Travel Myanmar 2013 : ทริปนี้มีแต่ไหว้พระที่พม่า

ไปพม่าทริปนี้มีแต่ไหว้พระ 3 – 6 October 2013

ทริปนี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งถ้าตามประวัติศาสตร์นั้นเป็นคู่รักคู่แค้นของเรามานาน แต่ปัจจุบันเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา ติดกับภาคเหนือของประเทศไทยนั้นคือ พม่า ( Myanmar ) ซึ่งการไปครั้งนี้เราไปเมืองหลวงเก่า ปัจจุบันก็ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของพม่านั้นคือ ย่างกุ้ง

กลุ่มที่ไปด้วยกันในครั้งนี้นับว่าใหญ่มากทีเดียวไปกันถึง 24 คน ( โอ้….. แม่เจ้าจะเยอะไปไหน ) บินตรงจาก กรุงเทพ ไปเลยด้วยสายการบิน Airasia ซื้อราคาโปรกันอีกแล้วครับท่าน ไปลงย่างกุ้งกันเลย ติดตามการเดินทางครั้งนี้กันได้เลย

+ ข้อมูลน่ารู้เตรียมตัวก่อนการเดินทาง

Visa Myanmar ( วีซ่า พม่า )

ณ ปัจจุบันที่ไปพม่านั้นเราต้องทำการขอวีซ่าก่อนนะครับ แบบไม่เร่งด่วนค่าทำต่อเล่ม 810 บาท แต่ผมไม่แน่ใจได้ยินมาว่าหลังรวมเป็น AEC แล้วเขาจะยกเลิกวีซ่าอันนี้ต้องตามข่าวสารกันอีกที แต่ตอนนี้ต้องทำนะครับ แต่ไปครั้งนี้ไปกัน 24 คน วิธีง่ายที่สุดจ้างครับ จ้างบริษัททัวร์ไปยื่นวีซ่าให้แทน บริษัทอะไรจำชื่อไม่ได้แล้ว ^^! มีแต่เบอร์ของคนที่ติดต่อทำพม่า ชื่อ คุณ แอ๊ด ครับเบอร์ 02 877 9690 ผมทำทั้งหมด 20 เล่ม เขาคิดค่าทำเล่มละ 200 บาท รวมค่าวีซ่า 1,010 บาท ใช้เพียงรูปถ่าย 2 ใบเท่านั้นเองที่เหลือเขาจัดการให้หมด

+ เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้

การเดินทางในครั้งนี้ วางแผนไว้ว่าวันแรกที่ออกนั้นเราได้ตั๋ว Airasia ออกจาก ดอนเมือง แต่เช้าเลย ไปถึงยังย่างกุ้ง 8 โมง ( เวลาพม่าช้ากว่าเราครึ่ง ชม. ) วันแรกเราก็จะไปยังกรุงหงสาวดี หรือชื่อใหม่คือ Bago เก็บวัดในนั้นให้หมด แล้วไปค้างคืนที่ ไจ้ก์ทิโย ทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน เช้าวันที่ 2 เราก็ขึ้นไปไหว้บนพระธาตุแต่เช้า ลงมาสาย ๆ ก็กลับเข้าไปยังย่างกุ้งถึงช่วงเย็น ๆ ก็แวะเที่ยวในย่างกุ้งแล้ค้างที่ย้างกุ้ง วันที่ 3 เดินทางไปยังเมืองสิเรียม เจดีย์เยเลพญา ที่อยู่กลางน้ำแล้วมาเก็บย่างกุ้งในช่วงบ่าย ส่วนวันสุดท้ายนั้นก็เก็บย่างกุ้งที่เหลือ ก่อนเดินทางกลับ แผนวางไว้แบบนี้

