ตอนที่ 2 : ออกเดินทางตามหา ดร. ซุนยัดเซ็น และปฏิบัติการตามล่าหาแพะ

Travel 13 March 2010

guangzhou-028

     กริ้งงงงงงงงงงง เสียงโทรศัพท์มือถือผมปลุกแล้วตอนนี้ 6 โมงครึ่ง ตามเวลาเมืองกวางโจว ถ้าบ้านเราตอนนี้ก็ตี 5 ครึ่ง แม่ผมก็ตื่นเรียบร้อยทำการอาบน้ำก่อนผม ผมก็นอนต่ออีกสักหน่อย อิอิ จนแม่เสร็จก็ถึงคิวผมอาบน้ำแล้วผมก็อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เดินไปยังห้องเพื่อนตี๋ เจอกุ้งบอกว่ายังไม่เสร็จเลยพี่แอร์ อ๋อ OK นั้นเดี๋ยวเจอกันข้างล่างนะ ผมก็บอกกุ้งไป แม่ผมยังแต่งตัวไม่เสร็จ ผมเลยเดินลงไปสำรวจยังด้านหน้าของโรงแรม โห ! คนเยอะมากขอบอกเพราะโรงแรมเรามันตรงกับทางออกของสถานีรถไฟ ไม่รู้ชาวจีนมาจากไหนเยอะแยะไปหมด ผมเลยเดินไปดูป้ายเวลาการเดินรถของ CRH คือรถไฟในเมืองจีน ผมก็ดูตารางเวลารถไฟความเร็วสูงหรือหัวกระสุนของจีนไปยังเมืองเซินเจิ้น เพราะว่าจะไปเที่ยววันนึง โอ้ .. ออกถี่ยิ่งกว่ารถเมล์บ้านเราอีกมีทุก 15 นาทียกเว้นตอนเที่ยงที่ห่างกัน 1 ชม. แล้วผมก็เดินไปหาทางลงรถไฟฟ้าใต้ดิน ไปจีนถ้าไปถามทางรถไฟฟ้าใต้ดินถาม Subway ไม่รู้จัก Metro ก็ไม่รู้ จำให้ขึ้นใจเลยให้ถามว่า ” ตี๋เถี๋ย ” เท่านั้นละชาวจีนทั้งหลายชี้ทางให้ถูกเลย ทางลงที่ใกล้โรงแรมผมเป็นทาง Exit D ผมก็เดินลงไปข้างล่างคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ ไปยืนดูตู้ซื้อตั๋วแต่แล้ว งง เล็กน้อยเคยอ่าน Review พี่วุฒิกับเคท ว่าให้ซื้อบัตรที่เรียกว่า Yang Cheng Tong ผมเลยเดินไปซื้อ พูดชื่อบัตรตามนี้เลยคนขายก็ย้อนกลับมาว่า ” หยางเชินธง ” ผมก็พนักหน้าแล้วชู 4 นิ้ว เขาก็หยิบมาให้ 4 ใบแล้วให้ดูเงิน บัตรนี้ราคาซื้อ 80 หยวนมีเงินให้เดินทาง 50 หยวน และอีก 30 หยวนเป็นค่ามัดจำบัตรพอเราเอาบัตรคืนจะได้เงิน 30 หยวนคืนพร้อมกับเงินที่ใช้หม่หมดคืนให้ สะดวกดีครับเพราะที่กวางโจวนั้นรถไฟฟ้าใต้ดินเดินทางครอบคลุมทั้งเมืองสะดวกสะบายมากในการเดินทาง ผมก็ซื้อเสร็จ 4 ใบเอาไปให้ ตี๋กับกุ้ง 2 ใบแล้วบอกว่าลงไปกินข้าวข้างล่างนะร้านที่เป็นรูป บรูซลี ( ไม่รู้ชื่อร่านอะไรแต่เป็น Fastfood ของจีน ) ผมก็พาแม่ลงไปกินกันตอนเช้านี้เป็นเส้นหมี่ร้อน ๆ กับกระดูกหมูราคาชุดละ 9 หยวนผมกับแม่กินกันคนละชาม แล้วตี๋กับกุ้งก็ลงมากินมั้ง ผมกินเสร็จตอนนี้จะ 8 โมงครึ่งแล้วถึงเวลาที่เราจะเดินทางแล้วนั้นคือ จุดหมายแรกของเราในวันนี้คือ อนุสาวรีย์ ดร. ซุนยัดเซ็น ผู้ปฏิวัติการปรกครองของชาวจีน

