร็ว พอถึงเวลา 7 โมง 15 นาที FD 2751 ก็จะพาผมและครอบครัว + เพื่อน ๆ ที่ติดตามออกเดินทางจาก ดอนเมือง ไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ซึ่งเช้านี้ฝนตกแต่ยังดีก่อนเครื่องออกฝนหยุดตกไปแล้ว

MDC-Myanmar-003

เครื่องขึ้นสักพักแอร์ก็เริ่มขายอาหาร เราสั่งมาไว้เพราะออกกันเช้าไม่มีเวลากินเลยมากินบนเครื่อง แต่กินยังไม่เท่าไหร่ กัปตันบอกอีกสักครู่เราจะนำเครื่องลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง ประเทศพม่า อะไรจะเร็วปานนั้น กินข้าวยังไม่ทันหมดกล่องเลย ถึงแล้วเหมือนคล้าย ๆ นั่งไปเชียงใหม่เลย ^^

MDC-Myanmar-004

วันนี้เรามาถึงก่อนเวลาที่แจ้งไว้ 15 นาที ลงมาก็เห็นสายการบินของพม่าจอดเทียบท่าอยู่ Myanmar Airways

MDC-Myanmar-005

พอเราลงจากเครื่องลงไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองจะเห็นได้ว่าด้านนอกนั้นเต็มไปด้วยผู้คนพม่า บางคนก็คือไกด์กับรถที่ติดต่อกันไว้ บางคนก็มาดักหานักท่องเที่ยวที่พึ่งมาถึง แต่ของทีมเราเราติดต่อจาก กทม. ไว้แล้ว พอออกมาจาก ตม. เราก็เห็นป้ายชูมาแต่ไกล มีคนมารอรับทีมเราตั้ง 5 คน ฮาาา เพราะเราไปเยอะ มีคนขับรถตู้ 3 คัน + กับคุณมาเอ และสามี ที่จะเป็นไกด์ช่วยประสานงานในการเดินทางครั้ง ( รถตู้เช่าในพม่า อยู่ในบทนำของทริปนี้นะครับไปอ่านกันได้เรื่องการเช่ารถ )

MDC-Myanmar-006

พอเจอหน้าคุณมาเอ คุณมาเอก็บอกว่าให้แลกเงินไปกันก่อนที่สนามบินนั้นละครับ เรทใช้ได้อยู่เราก็จัดการยืนเข้าแถวรอแลกเพราะเราไปกันเยอะเลยต้องใช้เวลานานกันนิดนึงกว่าจะแลกกันเสร็จ หลังจากนั้นคนขับรถตู้ก็ไปเอารถมารับเรายังทางออก แต่ด้วยว่าคนเยอะและการจราจรในสนามบินไม่ดีเท่าไหร่ เลยไม่ได้ถ่ายรูปเพราะต้องรีบขึ้นรถแล้วออกมาเลย

ซึ่งตามแผนของผมคือวันที่มาถึงเราจะไปเที่ยวยังเมืองหลวงเก่านั้นคือ เมืองหงสาวดี และไปนอนที่ เมืองไจโท ก็คือเมืองที่ขึ้นไปยังพระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจทีโย นั้นเอง

MDC-Myanmar-007

นั่งรถไปไม่นานจากสนามบินซัก 20 นาที รถตู้ก็จอด เราก็เลยถามคุณมาเอ ว่าที่นี้คืออะไร เขาบอกเป็นสุสานสมัยสงคราม Their Name Liveth For Evermore พอดีมันเป็นทางผ่านก็เลยจอดแวะให้เป็นจุดแรก ที่นี้ก็คล้าย ๆ สุสานทหารที่กาญจนบุรีบ้านเรานั้นละครับ เราก็ใช้เวลาไม่นานในการอยู่ตรงนี้

MDC-Myanmar-008

หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองหงสาวดี ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเมือง พะโค ( Bago ) เรานั่งคุยกับคนขับไป คนขับรถตู้คันที่ผมนั่งแกพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก ออ..! ลืมบอกไป สำหรับคุณมาเอ นั้นแกพูดภาษาไทยได้คล่องมากเราถามว่าเคยมาอยู่เมืองไทยเหรอ เขาเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กบ้านยากจน หนีเข้ามาในไทยมาอยู่ 14 ปี ทำงานแถวบางกะปิ แต่ตอนนี้ที่พม่าการท่องเที่ยวดี แกเลยกลับบ้านมาทำเปิดรถตู้ให้เช่าพร้อมแกเป็นคนประสานงานให้ และเธอก็โชว์ Passport ของเธอให้ดูว่าตอนนี้เธอไปเมืองไทยอย่างถูกต้องแล้วนะ มีหนังสือเดินทางแล้ว