การเดินทางในพม่าในครั้งนี้อย่างที่ทราบกันว่า ประเทศเขายังพัฒนาล้าหลังกว่าเรา การคมนาคมหรือระบบรถสาธารณะอาจจะไม่สะดวกสบายนัก และประกอบไปด้วยไปกันเยอะ จึงหาทางเช่ารถตู้ในพม่าดีกว่าหลังจากหาข้อมูลใน Pantip มานานพอสมควร ถ้าเช่ากับคนพม่าต้องเขียน E mail โอนเงินไปมัดจำซึ่งมันก็ยุ่งยากพอสมควร เพราะผมต้องเช่ารถทั้งหมด 3 คันด้วยกัน ( เงินมันเยอะอยู่ )

จนสุดท้ายผมมาได้รถตู้เช่าจากในประเทศไทยนี้ละ ฮาาา คือรถตู้เที่ยวพม่าของ vanaungsoemoe ซึ่งโทรสอบถามเป็นภาษาไทยได้เลยง่ายมาก ผมก็ลองติดต่อไปคนที่ติดต่อด้วย คือ คุณปุ้ย เขาจะอยู่ฝั่งไทย ( แต่ทางแฟนเขาอยู่ที่พม่า ) ราคาที่ได้ก็พอกันกับที่พม่าเลยครับ แต่มันสะดวกตรงโอนเงินมัดจำนี้โอนเงินไทย ธนาคารในประเทศไทยเลย ส่วนที่เหลือเอาเงินไทยไปจ่ายที่โน้น ง่ายดีมากไม่ต้องไปแลกเงินให้เสียเวลา Website ของทางเขานะครับ http://www.vanaungsoemoe.com/

ตอนจองนั้นผมก็กลัวอยู่นะว่ารถจะเป็นแบบไหนก็ได้คุยกับ คุณปุ้ย เธอก็บอกว่ารถทางเขานั้นรับรองได้ว่าถึงจะไม่ใหม่เหมือนบ้านเราคือตัว Toyota Commuter ( รถตู้ที่วิ่งให้บริการในบ้านเรา ) แต่ทางเขาก็รถใหม่ แอร์เย็นรับรองได้ ผมเลยถ่ายรูปรถมาให้ดูเพื่อช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

คันนี้เป็นรถตู้จริงที่ผมได้ขึ้นมา OK นะครับรถสะอาดแล้วก็แอร์เย็นตลอดการเดินทางในครั้งนี้ ถือว่าเรื่องรถผมให้ผ่านนะครับ

การจองรถผมผมเช่าทั้งหมด 4 วัน เขาขอมัดจำคือวันแรกวันเดียว แล้วที่เหลือเอาเงินไทยไปจ่ายที่นั้นในวันสุดท้าย ส่วนค่าเช่านี้เฉพาะค่ารถพร้อมคนขับนะครับ ส่วนค่าน้ำมันกับค่าผ่านทาง ไปจ่ายกันเอง ( ก็ไม่ได้แพงมากผมหารกันแล้ว 4 วันคนไม่กี่บาท ) ก็จองทั้งหมด 3 คัน ทางคุณปุ้ย ก็ให้คนทางนั้นมาช่วยเหลือเราอีก 2 คน ในการช่วยประสานงานติดต่อทางนั้น คล้าย ๆ ไกด์นำเที่ยว แต่ผมขอใช้ว่าผู้ช่วยประสานงานดีกว่า เพราะเขายังมือใหม่อยู่ยังไม่ใช่ไกด์อาชีพ แต่เขาช่วยเหลือพวกผมได้มากทีเดียว ทั้งการติดต่อรถ การซื้อตั๋ว การสั่งอาหาร ผมถือว่า OK นะครับ อีกอย่างนิสัยดีด้วย คุยง่าย อยากได้อะไรบอกเลย เขาจะประสานงานกับคนขับให้ ขอให้บอก

ส่วนคนขับรถ ผู้ใหญ่ทางบ้านผมหลายท่านบอก OK เลยขับรถดี บริการดีมากไปไหนไปด้วย กางร่มให้เวลาผมถ่ายรูปแดดร้อน อะไรแบบนี้ เวลาผู้ใหญ่เขาก็จะเดินตามถือกระเป๋าให้ หรือซื้อของก็ช่วยถือให้ ได้ทริปไปเยอะกันเลยทีเดียว