guangzhou-029

     การเดินทางของเราไป อนุสาวรีย์ ดร. ซุนยัดเซ็นนั้น เราใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีเหลืองต้นสายตรงโรงแรมเราเลยครับ ที่นี้เวลาลงไปใช้รถไฟฟ้าใต้ดินดูจากสีของแผงป้ายด้านบนจะเป็นสีตามรถไฟฟ้า แล้วก็ดูลูกศรเอาว่ามันวิ่งไปทางไหนแค่นี้เองไม่หลงแน่ เราก็ขึ้นไปบนรถไฟฟ้าใต้ดินภายในรถด้านบนรถตรงประตูนะครับ จะมีไฟบอกว่าตอนนี้รถวิ่งถึงไหนแล้วถ้าเป็นไฟสีเขียววิ่งแสดงว่ารถกำลังวิ่งอยู่ ถ้าเป็นกระพริบสีเหลืองที่สถานีไหนแสดงว่ากำลังจะจอดสถานีนั้น ส่วนสีแดงคือสถานีที่วิ่งผ่านมาแล้ว ( บ้านเราไม่มีระบบไฟบอกตำแหน่งแบบนี้บ้างนะ ) นอกจากนั้นยังมีประกาศเวลาถึงสถานีทั้งหมด 3 ภาษาเราไม่ต้องกลัวลงไม่ถูกครับมีภาษาอังกฤษด้วย เรานั่งสายสีเหลืองไปลงสถานี Gongyuanqian เพื่อไปเปลี่ยนสายสีเหลืองไปเป็นสายสีน้ำเงิน แล้วไปลงยังจุดหมายปลายทางของเราคือสถานี Sun Yat-Sen Memorial Hall เราลงสถานีนี้ขอบอกทางออกในจีนเยอะมาก ถ้าเราจะออกไปยัง อนุสาวรีย์ ดร. ซุนยัดเซ็น ให้ออก Exit C นะครับ ถ้าให้ชัวร์อีกไปดูในแผนที่สถานีจะมีรูปเป็น 3 มิติบอกว่าถ้าออกตรงนี้แถวนั้นจะมีอะไรบ้าง ไม่หลงแน่นอนถ้าดูเป็น อิอิ

guangzhou-030

     แล้วเราก็ขึ้นมาจากสถานีข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว อนุสาวรีย์ ดร. ซุนยัดเซ็น ค่าเข้าชมทั้งข้างนอกและข้างใน 10 หยวนครับ วันนี้ฟ้าไม่เปิดออกรูปเลยไม่ค่อยแจ่มเท่าไหร่ พอเราเดินเข้าไปขอบอกว่า อลังการใหญ่โตมากกับอนุสาวรีย์ ดร. ซุนยัดเซ็น มีรถบัสมาจอดหลายคันแล้วเราก็ได้ยินว่า ” มาถ่ายรูปหมู่กันหน่อยคะ ” อะทัวร์ไทยทั้งนั้นที่มาวันนี้ 555+ เราก็เลยแอบไปฟังไกด์เขาอธิบายความเป็นมาเลย อิอิ ด้านนอกจะเป็นสวนและรูปปั้นของ ดร. ซุนยัดเซ็น เราก็ถ่ายรูปกันสักหน่อย คนเยอะพอสมควร ทัวร์ที่มาเป็นของผู้ค้าโตโยต้า มากันเยอะมาก

guangzhou-031

รูปซ้ายมือ : แม่เรากับเพื่อนกุ้งเพื่อนตี๋ ถ่ายรูปด้านหน้าหอประชุม ดร. ซุนยัดเซ็น

รูปขวามือ : รูปด้านหน้ารูปปั้น ดร. ซุนยัดเซ็น และหอประชุม ( ภาพมุมบังคับที่ใครมาต้องถ่ายไป )