MDC-Myanmar-009

เส้นทางจากย่างกุ้งไปเมืองหงสาวดีนั้น ถนนนั้นไม่ได้ดีเหมือนบ้านเรานะครับ ถนนมีขรุขระบ้างระหว่างเมืองก่อนที่จะเข้าตัวเมือง ริมข้างทางก็เหมือนตามชนบทบ้านเรา

MDC-Myanmar-010

ถึงตัวเมืองหงสาวดี เราบอกกับคุณมาเอ ว่าถ้าถึงประมาณ 11 โมงกว่า ๆ ก็ให้แวะร้านอาหารเลยมีร้านไหนแนะนำไหม คุณมาเอ ก็แนะนำร้านนี้ เธออ่านออกเสียงว่า ” ” โจชัว” เราก็ไม่รู้ว่ามันอ่านว่าอย่างไร ดูป้ายหน้าร้านเอาละกันแต่ร้านใหญ่ใช้ได้มี Group Tour มาลงกินที่นี้เยอะอยู่เหมือนกัน

MDC-Myanmar-011

บรรยากาศภายในร้านเป็นร้านใหญ่นะครับ มีอาหารไทยอาหารหลากหลายมาก และเขาก็มีเป็นชุดนะ ราคาผมจำไม่ได้แต่ตกคนละประมาณ 280 กว่าบาท

MDC-Myanmar-012

นี้คือหน้าตาอาหารบางส่วน แต่แม่ผมบอกว่าตัวน้ำพริกแห้งของพม่ากินเล่นอร่อยดี ส่วนกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มาก

MDC-Myanmar-013

อาหารโดยรวมนั่งโต๊ะนึง 8 คนกินกันเหลือ ๆ เลยอร่อยด้วยนะขอบอก

MDC-Myanmar-014

หลังจากกินอิ่มเราก็เดินทางไปไหว้พระกัน วัดแรกที่เราจะไปในทริปนี้ วัดเจดีย์ไจ๊ปุ่น หรือ วัดพระสี่ทิศ เห็นองค์พระเด่นมาแต่ไกล ( ถ่ายจากกระจกในรถมันเลยดูมืด ๆ )

MDC-Myanmar-015

ทางเข้าวัดก่อนเข้าไปก็จะมีร้านขายของแต่ที่นี้มีไม่มาก แต่ที่เห็นว่ามีขายกันทุกทีนั้นคือ ” ทานาคา ”

MDC-Myanmar-016

ตอนที่เราไปค่าเข้าชมวันในเมืองหงสาวดี เปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บจากแต่ก่อนเก็บเข้าที่ไหนจ่ายที่นั้น เดียวนี้เหมาจ่ายต่อคน 10,000 จ๊าต แล้วเข้าสถานที่เท่าไหร่ก็ได้ภายใน 1 วัน

MDC-Myanmar-017

หน้าตาตั๋ว Bago Archaeological Zone ตั๋วต้องเก็บไว้นะครับ จนกว่าจะเที่ยวเสร็จในเมืองนี้ ค่อยทิ้งเพราะเขาตรวจทุกวัด

MDC-Myanmar-018

พระเจดีย์ไจปุ่น (Kyaikpun Pagoda) มีอายุนาว 500 กว่าปี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ไปทุกทิศทาง เหตุผลที่ต้องสร้างหันไปทุกทิศนั้นก็ เพราะแทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ในภัทรกัปนั่นเอง

MDC-Myanmar-019

โดยรอบตรงฐานก็จะมีพระตั้งอยู่ตามทิศต่าง ๆ คุณมาเอ บอกว่าอันนี้คือพระที่ไหว้วันเกิดและจะมีน้ำให้ทรงองค์พระพุทธรูปด้วย ก็ใครเกิดวันไหนก็ทรงนั้นตามพระประจำวันเกิดตัวเอง

MDC-Myanmar-020

เสร็จจากไหว้พระที่นี้แล้วก่อนจะออกไป พอดีรถคันที่ผมนั่งไปคนขับบอกว่าขอไปทำแอร์ คือตอนแกมาส่งที่วัดแกก็เอารถอไปทำแอร์เลย ก็รอแกไม่นานแต่ช่วงจังหวะรอนั้นก็เห็นด้านหน้าวัดมีขายแป้ง ทานาคา กันอยู่มีทั้งแบบฝนแล้วเป็นผง กับ ขายเป็นท่อนแล้วไปฝนเองก็ได้