อันนี้เป็นรูปทีมงานเขาที่มาดูแลกลุ่มเรานะครับ คนที่ประสานงานหรือไกด์ อยู่กับเราตลอดเลยคือ คุณมาเอ ( ผู้หญิงคนกลาง ) และคุณโกอู ( คนซ้ายมือมาเอในรูป ) ออ 2 คนนี้เป็นแฟนกันนะครับและฟังภาษาไทยและพูดไทยได้ครับ เพราะเขามาทำงานอยู่กรุงเทพเป็นสิบปี ก่อนจะกลับไปที่พม่า ช่วยเหลือเราอย่างดีทีเดียว ส่วนอีก 3 คน คือคนขับรถในครั้งนี้แต่ผมลืมชื่อเขาไป ! คนซ้ายในรูปพูดภาษาอังกฤษได้ดีทีเดียวครับ ก็ขอขอบคุณทั้งหมดที่ช่วยเหลือทริปไหว้พระของคุณนายแม่บ้านผมเป็นจริงในครั้งนี้

Yangon ( ย่างกุ้ง )

อดีตเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำย่างกุ้ง ห่างจากอ่าวเมาะตะมะ  ย่างกุ้งค่อนข้างจะด้อยพัฒนา จึงมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า มีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการลงทุนจากต่างชาติเข้ามา (จากประเทศสิงคโปร์และประเทศจีน) ตึกที่อยู่อาศัยหลายชั้น (ไต tai) หลายแห่งได้ถูกสร้างใหม่หรือปรับปรุงใหม่ อย่างไรก็ดี การปรับเมืองเข้าสู่ปัจจุบันจะเห็นชัดเจนเฉพาะในบริเวณกลางเมืองและชเวดากอง (Shwedagon) แถบชานเมืองตอนใต้ เช่น Thaketa Township ยังคงยากจนต่อไป ย่างกุ้งได้พยายามที่จะเก็บรักษาสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมที่ยังมีอยู่ ย่างกุ้งได้ถูกออกแบบใหม่เป็นตารางหมากรุก เมื่ออังกฤษได้ผนวกพม่าเข้าสู่อาณาจักรของตนเองในคริสต์ศตวรรษที่ 19

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

แผนที่สถานที่่ท่องเที่ยวในย่างกุ้งที่สำคัญ พอดีหยิบติดมือมาจากโรงแรม < ขยายใหญ่คลิกที่รูป >

ส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวในพม่านั้นจะเน้นไปที่วัดเป็นส่วนใหญ่ ส่วนตลาด Scott Market ก็คล้าย ๆ กับสวนจตุจักรบ้านเรา แต่เน้นขายที่พวกหยกเป็นส่วนมาก

ใครไปพม่าปลายปีนี้ก็จะไปเจอการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งครั้งที่ 27 นี้ พม่าเป็นเจ้าภาพ และย่างกุ้งเป็น 1 เมืองที่ถูกใช้ในการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งตอนนี้เห็นป้ายโปรโมตกันเต็มท้องถนนในย่างกุ้ง ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็น

สนามบินนานาชาติที่ย่างกุ้งนั้นมี Free WiFi นะครับ เห็นและ Connect ได้เลยแต่เนตสปีดเต่ามาก ๆ ถึงขั้นหลุดหลายครั้งถ้าเจอคนเยอะ ๆ เวลาที่พม่าจะช้ากว่าประเทศไทย ครึ่ง ชม. นะครับ

+ สถานที่ท่องเที่ยวในย่างกุ้ง

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ใครไปย่างกุ้งแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะมาแวะชมความงามอันใหญ่โตของ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ต้องบอกว่าสวยจริง ๆ เวลาตอนเย็นก่อนจะค่ำและเวลาเปิดไฟยามค่ำคืน ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทางเข้า ช่วงที่ไปเขาเก็บค่าเข้า 8 US แล้วนะครับ