เราใช้เวลาถ่ายรูปสักพักเราก็เดินเข้าไปยังห้องประชุมภายใน ห้องประชุมภายในเข้าไปด้านในตรงทางเข้าจะเป็นที่วางรูปปั้นครึ่งตัวของ ดร. ซุนยัดเซ็น ให้เคารพสักการะแล้วเราเดินไปตามทางจะมีประวัติของท่านและเหตุการณ์บ้านเมืองในยุคการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง เรามาดูประวัติ ดร. ซุนยัดเซ็น กันนิดนึงว่าเขาคือใครและทำอะไรให้ชาวจีน

ซุนยัดเซ็น หรือในภาษาจีนกลางเรียกว่า ซุนจงซาน (Sun Zhong Shan) เกิดในปี ค.ศ. 1866-1925เป็นคนก่วงตงเซี่ยงซาน เดิมมีชื่อว่า ซุนเหวิน (sun wen) ต่อมาเรียกว่า ซุนอี้เซียน (sun yi xian) ซึ่งเมือแปลแล้วจะมีความหมายว่า”เทพเจ้าอิสระ” และเมืออายุได้ 33 จึงได้เริ่มใช้ชื่อว่า ซุนยัดเซ็น

     ซุนยัดเซ็นมีลักษณะนิสัยเหมือนกับมารดา คือเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยชอบพูดจา เป็นคนฉลาดมาตั้งแต่เด็ก ชอบซื้อหนังสือ อ่านหนังสือเป็นพิเศษ โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ ปรัชญา แล้วยังชอบที่จะอ่านแผนที่อีกด้วย ตั้งแต่ตัวท่านไม่ค่อยพูดเกี่ยวกับความสนใจเท่าใดนัก และไม่ชอบฟังเพลง ทางด้านการทานอาหาร ท่านชอบทานผักเนื้อปลา ไม่ชอบทานเปรี้ยวและเผ็ด ผลไม้ที่ท่านชอบที่สุดคือส้มและสัปปะรด

     ช่วงในวัยรุ่นนั้น ท่านเรียนด้านการแพทย์ หลังจากนั้นก็ไปเป็นหมอที่ มาเก๊า กวางโจว แต่ทว่าเขาคิดว่าไม่ใช่เพียงร่างกายคนเท่านั้นที่ต้องการการรักษา แต่เรายังต้องรักษาความคิดและจิตใจของคนอีกด้วย ซึ่งประเทศจีนตอนนั้นก็เปรียบเสมือนคนป่วยคนนึง ดังนั้นท่านจึงพยายามที่จะรักษาประเทศของท่านเองด้วยวัยเพียง 8 ปี ท่านได้เขียนจดหมายถึงรัฐบาลจีน เพื่อขอร้องให้พวกเขาทำการปฏิรูป แต่รัฐบาลชิงไม่สนใจความคิดและความปรารถนาของผู้คน ดังนั้นในปีเดียวกันท่านและสหายของท่านได้ก่อนนั้นองค์การจัดตั้งการปฏิรูปขึ้นมา และตั้งแต่นั้นมาซุนยัดเซ็นก็ได้เริ่มชีวิตที่เปลี่ยนไป ท่านได้ทำการต่อสู้กับรัฐบาลชิง โดยหวังว่าประเทศจีนจะสามารถกลายเป็นประเทศที่เป็นอิสระ เสมอภาค และมั่นคง

     ปี ค.ศ. 1911 ด้วยความพยายามของซุนยัดเซ็นและสหายทำให้พวกเขาได้รับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ในที่สุดการปกครองภายใต้รัฐบาลชิงก็ได้สิ้นสุดลง ปี ค.ศ. 1912 ซุนยัดเซ็นได้เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว โดยเขาได้กำหนดกฎหมายและข้อห้ามสามสิบกว่าชนิดขึ้นมา เช่น ห้ามการซื้อขายมนุษย์ ขอร้องให้คนทั้งหมดตัดเปีย เป็นต้น

ท่านซุนยัดเซ็นถือเป็นผู้นำที่ทำให้การปกครองสมัยเก่า (แบบฮ่องเต้)ซึ่งมีมายาวนานหลายพันปีได้สิ้นสุดลง และท่านได้เสียชีวิตลงด้วยอายุ 59 ปี

