Travel China 2013 : ไปยังเมือง Chongqing – Chengdu

บินไปดูแพนด้ากันดีกว่า 21 – 25 March 2013

ทริปนี้บุกไปจีนอีกครั้งกับเมืองใหม่ที่ยังไม่เคยไปนั้นคือ มหานครฉงชิ่ง ( Chongqing ) และ เมืองเฉิงตู ( Chengdu ) ไปยังศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าของจีนเรียกได้ว่าระดับ 4A ของเมืองจีน การเดินทางในครั้งนี้นอกจาก 2 เมืองนี้แล้วยังไปยังเมือง อู่หลง ซึ่งมีธรรมชาตที่เรียกว่าสวยงามมากระดับ 5A ของเมืองจีนอยู่นั้นคือ อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ ( Three Natural Bridges ) เราบินตรงไปยังนครฉงชิ่ง บินตรงเลยโดยสายการบิน Airasia ถึงนครฉงชิ่งเลย รอบนี้พาผู้ใหญ่ไปด้วยกันทั้งหมด 9 คน งานนี้ลุยขาลากกันอย่างเดียว ^^!

ข้อมูลน่ารู้เตรียมตัวก่อนการเดินทาง

Visa China

การเข้าจีนแผ่นดินใหญ่นั้นคนไทยต้องทำการขอวีซ่าก่อนเข้าออกยังประเทศจีน ยกเว้นเขตปกครองพิเศษฮ่องกง กับ มาเก๊า ไม่ต้องทำการขอวีซ่า แบบฟอร์มวีซ่า Click

เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้

การเดินทางในครั้งนี้เราจะบินลงไปยังนครฉงชิ่งก่อน แล้วไปต่อรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองเฉิงตู และพักที่เฉิงตู 1 คืน เช้าวันที่ 2 เราเดินทางไปยัง Panda Base ช่วงสายเดินทางกับมายัง ฉงชิ่ง นอนค้างที่ ฉงชิ่ง เช้าวันที่ 3 เดือนทางไป อู่หลง แล้วกลับมาค้างยัง ฉงชิ่ง วันที่ 4 เก็บตกเที่ยวในเมือง ฉงชิ่ง และหาซื้อขอฝาก เช้าวันที่ 5 ไม่ต้องทำอะไรเลย ตื่นมาไปสนามบินเลยเพราะเครื่องออก 12.00 น.

การเดินทางครั้งนี้ไปยังเมืองฉงชิ่งนั้น มีสายการบิน Airaisa บินตรงไปลงยังนครฉงชิ่ง Flight ออกเช้าสุดเลย 6 โมง 20 นาที ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชม. แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูง ( CRH ) ไปยังเมืองเฉิงตู และก็กลับมายังฉงชิ่ง ส่วนการไปยัง อู่หลง เนื่องจากเรามากับผู้ใหญ่หลายท่านกลัวจะต้องลำบากเราเลยทำการซื้อทัวร์ที่นั้นแบบ One Day Trip ไปยังเมืองอู่หลง

รูปซ้าย : สนามบินฉงชิ่งในส่วนอาคาร International นั้นอาคารจะเล็กมาก ใช้เวลาไม่นานในการเดินเข้าออก แต่ด้านในไม่ค่อยมีร้านขายของนะครับ

รูปขวา : สนามบินฉงชิ่งในส่วนอาคาร Domestic นั้นใหญ่กว่ามากทีเดียว และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ในส่วนอาคาร Domestic

ทางเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สนามบินฉงชิ่ง พอออกมาจากอาคารระหว่างประเทศ ให้เดินมาทางซ้ายมือเรื่อย ๆ จะเจออาคารภายในประเทศ ก็จะเห็นทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ด้านหน้าของอาคาร

การซื้อตั๋วรถไฟจาก ฉงชิ่ง ไปยัง เฉิงตู

การเดินทางระหว่างเมืองฉงชิ่งไปยังเมืองเฉิงตู นั้นง่ายมากทีเดียว ด้วยการเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงซึ่งวิ่งระหว่า 2 เมืองนี้ การซื้อตั๋วนั้นตอนนี้ถ้าชาวต่างชาติไปซื้อต้องทำการแสดง Passport ตอนซื้อตั๋วด้วย และตอนเข้าไปยังสถานี CRH ก็ต้องโชว์ Passport และตั๋วโดยสารที่เราซื้อ ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ให้เข้าไปได้เลย การซื้อตั๋ว CRH นั้นในการเดินทางไปยัง เฉิงตู รถไฟมีทั้งหมด 11 รอบด้วยกัน การไปนั้นเราต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานี Chongqing North ไปลงยังสถานี Chengdu East ค่าโดยสารเที่ยวละ 96.50 หยวน สามารถเช็กรอบขบวนรถไฟและเวลาการเดินทางได้จาก >> Click