วัดโบตะทาวน์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง และสถานที่แห่งนี้มีเทพศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยส่วนใหญ่มาสักการะขอพร คือ “เทพทันใจ” (นัตโบ ยี) ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนา ( เตรียมแบงค์ 20 จำนวน 2 ใบไปด้วย ใบนึงทำบุญ อีกใบนึงเอากลับมาติดตัวไว้ )

วัดพระนอนตาหวาน หรือ เจดีย์เจ๊าทัตจี ( Kyauk Htat Gyi )   ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่สุด  มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ

วัดกะบ่าเอ เจดีย์กาบาเอ เจดีย์ทรงกลมมีความสูงและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้เท่ากัน คือ 34 เมตร พระประทานภายในหล่อด้วยเงินบริสุทธิ์น้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม สร้างโดยนายอูนุนายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎกครั้งที่ 6 ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2497 – พ.ศ.2499 ที่สำคัญเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งพระธาตุของ พระสารีบุตรและพระโมคลานะ

วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี   เป็นวัดที่มีเจดีย์สวยแปลกตากว่าวัดอื่นในเขตเมืองย่างกุ้ง  เพราะเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างศิลปะในสมัยพุกาม และศิลปะในยุคต่างๆ ของพม่าไว้ด้วยกัน  ลักษณะเด่นคือเป็นเจดีย์ทรงปราสาทแปดเหลี่ยม กลางโถงเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานของพระเขี้ยวแก้วองค์จำลอง หรือพระทันตธาตุโดยบรรจุอยู่ในโถแก้ว  ซึ่งตั้งอยู่บนบุษบกสีทองรายรอบด้วยพระพุทธรูปสีทองปางต่างๆ

วัดพระหินขาว พระหินอ่อน(เจ้าดอจี) หรือ “Lawka Chantha Abaya Labamuni Buddha Image” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า  แกะสลักโดยช่างชาวเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งถือว่าเป็นช่างที่ฝีมือดีที่สุดของ พม่า

The great Sima เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎกของพม่า ในสมัยนั้นไทยได้ส่งพระราชาคณะชั้นสูงเข้าร่วมด้วย ซึ่งอยู่บริเวณวิทยาลัยสงฆ์ของพม่า ซึ่งสถานที่แห่งนี้ไม่ไกลจาก วัดกะบ่าเอ ( อยู่ด้านหลังวัดเดินถึงกันได้ )

ตลาดโบโจ๊ก ( Bogyoke Market ) หรือ “สก๊อตมาร์เก็ต” ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของพม่าความหลากหลายของสินค้าของฝากของที่ระลึกมากมายราคาถูก อาทิ อัญมณี ทับทิม ไพลิน หยก ไข่มุก เครื่องเงิน

สุสานทหารนานาชาติพม่า ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินเท่าไหร่ครับ ทางไปเมืองพะโค ( หงสาวดี ) มันเป็นทางผ่าน สามารถแวะได้ คล้ายกับที่กาญจนบุรี แต่ใหญ่กว่านะครับ

Kyaikto ( ไจทีโย )

ไจทีโย แขวนตั้งอยู่ที่เมืองไจโท (Kyaikto) อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขาพวงลวง เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต ที่นี้เป็นที่ตั้งของ พระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 180 กิโลเมตร โดยนั่งรถผ่านเมืองหงสาวดีมาสู่ คิมปูนแค้มป์ ( เชิงเขาไจ้เที่ยว ระยะทาง 170 กิโลเมตร )