เอาละทราบประวัติกันแล้วตามมาเที่ยวต่อครับ ผมกับแม่และเพื่อนก็เดินเข้าไปข้างในยังหอประชุมใหญ่มาก เป็นห้องประชุมที่ออกแบบมาโดยไม่มีเสากลางห้องประชุมดูแล้วอลังการ แต่เสียอย่างวันที่ไปไม่เปิดไฟไม่งั้นภาพจะสวยกว่านี้เยอะ

guangzhou-032

     ด้านในหอประชุมจะมีเวทีอยู่ด้านหน้า แล้วข้างบนจะมีแผ่นหินอ่อนสลักคำสอนของ ดร. ซุนยัดเซ็น ไว้เราก็ขึ้นถ่ายรูปมา อิอิ ข้างในนี้ออกแบบไม่ว่าโคมไฟหรือประตูเป็นแบบจีนทั้งนั้น แล้วที่สำคัญห้องน้ำข้างในนี้สะอาดมาก เราก็ใช้เวลาตรงนี้ตอนนี้ 10 โมงกว่า ๆ ละเราต้องเดินทางไปยังจุดต่อไปของเรานั้นคือไปออกตามล่าหาแพะ ที่สวนเยว่ซิ่ว เพื่อตี๋ก็ถามสาวน้อยข้างหน้าเลย ว่าไปทางไหนเพราะเขาบอกกันมาว่ามันอยู่ติดกันเลยไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปก็ได้เดินเอา เราเลยถามทางเขาก็บอกว่าให้เดินออกทางเดิม คือทางที่เราเข้ามาแล้วเลี้ยวขวา จะเจอสี่แยกแล้วเลี้ยวขวาข้ามถนนไปจะเจอ ตำรวจยืนอยู่แถวนั้นจะมีป้ายทางเข้าเลย อ๋อ เราก็ OK แล้วก็ขอบคุณเข้าไป แล้วเราก็เริ่มออกเดินทางต่อ ตอนออกไปจะมีอาคารอยู่อาคารหนึ่งตรงทางเข้าเรายังไม่ได้เข้าไป ด้านหน้ามีป้ายโปรโมทเอเชี่ยนเกมส์อยู่ด้วย

guangzhou-033

วันที่ผมไปนั้นเหลือเวลา 244 วัน 13 ชม. 35 นาที 36 วินาที จะถึงวันเปิดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ เราเลยเข้าไปดูด้านในบ้างมีอะไร ด้านในจะเป็นร้านขายของที่ระลึกของที่นี้และของกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ น่ารักดีกับเจ้าแพะ 5 ตัวแต่ซื้อที่นี้ราคาไม่ถูกแน่เราเลยเดินดูเฉย ๆ แล้วเดินออกมาไปยังจุดหมายที่ 2 ของเรา เดินตามเขาบอกนั้นละแล้วเราก็เดินถามทางเข้าไปเรื่อย ถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ของจีนก็พอฟังภาษาอังกฤษได้อยู่แต่ถ้าเป็นคนแก่แล้ว พวกท่านก็จะไม่ค่อยเข้าใจแต่เขาก็พยายามบอกทางเรานะ แล้วเราก็เจอทางเข้าแล้วเจอตำรวจด้วยเลยถามตำรวจ แต่ตำรวจก็ฟังไม่ออก 555+ เราเลยเอารูปอนุสาวรีย์แพะ 5 ตัวให้เขาดู เขาก็พยักหน้าแล้วชี้มือให้เดินขึ้นไป เราก็ขอถ่ายรูปกับเขาไว้สัหน่อยแล้วเดินขึ้นไปบนเขา ขอบอกไกลมาก แต่คนจีนเดินกันเยอะเหมือนเขามาออกกำลังกายกันที่นี้ ผมเลยถามแม่ว่าไหวไหม แม่บอกสบาย 555+ แต่เพื่อนตี๋กับผมบอกเหนื่อยชิหาย อิอิ