MDC-Myanmar-021

และแล้วพี่รวมทริปของเราก็ลองเป็นชาวพม่า ทดสอบว่า ทานาคา นี้ดีจริงไหม ( สุดท้ายมีพี่หลายคนซื้อมาแกก็บอกว่าให้ลูกทาหลังสิ่วไม่ขึ้นเลย ยังอยากได้อยู่เลย รู้งี้ซื้อมาเยอะกว่านี้ )

MDC-Myanmar-022

แล้วก็นั่งไปจุดหมายต่อไปนั้นคือ พระนอน พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เราไปถึงก่อนเลยถ่ายรถตู้คันที่ 2 สภาพ OK เลยทีเดียว

MDC-Myanmar-023

ค่าเข้าเราไม่ต้องเสียแล้วแค่โชว์บัตรที่เราจ่ายไปแล้ว 10,000 จ๊าต แต่ที่เสียเพิ่มคือค่ากล้อง ดูเอาละกันครับว่าจะต้องเสียงเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ทุกวัดในพม่านี้จะเรียดเก็บเกือบทุกวัด

MDC-Myanmar-024

พระพุทธไสยาสน์เฉว่ตาเหลียว (Shew Thalyang Budda) เป็นพระนอนที่สวยงามที่สุดในพม่า องค์พระมีความยาว 55 เมตร สูง 16 เมตร แม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้งเท่าไหร่ พระนอนชเวตาเลียว นับเป็นพุทธบูชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นอันดับสองรองจาก พระธาตุชเวมอดอร์ (ไจท์มุเตา) ของเมืองหงสาวดี

MDC-Myanmar-025

ว่ากันตามตำนานแล้ว มีเรื่องราวเล่าขานของพระนอนชเวตาเลียว

” มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงลัทธิบูชายักษ์มาก จนถึงขั้นสร้างรูปปั้นยักษ์ไว้เพื่อกราบไหว้บูชา วันหนึ่งขณะราชาเสด็จประพาสป่า พร้อมพระโอรส และพระโอรสไปพบสาวชาวบ้าน เกิดความรักใคร จึงได้พากลับมาอยู่ด้วยกันที่วัง แต่หญิงสาวชาวบ้านคนดังกล่าว นับถือศาสนาพุทธจึงอัญเชิญพระพุทธรูปเข้าไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชาทรงกริ้วมาก จึงสั่งให้ทหารจับพระโอรส และคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร แต่พอชาวบ้านผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนารู้ จึงพากันตั้งจิตอธิฐานว่าถ้าพระพุทธเจ้ามีจริงขอให้พระโอรส และคนรักแคล้วคลาด จนเกิดเรื่องอัศจรรย์เชือกขาด และเกิดเหตุรูปปั้นยักษ์แตกกระจาย พระราชาเห็นปาฏิหารย์ จึงหันมานับถือพระพุทธศาสนา และขอไถ่บาปด้วยการสร้างพระพุทธไสยาสน์ “ชเวตาเลียว” ไว้เป็นเครื่องเตือนสติ และเป็นที่สักการะบูชาของชาวเมือง ”

MDC-Myanmar-026

ช่วงที่ไปเขากำลัง ซ่อมแซมภาพที่มาเป็นไปของสถานที่แห่งนี้อยู่ เลยไม่ได้รูปภาพวาดมาเลย

MDC-Myanmar-027

สถานที่ต่อไปที่ไปกันต่อ คือ มหาเจดีย์ ( Mahazedi Pagoda ) ตรงทางเข้าจะมีจุดอธิษฐานชัยชนะของพระเจ้าบุเรงนอง คุณมาเอ บอกว่าก่อนที่พระเจ้าบุเรงนองจะออกรบจะมอนั่งสมาธิ และอธิษฐานในสถานที่แห่งนี้ก่อนออกรบเสมอ

MDC-Myanmar-028

ก่อนที่จะขึ้นไปด้านบนของ มหาเจดีย์ เราเข้าไปไหว้พระกันก่อนเลยก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังด้านบนของเจดีน์แห่งนี้