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

พระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต

การนั่งรถขึ้นไปยัง พระธาตุอินทร์แขวน เส้นทางนั้นเราต้องไปเปลี่ยนรถที่เชิงตีนเขาทางขึ้น จะเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นไป เพราะรถเล็กไม่น่าจะขึ้นได้ตรงนี้ ใช้เวลาในการขึ้นไปประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชม. จนถึงบนยอดเขาซึ่งปัจจุบันนี้ การไปถึง พระธาตุอินทร์แขวน ไม่ต้องนั่งเสลี่ยงแล้ว เพราะรถไปจอดยังได้บนได้เลย เดินจากทางเข้าซึ่งเป็นตลาดไปยังตัวพระธาตุไม่ไกลครับ ประมาณ 10 นาทีเดินแบบเรื่อย ๆ ก็ถึงครับ

รูปซ้าย : สถานที่จอดรถเพื่อขึ้นไปยังพระธาตุอินทร์แขวน ต้องมาขึ้นรถตรงจุดนี้

รูปขวา : รถที่ขึ้นไปยังพระธาตุอินทร์แขวนจะเป็นลักษณะแบบนี้เลยครับ ส่วนค่าขึ้นคนละเท่าไหร่ ผมไม่แน่ใจเพราะตอนไปเราไปเยอะ เลยเหมาทั้งคัน ราคาเหมาต่อเที่ยวอยู่ที่ 210,000 จัต ( หารกันแล้วราคาพอ ๆ กับไปซื้อตั๋วขึ้นเอง ) แถมมีรถมารับหน้าโรงแรมเลยไม่ต้องไปเดินขึ้นที่ท่ารถ ตอนลงมารถก็มาจอดหน้าโรงแรมเลย

เส้นทางขึ้นเขานั้นค่อนข้างชันและถนนคดเคี้ยวเยอะอยู่นะครับ ใครที่เมารถง่ายแนะนำหาที่นั่งข้างหน้าเลย เพราะด้านหลังมันเป็นรถขนของเอาไม้พาดรถนั่งแล้ว กระเด้งมาก ( คล้ายนั่งรถไฟเหาะ ) ผมลองแล้วไปยืนด้านหลัง รู้สึกยืนแล้วดีกว่านั่ง ^^ แต่ต้องจับให้แน่นนะครับ ส่วนรถเขาขับขึ้นทุกวัน ปลอดภัยอยู่ในระดับนึงเขามีการจราจรไม่ให้รถสวนกันอยู่ครับ มีจุดหยุดรอรถสวน

รูปซ้าย : จุดจอดรถบนพระธาตุอินทร์แขวน เป็นทางเข้าด้านหน้าตลาดเลยครับ ระหว่างทางเดินไปพระธาตุมีของขายตลอดทาง

รูปขวา : ทางเดินไปพระธาตุอินทร์แขวน ไม่ต้องกลัวนะครับ คนเดินกันเยอะเดินไม่ไกล 10 นาทีก็ถึงตัวพระธาตุ มีของขายตลอดทาง และจะมีเด็กมาขอเงินด้วย ถ้าให้คนนึงแล้วระวังจะตามกันมาขออีกเพียบ !

Syriem ( สิเรียม )

สิเรียมเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง ซึ่งในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองท่าสำคัญในการเดินเรือของชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเมืองสิเรียมเป็นเมืองอุตสาหกรรม ชาวเมืองส่วนใหญ่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมันหรือไม่ก็เป็นลูกจ้างในโรงเบียร์ ประชากรส่วนมากเป็นชาวพม่าเชื้อชายอินเดีย เพราะในสมัยที่พม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ สิเรียมเป็นศูนย์กลางของเมืองท่าและยังเป็นแหล่งผลิตอาหารส่งสู่กรุงย่างกุ้ง และอังกฤษต้องเกณฑ์แรงงานอินดียมาทำนา แล้วพากันมาปักหลักทำมาหากินกันจนถึงปัจจุบนี้ ที่นี้จะเป็นที่ตั้งของ เจดีย์เยเลพญา หรือ เจดีย์กลางน้ำ