guangzhou-034

     ถ้ามีคนถามว่าเดินในสวนจะหลงไหม ขอบอกเลยว่าไม่หลงดูป้ายเอา และมีป้ายที่เป็นรูปด้วยแผนที่จะบอกเลยว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน แล้วเราจะเดินทางไหนก็เอากล้องถ่ายรูปมันซะเลย แล้วเดินตามนั้นเราก็เดินไปตามป้ายบอกนั้นละครับ ในสวนนี้มีความร่มเย็นมีต้นไม้เยอะแล้วมีชาวจีนมาออกกำลังกายเยอะมาก ( อยากให้คน กทม. เอาแบบนี้มั้ง ) เราก็เดินผ่านวงตรงที่เขาเต้นลีลาสกัน ดูเขามีความสุขกันจังแล้วเราก็เดินถึงทางขึ้นไปเจอกับ 5 แพะแล้ว 555+ เดินเอาเหนื่อยเลย คนเยอะเหมือนกันตรงทางขึ้นจะมีป้ายบอกเลยว่าถึงแล้ว เพื่อนตี๋เราเลยขอถ่ายรูป Present สักหน่อยว่าเรามาถึงแล้ว อีกด้านนึงจะเป็นหินขนาดใหญ่มีอักษรจีนอยู่แต่อ่านไม่ออกว่าเขาว่าอะไร แล้วเราก็เดินขึ้นไปหา 5 แพะกันเลย เดินต่ออีกหน่อย อิอิ เราก็ถึงข้างบนก็มีคนถ่ายรูปกันเยอะแยะมาก ๆ แล้วมีร้านขายของที่ระลึกด้วย เราเลยขอถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ 5 แพะกันหน่อย

guangzhou-035

รูปซ้ายมือ : อนุสารีย์ 5 แพะของกวางโจว เป็นเทพสัตว์ศักดิ์สิทธิของเมือง

รูปขวามือ : ทีมงานไปเที่ยวกันครั้งนี้ ไปกัน 4 คนเอง ฝากคนไทยแถวนั้นถ่ายให้

เอาละเราก็ถ่ายรูปกันสักพักก็จะไปยังจุดหมายต่อไปละ แต่เราต้องหาทางไปรถไฟฟ้าใต้ดินให้ได้สะก่อน เราก็เดินถามทางเขาถามง่าย ๆ เลยครับถามว่า ” ตี่เถี่ย ” เท่านั้นเขาก็ชี้ ๆ ทางให้เดินมาจนเราออกมาถนนใหญ่ออกมาทางไหนไม่รู้แต่มีป้ายชี้ทางรถไฟฟ้าใต้ดิอยู่เราก็เดินตามป้ายไปเลยครับ แล้วเราก็เจอสถานี Yuexiu Park เป็นสายสีน้ำเงินเราก็ลงไปเลย จุดหมายที่ 3 วันนี้คือ ” บ้านคหบดีตระกูลเฉิน ” ซึ่งต้องใช้รถไฟสายสีเหลืองไปครับ ตอนนี้เราอยู่สายสีน้ำเงินเราก็เดินทาง โดยจากสถานี Yuexiu Park เราไปลงสถานี Gongyuanqian เพื่อเปลี่ยนไปสายสีเหลืองอีกครั้ง แล้วไปลงยังสถานี Chen Clan Academy ออกทาง Exit C นะครับ พอขึ้นมา เขามีการปรับปรุงเมืองกันอยู่เดินระวัง ๆ กันหน่อยแล้วขึ้นมามองไปทางขวาจะเจอป้ายชี้ทางครับไปบ้าน คหบดีเฉิน เราเดินตามทางไปเลยครับจะเจอสวนใหญ่อยู่ข้างหน้าเราเลี้ยวซ้ายไป ก็จะเจอทางเข้าครับ ค่าเข้าชม 10 หยวน เหมือนกันแต่ใบค่าเข้านั้นเป็น Postcard ในตัวด้วย งานนี้ให้กุ้งไปซื้อตั๋ว จะได้เรื่องไหมนั้นเพื่อนเรา อิอิ แล้วกุ้งก็ซื้อมาได้ ตบมือให้หน่อย อิอิ

guangzhou-036

บัตรเข้าบ้านคหบดีเฉิน ราคา 10 หยวนเป็น Postcard ในตัว

ด้านหน้าตั๋ว

ticket-guangzhou-01

ด้านหลังตั๋ว

ticket-guangzhou-02

ทางเข้าด้านหน้าของบ้านคหบดีเฉิน จะมีรูปปั้นจีนอยู่ตามหลักของ ขงจื้อ ว่าด้วยหลักคำสอนการเป็นอยู่ของคนในสมัยนั้น เราก็เดินเข้ามาขอบอกว่าบ้าน ของตระกูลเก่าแก่ทางภาคใต้ของจีนนั้นใหญ่มากแล้วยังอนุรักษ์ไว้อย่างดีสวยงามมาก มีนักท่องเที่ยวมาเยอะทั้งชาวต่างชาติและชาวจีนเอง ข้างในก็จะแบ่งออกเป็นโซน ๆ เราก็เดินไปเรื่อยข้างหน้าทางเข้าจะเป็นประตูแกะสลักบ้านใหญ่ ภายในร่มรื่น ภายในนั้นสวยงามมากขอบอกใครมากวางโจว ต้องมาเที่ยวที่นี้นะครับ มาดูรูปภายในบ้านคหบดีเฉินกัน