MDC-Myanmar-029

เป็นเจดีย์ใหญ่สูงเด่นตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง ฐานเป็นรูปทรงปิรามิดแปดเหลี่ยมใหญ่มาก ตัวเจดีมีลักษณะเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยมสีขาว ซ้อนกันสูงถึง 9 ชั้น ส่วนบนเป็นองค์เจดีย์ฐานทรงกลมสีทอง ประวัติเขาเล่าว่า พระเจ้าบุเรงนองสร้างไว้ เพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากศรีลังกา เป็นเจดีย์ใหญ่สูงเด่นตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง พระเจ้าบุเรงนองสร้างไว้ เพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากศรีลังกา

MDC-Myanmar-030

แค่เห็นบันไดเท่านั้น !!! ตอนแรกว่าจะไม่ขึ้นแต่พวกพี่บอกไหน ๆ ก็มาแล้วขึ้นไปข้างบนเจดีย์กัน ส่วนพวกแม่กับผู้สูงอายุ รออยู่ข้างล่างไป

MDC-Myanmar-031

ขึ้นไปช่วงบ่าย ๆ บอกเลยแดดร้อนพอสมควร แต่อากาศไม่ร้อนแบบบ้านเราเท่าไหร่ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว

MDC-Myanmar-032

หลังจากนันก่อนออกจากที่นี้ พอดีมันมีรถขายของเป็นของหวานแบบพม่า เราเลยจัดมากินกันหน่อย คือมันก็เหมือนกับขนมปังเย็นบ้านเรา เพียงแต่ที่นั้นใช้น้ำแข็งก้อนแทน ถ้วยละ 10 บาท

MDC-Myanmar-033

สถานที่ถัดไป นั่งรถไปไม่ไกลจากมหาเจดีย์ ก็คือที่นี้เลย พระราชวังบุเรงนอง ( Kambawzathardi Golden Palace )

พระราชวังบุเรงนอง น้อยคนนั้นที่จะไม่รู้จักพระเจ้าบุเรงนอง หรือ ผู้ชนะสิบทิศ เป็นแม่ทัพพม่าที่เก่งมากคนนึงตามประวัติศาสตร์ พระราชวังบุเรงนองตั้งอยู่ที่เมืองพะโค หรือชื่อเดิมคือ หงสาวดี โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ

ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง พระราชวังบุเรงนองได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของพวกยะไข่กับตองอู ทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

MDC-Myanmar-034

ในปี พ.ศ. 2533 มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม

MDC-Myanmar-035

ที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนอง หลังจากบูรณะใหม่ตามแบบของเดิม

MDC-Myanmar-036

แบบจำลองรถม้าพระที่นั่งของพระเจ้าบุเรงนองในสมัยนั้น

MDC-Myanmar-037

สุดท้ายของวันนี้แล้วที่เมืองหงสาวดี เรามากันที่ เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือที่เราเรียกว่าพระธาตุมุเตา ( Shwemawdaw Paya ) เดินทางไม่ไกลจากพระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง ประวัติของพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ใช้เป็นที่ทำพระราชพิธีเจาะพระกรรณของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เมื่อครั้งพระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ภายใต้วงล้อมของทหารมอญหลายหมื่นนายที่เป็นศัตรู แต่ก็ไม่อาจทำอะไรพระองค์ได้

เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้สามารถยึดพะโคเป็นราชธานีแห่งใหม่ได้สำเร็จ ในรัชกาลต่อมา คือ พระเจ้าบุเรงนองได้มีการสร้างฉัตรถวายเพิ่มเติมอีกหลายชั้น จนพระมหาธาตุสูงขึ้นอีกหลายเท่า และทรงถอดมณีที่ประดับยอดมงกุฎของพระองค์ถวายเป็นพุทธบูชาสูงสุด อีกทั้งกล่าวกันว่าก่อนที่พระองค์จะออกทำศึกคราใด จะทรงมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกครั้ง

MDC-Myanmar-038

เหมือนกันทุกที่ คือ ต้องเสียค่าถ่ายรูป ถ้าไม่เสียนี้จะดีมาก ๆ เลยและใครจะซื้อดอกไม้ ธูป เทียน ตรงทางเข้าพระธาตุมุเตา จะมีขายตลอดทางก่อนจะเข้าตัวองค์พระธาตุ

MDC-Myanmar-039

ในปัจจุบันจุดที่เชื่อว่าพระองค์ทำการสักการะก็ยังปรากฏอยู่ และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งยกทัพมาตีพะโคก็ได้เสด็จมานมัสการด้วย