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

รูปซ้าย : การเดินทางเมืองสิเรียมอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที – 1 ชม. แล้วแต่สภาพการจราจรในย่างกุ้ง

รูปขวา : เมื่อไปถึงแล้วการข้ามไปเจดีย์กลางน้ำ นั้นคงหนีไม่พ้นที่จะต้องต่อเรือ ซึ่งตรงนั้นเราสามารถซื้อตั๋วเรือไปยังเจดีย์กลางน้ำ ได้เลยครับ ส่วนพวกดอกไม้ ธูปเทียน มีขายตั้งแต่ก่อนลงเรือเลยหาไม่ยากแน่นอน

เจดีย์เยเลพญา หรือ เจดีย์กลางน้ำ ตามตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยมีคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้างและยังได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำกว้างใหญ่เท่านั้น และเจดีย์แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่อง ไหว้พระขอพรทำธุระกิจทางการค้า

Bago ( หงสาวดี , พะโค )

หงสาวดีตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำพะโค เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 หลังจากที่พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เข้ามาทำพิธีเจาะพระกรรณที่ฐานพระธาตุมุเตาขณะที่ยังอยู่ในเขตของมอญอยู่ และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอูเดิมเมืองหงสาวดีเก่า(ยุคมอญ)อยู่บริเวณตะวันออกของพระธาตุมุเตา ต่อมาจึงย้ายและสร้างให้ใหญ่กว่าเดิมในยุคพม่า หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง เนื่องจากพระองค์ให้ทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ที่ชื่อ กัมโพชธานี ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงหลังศึกยุทธหัตถีแล้ว นัดจินหน่องได้ผูกมิตรกับเมืองยะไข่และอยุธยาเพื่อเข้าตีหงสาวดี แต่มหาเถรเสียมเพรียมได้ยุยงให้ตองอูไม่เข้ากับอยุธยา ดังนั้นเมื่อทัพตองอูมาถึงหงสาวดีก็ได้เข้าตีและล้อมเมืองเอาไว้ เมื่อทางหงสาวดีทราบข่าวว่าพระนเรศวรปราบทหารตามแนวชายแดนสำเร็จแล้วจึงเปิดประตูเมืองรับทัพตองอู พระเจ้านันทบุเรงมอบสิทธิ์ขาดในการบัญชาการทัพแก่นัดจินหน่องและเชิญพระเจ้านันทบุเรงไปประทับ ณ ตองอู เพื่อเตรียมรับทัพพระนเรศวร ตองอูได้กวาดต้อนพลเรือนและทรัพย์สินไปยังตองอู ทิ้งเมืองให้ยะไข่ปล้นและเผาเมือง ส่วนพระนเรศวรมาถึงหงสาวดีก็เหลือแต่เมืองที่ถูกเผาแล้ว พระนเรศวรจึงยกทัพไปตีตองอูต่อ เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นจุดจบของกรุงหงสาวดี

หลังจากนั้น ศูนย์กลางอำนาจของพม่าได้ย้ายไปยังอังวะ, อมรปุระ และมัณฑะเลย์ตามลำดับ จนถึงวันที่พม่าเสียเอกราชให้แก่อังกฤษ

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

+ สถานที่ท่องเที่ยวในพะโค ( หงสาวดี ) 

พระพุทธรูปไจ้ปุ่น (Kyaik Pun Buddha Images)  เป็นพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ 4 องค์ สูง 30 เมตร นั่งหันหน้า 4 ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม(หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ ได้แก่ พระโกนาคมน์(ทิศใต้) พระกกุสันธะ (ทิศตะวันออก)และพระกัสสปะ(ทิศตะวันตก)องค์หลังนี้ชำรุดผุพังไปมากจากแผ่นดินไหวในปี 1930 โดยแต่ละองค์หลังจะชนกัน สร้างโดยกษัตริย์หมาเซดี ในปี พ.ศ. 1476 ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ตำนานเล่าว่า มีพี่น้อง 4 สาวชาวมอญได้ร่วมใจกันสร้างพระพุทธรูปโดยได้ตั้งสัจจะอธิฐาน ว่าจะถือพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต หากผู้ใดแต่งงานพระพุทธรูปของผู้นั้นจะพังทลายลงมา