guangzhou-037

นอกจากนั้นภายในบ้านจะมีการแสดงงานฝีมือของชาวจีนไว้ ทั้งการแกะสลักไม้ หยก และพวกภาพเขียน แต่ละอย่างนั้นสวย ๆ ทั้งนั้นเลย แต่ผมชอบอยู่อันหนึ่งจากไม้ท่อนนึง แกะออกมาสวยมากข้างในนั้นมีรูปปั่นจำลองว่าคนสมัยก่อนทำงานอะไรกันบ้าง และประวัติความเป็นมาของตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านแต่เราก็อ่านไม่ออก 555+ เอาละเรามาดูงานศิลป์ภายในบ้านคหบดีเฉินกัน ส่วนตัวแม่ผมชอบงานปัก แม่บอกสวยมาก

guangzhou-038

     เราก็เดินถ่ายรูปกันอีกสักพักใช้เวลาประมาณ ชม. กว่า ตอนนี้เวลาก็จะบ่าย 2 แล้วเราต้องไปหาอะไรกินสักหน่อยแล้ว เริ่มหิวแล้ว เราก็เดินออกจากบ้านคหบดีเฉินข้ามถนนไปจะเป็น ห้างคาร์ฟูร์ เราก็เลยถามแม่ว่ากินอะไรแม่บอกกินอะไรง่าย ๆ ลอง KFC ที่จีนหน่อยเป็นไง ได้เลยแม่เราเลยลองกินดูที่นี้ไม่มีให้เลือกแบบบ้านเราว่าเอาไก่แบบไหน แต่ในชุดใหญ่จะมีทั้งไก่ทอดและไก่เหมือนไก่ย่าง และมีข้าวโพดด้วยแล้วก็ขนมปัง เรากินกันอย่างรวดเร็วเหมือนหิวมากเลย อิอิ พอกินเสร็จเราก็เดินทางไปยังจุดหมายที่ 4 ของเรากันเลยนั้นคือถนนคนเดิน ” ซ่างเซี่ยจิ่วลู ( Shangxiajiu Lu ) ” และ ” วัดหัวหลินซื่อ ( Hualin Temple ) “ ซึ่งอยู่ใกล้กันเราเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินครับ ใช้สายสีเหลืองเส้นเดิมไปอีก 1 สถานีเท่านั้นไปลงสถานี Changshou Lu แล้วออก Exit D โผล่ขึ้นมาจะเป็นห้างใหญ่เราเดินข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวาเดินไป จะเจอเป็นซอยแหล่งขาย หยก ขอบอกเยอะมากแต่แม่บอกแพง 555+ เราเดินมาอีกนิดก็เจอวัด หัวหลินซื่อ

guangzhou-039

เราเข้าไปข้างใน โอ้ !! ควันเยอะมากเหมือนวัดเล่งเน่งยี่บ่านเราเลย จุดธูปกันซะจะร้องให้ เราเลยเข้าไปถ่ายรูปพระข้างในซึ่งเขาบอกว่าวัดนี้มีพระอรหันต์ทั้งหมด 500 องค์ด้วยกัน ( เยอะจริง ๆ ) และภายในวัดก็สวยงาม เราใช้เวลาสักพักนึงก็เดินออกจากวัดแล้วเดินไปทางขวามือ เจอแยกแล้วเลี้ยวขวาเราก็ได้ยินเสียงดังมาแต่ไกล โห…. คนเยอะมากเลย เราเดินมาถึงถนนคนเดิน ซ่างเซี่ยจิ่วลู แล้วคนเยอะมาก ๆๆๆๆๆ วัยรุ่นทั้งนั้นมาจากไหนกันเยอะแยะไปหมด ทางเดินผ่านเราเจอรถมารับเจ้าสาวแต่งงานด้วย แล้วเพื่อนเจ้าสาว วัยรุ่นจีนยุคใหม่แต่งกันสั้น ๆ ทั้งนั้น อิอิ เราเดินเข้าไปข้างในคนเยอะมาก เราหยุดตรางลานกว้าง ๆ นั้น กรีดดดด มีรูปสัญลักษณ์ของ เอเชี่ยนเกมส์ที่เป็นแพะ 5 ตัวน่ารักมาก กับเจ้าตัว เซี่ยงไฮ้ Expo ตัวสีฟ้ายืนเด่นอยู่กลางแยกขนาดใหญ่เลย เราเลยถ่ายรูปกันมาสักหน่อย