MDC-Myanmar-041

MDC-Myanmar-040

ส่วนที่หักของพระธาตุ ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ จนพระมหาธาตุได้พังทลายลงมา หลังจากนั้นก็ได้มีการบูรณะ แต่ซากพระมหาธาตุองค์เดิมก็ได้มีการจัดแสดงไว้ในที่เดิม

MDC-Myanmar-042

และก็ปิดฉากการทัวร์เมืองหงสาวดี ต่อไปเราต้องไปนอนกันที่เมืองไจโท ระหว่างทางโรงเรียนที่พม่าเลิกเรียนพอดีเลยถ่ายมาดูเครื่องแบบนักเรียนของพม่า

MDC-Myanmar-043

พาหนะหลักที่ใช้ในการไปโรงเรียนก็เป็นจักรยานนั้นเอง เลิกเรียนปั่นกันออกมาเป็นร้อยคัน

MDC-Myanmar-044

การเดินทางคนขับรถเราบอกใช้เวลา ชม.กว่า ๆ ถึง 2 ชม.กว่าจะถึงที่เมืองไจโท ก็นะเดินทางทุกรอบฝนต้องตก แล้วมาทริปนี้ระหว่างทางก็ฝนตกหนักเหมือนเดิม ดีว่านั้งอยู่ในรถอย่างเดียว

MDC-Myanmar-045

พอถึงข้างหน้าเป็๋นสะพานข้ามแม่น้ำ คุณมาเอ ก็บอกว่าข้างหน้านี้คือแม่น้ำสะโตง ถ้าตามตำนานบ้านเรามีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จหลบหนีกองทัพพม่าของพระมหาอุปราชมังสามเกียด พระองค์ได้หลบหนีข้ามพ้นมาและได้แสดงวีรกรรมยิงพระแสงปืนข้ามลำน้ำสะโตง คือ ยิงปืนคาบศิลาจากอีกฝั่งของแม่น้ำถูกแม่ทัพพม่า ชื่อ สุรกรรมา เสียชีวิตคาคอช้าง เมื่อปี พ.ศ. 2127 ซึ่งต่อมาพระแสงปืนกระบอกนี้ได้ถูกขนามนามว่า “พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง”

MDC-Myanmar-046

นั่งรถหลับมาได้สักระยะจำได้ว่าประมาณ 6 โมงเย็นกว่า คุณมาเอ บอกว่าทานข้าวก่อนไหมข้างหน้ามีร้านอาหารใหญ่ กินตรงนี้ดีกว่าตรงที่ผมจองโรงแรมไว้แถวนั้นไม่ค่อยมีอะไรกิน ผมก็เลยบอก OK งั้นแวะกินข้าวก่อนเข้าโรงแรม

MDC-Myanmar-047

หน้าตากับข้าวมื้อเย็นนี้ ร้านนี้อาหารหร่อยเป็นบางอย่าง อย่างลูกชิ้นปลาผัดอันนั้น OK เลย

MDC-Myanmar-048

กินข้าวอะไรเสร็จกว่าจะเดินทางถึงโรงแรมก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว ส่วนตัวพวกผู้ใหญ่ก็ให้ขึ้นไปนอนเลย ส่วนผมก็มาคุยกับคนขับรถ กับ คุณมาเอ ว่าแผนพรุ่งนี้จะไปไหนก่อนอย่างไร จะได้ไปบอกบอกผู้ใหญ่ได้ถูก ส่วนโรงแรมนี้ผมจองจาก Agoda ครับคืนละประมาณพันกว่าบาท จำตัวเลขไม่ได้ ห้องสะอาดมาก อยู่ตรงข้ามกับจุดที่ต้องไปขึ้นรถที่จะต้องขึ้นไป พระธาตุอินทร์แขวน

MDC-Myanmar-049

รูปด้านหน้าโรงแรมที่พักมาถ่ายเอาตอนเช้าเพราะไปถึงมืดแล้ว ชื่อโรงแรมที่พักคือ Bawga Theiddhi Hotel

Final ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวของผมในตอนแรกในการเดินทางไปยังพม่านะครับ ผิดถูกยังไงก็ขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วยแล้วกัน ชอบเรื่องราวการเดินทางของผมคิดว่ามีประโยชน์กับการเดินทางของท่านก็ฝากกด Like กด Share หรือบอกต่อ ๆ กันไป หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของทางเราจะมีประโยชน์นะครับ
ติดตามตอนเรื่องราวการเดินทางวันที่ 2 ได้ที่นี้ : วันที่ 2 ของการเดินทาง ::: นั่งรถขึ้นเขาไปสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน :::


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...