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shwethalyaung Buddha)เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของเมืองหงสาวดี รองจากพระมหาธาตุมุเตา และเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะ พ.ศ.1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน เล่าขานว่าเป็นพระรูปสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคืนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดเล่าขานตำนานว่า มีพระราชาองค์หนึ่งไม่ศรัทธาพุทธศาสนา ทรงลุ่มหลงบูชายักษ์ตนหนึ่งขนาดปั้นรูปไว้กราบไหว้ วันหนึ่งขณะที่พระราชาเสด็จประพาสป่าพร้อมพระโอรส และพระโอรสไปพบสาวชาวบ้านกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารก็เกิดความหลงรัก ถึงกับพากลับเข้าวัง แต่สาวเจ้าอันเชิญพระพุทธรูปไปบูชาในวังด้วย ทำให้พระราชากริ้วมาก ถึงขั้นสั่งให้ทหารจับพระโอรสและคนรักมัดรวมกันเพื่อจะประหาร

มหาเจดีย์ (Mahazedi) ประวัติเขาเล่าว่า พระเจ้าบุเรงนองสร้างไว้ เพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากศรีลังกา เป็นเจดีย์ใหญ่สูงเด่นตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง พระเจ้าบุเรงนองสร้างไว้ เพื่อบรรจุพระเขี้ยวแก้วที่ได้มาจากศรีลังกา ที่ผมต้องดั้นด้นมาที่ดูมหาเซดีนี้ก็เพราะว่า มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ลักษณะหน้าตาของมหาเซดีนี้ เหมือนกับ “เจดีย์ภูเขาทอง” ซึ่งพระเจ้าบุเรงนองสร้างไว้ที่กรุงศรีอยุธยาเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 มาก พอมาเห็นของจริงๆ ก็คล้ายๆนะครับ แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว และที่นี้ยังเป็น จุดอธิษฐานชัยชนะของพระเจ้าบุเรงนอง

พระราชวังบุเรงนอง (Bayinnaung palace) ซึ่งพระเจ้าบุเรงนอง เป็นผู้สร้างเมืองหงสาวดีให้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากโดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142

พระธาตุชเวมอดอว์ (Shwemawdaw pagoda) หรือพระธาตุมุเตา ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี มีความเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า นอกจากนี้มหาเจดีย์ชเวมอดอร์ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ค. พ.ศ. 2473 ได้ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ว่าด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ พวกเขาได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอร์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน

วัดไจ๊คะวาย อยู่ในเมืองหงสาวดี ห่างจากย่างกุ้งไปประมาณ 92 กม. วัดไจ้คะวาย ไม่ใช่วัดที่มีชื่อในเรื่องของเจดีย์หรือพระพุทธรูปองค์โตสูงใหญ่ แต่มีชื่อเสียงเพราะเป็นโรงเรียนที่สอนพระพุทธศาสนาเปรียญธรรมชั้นตรี โท และเอก อันโด่งดังของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนธรรมะที่นี่กันเป็นจำนวนมากนับพันรูป


+ Review การเดินทางในครั้งนี้

+ ตอนที่ 1 : วันแรกของการเดินทาง ::: เหินฟ้าสู่ย่างกุ้ง มุ่งหน้าสู่กรุงหงสาวดี :::

+ ตอนที่ 2 : วันที่ 2 ของการเดินทาง ::: นั่งรถขึ้นเขาไปสักการะ พระธาตุอินทร์แขวน :::

+ ตอนที่ 3 :

+ ตอนที่ 4 :

สุดท้ายนี้ทางเราคิดว่า ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ในการเดินทางไปยัง พม่า ได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลจากเรานะครับ


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...