อาคาร Ticket Hall ของสถานีรถไฟ Chongqing North ถ้ามาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน ให้มาลงสถานี Chongqing North Railway Station แล้วมาออก Exit 2 แต่จะบอกว่าคนเยอะมาก ๆ แถมคนขายตั๋วยังพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เท่าไหร่

ข้อมูลในตั๋วรถไฟความเร็วสูงหรือ CRH มาดูกันว่าในตั๋วมันหมายถึงอะไรบ้าง D5115 คือขบวนรถไฟความเร็วสูงขึ้นต้นด้วย D ขบวนที่ 5115 ออกจาก สถานีฉงชิ่ง นอร์ท ไปยัง สถานีเฉิงตู อีส , ต่อมา วันเวลาที่ซื้อตั๋วปี 2013เดือน 3 วันที่ 21 , รถไฟออกเวลา บ่าย 2 โมง 9 นาที , ตู้ขบวนที่ 6 ที่นั่งที่ 011 ราคาค่าตั๋ว 96.50 หยวน

หลังจากได้ตั๋วแล้วการไปขึ้นรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้นมันอยู่กันคนละอาคารกับที่ซื้อตั๋ว ให้ออกมาจากอาคาร Ticket Hall แล้วเดินไปทางซ้ายมือจะเจออาคาร CRH และการเข้าไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงนั้น ถ้าเป็นชาวต่างชาติแบบเรานั้นจะขอดูทั้งตั๋วและหนังสือเดินทางของเรา และทำการ Scan กระเป๋าทุกครั้ง ทุกสถานีที่ใช้บริการรถไฟ

การเดินทางด้วย CRH หรือรถไฟความเร็วสูงนั้นใช้เวลาในการเดินทางจากฉงชิ่งไปยังเฉิงตู หรือจาก เฉิงตูมายังฉงชิ่ง ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. กว่า ๆ

Chengdu ( เฉิงตู )

เป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหมินใจกลางมณฑล ประชากรเมืองเฉิงตูมีราว 10 ล้านคน จัดเป็นอันดับ 3 ของประเทศจีน เฉิงตู เป็นเมืองใหญ่ที่น่าท่องเที่ยวติดอันดับของจีน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่หลายแห่ง นอกจากศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์หมีแพนด้าแล้ว ยังเป็น เมืองสามก๊ก มีศาลเจ้าสามก๊กตั้งอยู่ สามก๊กเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมืองจีน

ในปัจจุบันเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ คำว่าเฉิงตูมีความหมายว่า ค่อย ๆ กลายเป็นเมือง เนื่องจากย้อนไปเมื่อราว 2,000 ปีที่แล้ว ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มีการจัดการชลประทานขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดเป็นประจำทุกปี เมื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ชาวนาชาวไร่เพาะปลูกได้ดี ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คนจึงเริ่มอพยพมาที่เมืองนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ชื่อว่าเฉิงตู

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

การเดินทางในเฉิงตูนั้นยังไม่ง่ายเท่าไหร่ เพราะมีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด 2 สาย ( ในปี 2012 ) ซึ่งสถานที่อย่างศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ยังต้องนั่งรถบัสหรือ Taxi ไป คาดว่าในอนาคตน่าจะขยายเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ( เพราะเห็นกำลังก่อสร้างขุดกันอยู่เยอะมากในตัวเมือง )

การซื้อตั๋ววิธีที่ง่ายที่สุดครับ เดินไปยังห้องจำหน่ายตั๋วง่ายที่สุดแล้วชี้ไปที่สถานีแล้วบอกว่ากี่คน

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินของเฉิงตูในปี 2013 ที่ผมใช้ในการเดินทางล่าสุดตอนนี้ < ขยายใหญ่คลิกที่รูป >

ถ้ามายังเมืองเฉิงตูสิ่งที่จะต้องไม่พลาดเลยนั้นคือการไปเยือนยัง Panda Base หรือ ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าของประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองเฉิงตูไปไม่ไกล นั่ง Taxi ไปประมาณ 40 นาที ( แล้วแต่การจราจรในเมือง ซึ่งคนขับ Taxi บอกว่าเฉิงตู รถติดเป็นอันดับ 3 ของเมืองจีน )

ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าที่เฉิงตู ถูกจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองจีนระดับ 4A ( มากสุดคือ 5A ) อัตราค่าเข้า ( ในปี 2012 ) ผู้ใหญ่ราคา 58 หยวน

Chongqing ( มหานครฉงชิ่ง )

มหานครฉงชิ่งเป็นเขตเทศบาลนคร หมายถึงเป็นเมืองที่บริหารโดยตรงจากรัฐบาลจีน เช่นเดียวกับ กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และไทจิน ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีพื้นที่ติดกับมณฑลหูเป่ย์ หูหนัน กุ้ยโจว ซื่อชวนและฉ่านซี ภายในตัวเมืองมีแม่น้ำไหลพาดผ่านหลายสายเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 8 ของจีน มีแม่น้ำ 2 สายที่สำคัญคือ แยงซีเกียง กะ จางหลือเจียง

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

การเดินทางในนครฉงชิ่งและเฉินตู ง่ายมากเลย เพราะระบบรถไฟฟ้าที่นั้นมีถือครอบคลุมในตัวเมืองใหญ่และสถานที่ท่องเที่ยว ( แต่คนอาจจะเยอะหน่อยนะครับเพราะเนื่องด้วยประชากรของเขามีเยอะ )

ไม่ต้องห่วงเลยว่ารถไฟฟ้าจะว่าง ต้องเพื่อเรื่องการโดนเบียดไว้ด้วยเพราะ ฉงชิ่ง นั้นถือได้ว่าเป็นนครใหญ่เมืองนึงในประเทศจีน

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินของเฉิงตูในปี 2013 ที่ผมใช้ในการเดินทางล่าสุดตอนนี้ < ขยายใหญ่คลิกที่รูป >

ในตัวเมืองฉงชิ่งเอง สำหรับที่ท่องเที่ยวนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถเดินได้ได้อย่างสะดวก

< รูปบน > ที่ทำการของรัฐบาล หรือศาลาประชาคมเมืองฉงชิ่ง ซึ่งมีความใหญ่โตมาก และทำการสร้างเลียนแบบหอเถียนถานที่ปักกิ่ง ลานด้านหน้าซึ่งกว้างใหญ่มากจะเป็นที่ชาวจีน นิยมมาทำกิจกรรมกันในยามเช้าและเย็น

< รูปบน > พิพิธภัณฑ์เมืองฉงชิ่ง ( China Three Gorges Museum Chongqing ) ใหญ่โตมาก ตั้งอยู่ตรงข้ามกับที่ทำการของรัฐบาล ด้านในแสดงความเป็นมาของเมืองฉงชิ่ง และวัตถุโบราณที่ค้นพบในเมืองมาจัดแสดงไว้ทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน

รูปซ้าย : ถนนคนเดิน  Ciqikou เป็นถนนที่สองข้างทางเป็นแบบอาคารจีนสมัยก่อน ส่วนมากของแถวนี้เหมาะแก่การซื้อไปเป็นของฝาก

รูปขวา : Hongyadong สร้างขึ้นมาริมแม่น้ำเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปกันที่นี้ และมีร้านอาหารหลายร้านในนี้ และร้านขายของ ตอนกลางคืนจะเปิดไฟสว่างสวยทีเดียว

< รูปบน > ยามค่ำคืน สามารถไปนั่งลองเรือชมเมืองได้นะครับ บนเรือจะมีให้เลือกหลายแบบ แบบนั่งล่องเฉย ๆ หรือแบบรวมกินข้าวด้วยนะครับ ล่องไประหว่าง 2 แม่น้ำหลักของเมือง แนะนำนะครับตั๋วให้ไปซื้อที่ท่าเรือเลยจะดีกว่า

< รูปบน > และสิ่งที่ต้องไม่พลาดถ้ามาฉงชิ่ง นั้นคือหม้อไฟเสฉวน ซึ่งไปลองกินแล้วจขอบอกว่าอร่อยกันเลยทีเดียว จะมีน้ำ 2 แบบนะครับ แบบเผ็ดกับไม่เผ็ด แบบเผ็ดต้องคนใจถึงเท่านั้นเพราะลิ้นท่านอาจจะชาได้ ( แต่อร่อยกว่าแบบไม่เผ็ด )

Wulong ( อู่หลง )

เมืองอู่หลง  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฉงชิ่ง เป็นเมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาโอบล้อมด้วยภูเขาสูง ทำให้เมืองนี้มีป่าไม้และพื้นที่สีเขียวเยอะและอากาศดี มีแม่น้ำอู่เจียงไหลตัดผ่านกลางเมือง เมืองอู่หลงอยู่ห่างจากเมืองฉงชิ่งประมาณ 130 กิโลเมตร ถนนเป็นทางด่วนพิเศษตลอดเส้นทางถึงเมืองอู่หลง

อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า-สะพานสวรรค์ (มรดกโลก) แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแหล่งใหม่ล่าสุดที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี ค.ศ. 2007 อุทยานหลุมฟ้า สะพานสวรรค์แห่งนี้เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกกลายเป็นหลุมธรรมชาติขนาดใหญ่ ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของกลุ่มสะพานสวรรค์ (กลุ่มสะพานหินธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย) ซึ่งประกอบด้วย 3 สะพาน แห่งแรก คือสะพานมังกรสวรรค์ ลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ เมื่อมองทะลุออกไปคล้ายกับสะพานเชื่อมสวรรค์กับโลกมนุษย์, สะพานแห่งที่สอง สะพานมังกรเขียว ลักษณะเป็นหน้าผาทิ่มแทงไปในท้องฟ้า และสะพานแห่งที่สาม หรือ สะพานมังกรดำ ลักษณะเป็นโตรกหน้าผาอยู่ในส่วนที่แคบที่สุด แสงผ่านเข้าไปน้อย ทำให้ดูค่อนข้างมืดดำ นอกจากนี้บริเวณหุบเหวด้านล่างยังเป็นที่ตั้งของ โรงเตี๊ยมโบราณ ที่เคยเป็นจุดแวะพักแรมยามค่ำคืนของคนเดินทางในสมัยโบราณที่ใช้เป็นเส้นทางลัดจากมณฑลเสฉวนไปมณฑลเหอหนาน นอกจากนี้ยังเคยใช้เป็นฉากสำคัญของภาพยนตร์จีน เรื่องศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ของผู้กำกับชื่อดัง จาง อวี้ โหมว โดยมี 3 นักแสดงชั้นนำ คือ โจว เหวิน ฟะ, เจย์ โชว์ และกงลี่

การเดินทางมาอู่หลงนั้นมีได้ 2 ทางคือรถบัสจากเมืองฉงชิ่ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. มาลงในตัวเมืองอู่หลง ส่วนอีกทางนั้นคือทางรถไฟ แต่ทางนี้ไม่ขอแนะนำเพราะตัวสถานีรถไฟนั้นไม่ได้อยู่ในใจกลางเมืองอู่หลง ซึ่งจะเดินทางลำบากในการต่อรถไปยัง Wulong Karst

< รูปบน > อาคาร Wulong Karst ถ้ามาเองจากเมืองฉงชิ่ง เราต้องต่อรถมายังอาคารปิรามิดหลังนี้ ถ้ามา Taxi ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการต่อราคาของแต่ละคน เพราะส่วนใหญ่เขาจะไม่เปิดมิเตอร์ ส่วนการไปในครั้งนี้ผมได้ซื้อทัวร์ท้องถิ่นที่โรงแรมเลย เพื่อสะดวกในการเดินทางนั่งรถบัสถึงเลย รวมค่าเข้า และค่าอาหารกลางวัน

< รูปบน > โรงเตี้ยมเก่าถูกสร้างมานานแล้วในที่แหง่นี้ และ เป็นฉากสำคัญของภาพยนตร์จีน เรื่องศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ( Curse of The Golden flowers ) ของผู้กำกับชื่อดัง จาง อวี้ โหมว โดยมี 3 นักแสดงชั้นนำ คือ โจว เหวิน ฟะ, เจย์ โชว์ และกงลี่

ตอนที่ 1 : 2013 ++ ไปกันแบบมึน ๆ ฉงชิ่ง – เฉิงตู – อู่หลง ตอนที่ 1 ในที่สุดก็ถึงเฉินตู ++

ตอนที่ 2 : 2013 ++ ไปกันแบบมึน ๆ ฉงชิ่ง – เฉิงตู – อู่หลง ตอนที่ 2 ไปเยี่ยมหมีแพนด้า ++ 

ตอนที่ 3 : 2013 ++ ไปกันแบบมึน ๆ ฉงชิ่ง – เฉิงตู – อู่หลง ตอนที่ 3 อู่หลง มันหนาวมาก ++  

ตอนที่ 4 :

สุดท้ายนี้ทางเราคิดว่า ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ในการเดินทางไปยังเมือง ฉงชิ่ง และ เฉิงตู นี้ได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลจากเรานะครับ

M Y D E S I G N – C L U B . N E T < T H A I L A N D >

Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...