guangzhou-041

แล้วเราก็เดินหาของกินอีก 555+ คุณหญิงกุ้งหิวอีกแล้ว เดินไปซื้อคนที่กินกันเยอะไปซื้อที่คล้าย ๆ ทาโกยากิ แต่เป็นแบบจีนนะราคา 5 หยวนเองแล้วก็พวกขนมจีบไม้นึงมี 4 ลูก เขาขาย 2 ไม้ราคา 5 หยวนครับผมก็เลยซื้อกินดู แล้วก็แถวนั้นร้านขายเสื้อผ้าเยอะมาก ขายลดราคากันน่าดูแม่ผมกับเพื่อนทั้ง 2 ก็ Shopping กันเลยได้เสื้อหนาวกันมาราคา 39 หยวนต่อตัวถูกมากมาย แถวนั้นขายสู้กันไปเลยสู้ตายกันเรื่องราคาถูกกว่าบ้านเรา อิอิ ผมก็ปล่อยให้แม่กับเพื่อนซื้อกัน เดินซื้อกันไปเรื่อย ๆ เลยครับ

guangzhou-040

เสื้อผ้าแถวนั้นราคาอยู่ที่ 29 – 39 หยวนถ้าเป็นกางเกงก็ 49 – 59 หยวนครับ วัยรุ่นเยอะมากจนตอนนี้จะ 5 โมงเย็นแล้วเราเลยบอกเพื่อนตี๋ว่าเราต้องยังจุดหมายสุดท้ายของวันนี้แล้วคือไปดูโชว์การแสดง หุหุ เราก็เดินไปหาทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนเคยแต่ขาเดินกลับนี้ฝนตกนิดหน่อยแต่เดินได้ เราก็เดินไปลงรถไฟฟ้าสายสีเหลืองครับ เพราะตรงนั้นมันมีอยูสายเดียว อิอิ เราก็ขึ้นสายสีเหลืองมาลงสถานี Tiyu Xllu แล้วไปต่อเป็นสายสีส้ม โอ้แม่เจ้า !! สายสีส้มคนเยอะมากอย่างกะปลากระป๋องต้องแย่งกันขึ้นแต่เราก็ต้องไป สถานี Hanxi Changlong  ออก Exit E นะครับ โชว์จะเริ่มตอน ทุ่มครึ่งตอนนี้เรามาถึงสถานีปลายทาง 6 โมงนิด ๆ ละ เราเดินขึ้นมามีคนเยอะพอสมควรเราก็เดินข้ามถนนไปตรงคนเยอะ ๆ จะมีรถพาเข้าไปเป็นรถฟรีนะครับ เราก็รีบขึ้นรถครับเพราะเรายังไม่ได้กินอะไร แล้วเราก็ขึ้นรถไปมีทั้งชาวต่างชาติและชาวจีน ตรงที่เราไปดูโชว์นี้เขาเรียกว่า Chimelong

guangzhou-042

มีทั้งสวนสนุก , สวนน้ำขนาดยักษ์ , สวนสัตว์ , โรงแรมระดับ 5 ดาว แล้วก็ที่เราจะไปดูโชว์เรียกว่า Chimelong Internation Cirus เราขึ้นรถของที่นี้จะไปลงข้างหน้าเลยครับไปซื้อตั๋วกันตั๋วธรรมดาครับ 180 หยวนครับ นอกจากนั้นก็มีตั๋วหลายแบบแบบมากันทั้งครอบครัว , ตั๋วเด็ก คนเริ่มทยอยกันมาเยอะแล้วตอนนี้ อีก 20 นาที 1 ทุ่มแล้วเรารีบเข้าไปหาข้าวกินกันก่อนดีกว่า

บัตรเข้าชมครับราคา 180 หยวน

ticket-guangzhou-03     ticket-guangzhou-04

การเข้าไปข้างในนั้นทางประเทศจีน ถ้าสถานีที่มีคนเยอะ ๆ จะมีการตรวจเข้มมากขอค้นก่อนเข้าไปเพื่อความปลอดภัย ( บ้านเราน่าจะเอาอย่างบ้าง ) ผมก็เดินให้เขาตรวจผ่านเข้าไปจะเจอผู้หญิงใส่ชุดแดงน่ารักเลย ตรวจตั๋วอีกชั้นหนึ่ง แล้วเราก็เข้ามาด้านใน เราไปที่ร้านขายข้าวกันเลยราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่รับได้ คนกินเยอะมาก ๆ เราเดินเข้าคือไปเลือกอาหารก่อนแล้วเดินออกมาจ่ายเงิน เราก็กินกันเรียบร้อยอีก 10 นาทีก็จะถึงเวลาเริ่มการแสดงแล้วเราก็รีบไปเข้าห้องน้ำแล้วไปหาที่นั่งเนื่องจากในตั๋วนั้นถ้าตั๋วธรรมดา เลือกที่นั่งกันเองมาเร็วก็ได้ที่ดีหน่อยเราได้ด้านหน้าตรงปีกซ้ายของเวที พอถึงเวลาก็เริ่มแสดง อ๋อ ขอบอกที่จีนนี้ตรงตามเวลาทุกอย่างทั้งการแสดง เวลารถเข้าป้าย เวลารถไฟฟ้าใต้ดินถึงสถานี การแสดงนั้นมีหลายรูปแบบทั้งสนุก ฮา แล้วก็หวาดเสียวเต็มอิ่มเลยครับกับราคา 180 หยวน ในเวลาการแสดง 2 ชม.

guangzhou-043

เป็นการแสดงที่ประทับใจมาก พอจบแล้วผมบอกแม่ว่าไม่ต้องรีบหรอกคนมันเยอะ เราเลยเดินออกทีหลัง พออกไปแล้วข้างนอกมีแสดงโชว์มอเตอร์ไซต์วิ่งกันสามคันในกรงเหล็ก เก่งมากมาย แล้วเราก็เดินไปหาที่จอดรถบัสเพื่อออกไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เจ้าหน้าที่เขาบอกให้เราเดินไปรอด้านหน้าโรงแรม เราก็เดินไปขอบอกโรงแรมที่นี้อลังการมากใหญ่โตมากแล้วสวยด้วย มาคราวหน้าจะมาพัก อิอิ เรายืนรอรถประมาณ 20 นาทีก็มาแถมโดนชาวจีนแซงอีกแล้ว พี่แกไม่เคยต่อแถวกันเหรอไง แล้วเราก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินกลับมายังโรงแรมเลยครับ เพราะโรงแรมแรมเราอยู่ต้นสายของสายสีส้มกับสายสีเหลืองเลยนั่งสบายสุดสายเลย เราก็มาออก Exit D กันเหมือนเดิม แต่ตอนขาออกเจอนักเรียนเตรียมทหารจีนกำลังไปค่าย แต่เขาพกกะลังมังไปด้วยเขาเอาไปทำอะไรหว่า แล้วเราก็ขึ้นโรงแรมแล้วก็บอกเพื่อนตี๋กับกุ้งว่าพรุ่งนี้ 9 โมงเพระพรุ่งนี้เราจะไปน้ำตกจำลองที่แรกซึ่งอยู่ติดกับ โรงแรมเขาเปิดตอน 9 โมงไม่ต้องรีบตื่นเหมือนวันนี้ เพื่อนตี๋บอก OK ก็แยกย้ายกันขึ้นห้องแม่อาบน้ำเสร็จมีเอายามานวดขา 555+ สงสัยเดินเมื่อยแล้วผมก็อาบน้ำเตรียมตัวนอนแล้วครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้มาตามเที่ยวกันเราต่อนะครับ บับบาย

ติดตามตอนต่อไปได้ที่นี้ครับ >> ตอนที่ 3 : เดินเล่นเรื่อย ๆ แต่เอ้ย!! ทำไมแม่พาเข้าสถานีตำรวจซะงั้น

Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

− 1 = 2

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>