Travel China 2010 : Guangzhou Walk to Memorial Sun Yat-sen

ออกปฏิบัติการตามล่าหาห้าแพะ 12 – 15 Mar 2010

แล้วก็ได้เริ่มเวลาเที่ยวอีกแล้วของทริปต้นปี 2010 จองตั๋ว Airasia ตั้งแต่ปีที่แล้ว เที่ยวนี้มีไปกันทั้งหมด 4 คนด้วยกันผมแล้วก็แม่ แล้วเพื่อนผมอีก 2 คน ก็ขอขอบคุณ Airasia ที่ขายตั๋วให้เราในราคาที่ไม่แพงทำให้เรามีโอกาศไปเที่ยวในครั้งนี้ ก็เริ่มอ่านหาข้อมูลทั้งใน Pantip ห้อง Blueplanet แล้วก็ Hflight.net ก็ทำให้เตรียมตัวทำการบ้านเป็นอย่างดี และขอบคุณพี่ต้นแห่ง ESCO ที่คราวนี้รบกวนพี่เขาไปแลกงานร้านหลังการบินไทย ขอบคุณครับพี่ต้นเอาละมาเริ่มกันเลย

เที่ยวนี้จะบินวันศุกร์ที่ 12 แม่บอกดีจริง ๆ ไปวันที่เขานัดรวมพลกันของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เอาน่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป ผมก็ไปทำงานในช่วงเช้าแล้วลาช่วงบ่าย ส่วนแม่ผมนะเหรอ 555+ ลาทั้งวัน ก่อนหน้านี้ล่วงหน้าผมได้ทำการ Check in ผ่าน Web Check in ของ Airasia เรียบร้อยแล้วจะได้ Boarding Pass มาเลย เที่ยวครั้งนี้ใช้เวลา 4 วันด้วยกัน

พอจวนถึงเวลาเพื่อน “ปอ” ผมก็มาถึงบ้าน ฝากเพื่อนอยู่บ้านดูบ้านให้ครับเพื่อนสมัยเรียนมหาลัย แม่บอกปอแม่ฝากลดน้ำต้นไม้ด้วยนะ ( ห่วงต้นไม้มากมายแม่ตู ) แล้วก็ตอนนี้ 2 โมงละเพื่อนผมอีกคน นางเอ็มมี่เจ้าแม่สื่อขับรถมารับแล้ว งวดนี้มีเพื่อนไปส่งยันสนามบินเลยแบบว่า ขี้เกียจฟัง Taxi บ่นเรื่องการเมืองอุตสาห์จะหนีไปเที่ยว เพื่อนเอ็มไปส่งให้ถึงประตูตอนนั้นเวลาจะบ่าย 3 โมง แต่เปิดให้ Check in บ่าย 4 โมง แต่เราทำ Check in ผ่าน Internet มาแล้วไปเอากระเป๋า Load ลงเครื่องได้เลยที่ D19 แต่วันนี้ไม่เปิด เปิด D18 แทนแต่ก็สามารถ Load กระเป๋าได้เหมืิอนกัน พอผ่าน ตม. เรียบร้อยโทรถามเพื่อนตี๋ว่าอยู่ไหนแล้ว เพื่อนตี๋บอกอยู่ใน King Power แล้วงั้นเดี๋ยวเจอกันที่ Gate ละกัน เอาละครับจะเริ่มเรื่องกันเลย เที่ยวจีนครั้งนี้ผมทำ Review อยู่ 2 ที่นะครับที่หนึ่งอยู่ใน Web ผมนี้เองคือที่ีท่านอ่านอยู่อีกที่ คือห้อง Pantip ห้อง Bluepanet แต่ใน Web ผมจะละเอียดมานิดนึง อิอิ ตามมาดูเรื่องราวทริปนี้กันเลย

ข้อมูลน่ารู้เตรียมตัวก่อนการเดินทาง

Visa China

การเข้าจีนแผ่นดินใหญ่นั้นคนไทยต้องทำการขอวีซ่าก่อนเข้าออกยังประเทศจีน แบบฟอร์มวีซ่าจีน  >>Click<<

เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้

ในครั้งนี้ไปจีนครั้งแรก 4 วันด้วยกันก็ไปแค่ กวางโจว กับ เซินเจิ้น เท่านั้น การไปกวางโจวไปยังสายการบิน Airasia ซึ่งจะออกจากกรุงเทพในช่วงเย็น ๆ ค่ำประมาณ 6 โมงเย็นถึงทุ่มนึง และจะไปถึงกวางโจวประมาณ 5 ทุ่มกว่า ๆ หรืออย่างช้าเที่ยงคืน และการเดินทางไปเซินเจิ้นที่ง่ายที่สดคือทางรถไฟความเร็วสูงหรือ CRH นั้นเอง นี้คือเส้นทางการเดินทางง่าย ๆ ในครั้งนี้

รูปซ้าย : รถไฟความเร็วสูง CRH จาก กวางโจวไปยังเซินเจิ้น ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาทีโดยประมาณ

รูปขวา : รถบัสของสนามบินไปหยุ๋นเข้าตัวเมือง จะมีรถหลายสาย ไปจอดยังจุดต่าง ๆ เราควรเลือกโรงแรมใกล้ ๆ จุดจอดรถแถวนั้นเพื่อความสะดวก

Guangzhou ( กวางโจว , กวางเจา )

เมืองกว่างโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย

กว่างโจวแม้จะเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน แต่กว่างโจวยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในรูปสถานที่สำคัญต่าง ๆ ปัจจุบันกว่างโจวมีบทบาทเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจการค้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในภาคใต้ของจีน และยังได้รับสถานะเป็นหนึ่งในสามเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตโดยรวมมากที่สุดด้วย นอกจากนั้นยังมีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก ทันสมัย มีระบบรถไฟใต้ดินครอบคลุมเมืองชั้นในทั้งหมด รวมทั้งด้านภูมิอากาศ อาหาร การดำรงชีวิต ตลอดจนความเป็นอยู่ก็มีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย

กวางโจวมีชื่อเล่นว่าเมือง หยางเฉิน หรือแปลว่านครแพะ ซึ่งเล่าขานกันมาว่าสมัยก่อน ราชวงศ์โจวเทวดา 5 องค์ทรงแพะประทับบนก้อนเมฆหลากสี เสด็จมาเหนือท้องฟ้าทะเลจีนใต้ และประทานพรให้ดินแดนแห่งนี้มีผลผลิตอุดมสมบูรณ์ จากนั้นก็เสด็จหายไปคงเหลือไว้แต่เพียงแพะ 5 ตัว อันกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองกวางโจวมาถึงทุกวันนี้ โดยมีอนุสรณ์ หินสลักแพะ 5 ตัวอยู่ในสวนสาธารณะเยว่ซิ่ว

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

< รูปบน > สัญลักษณ์ของเมืองกวางโจวตามตำนาน คือ หินสลักแพะ 5 ตัวอยู่ในสวนสาธารณะเยว่ซิ่ว ใครมายังนครกวางโจวต้องมาถ่ายรูปตรงนี้ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงกวางโจว

< รูปบน > สนามบินนานาชาติ ของกวางโจว คือ สนามบินไป๋หยุน ( Baiyun Airport ) ซึ่งเป็นสนามบินใหญ่โตมากติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศจีน มีสายการบินมาต่อเครื่องที่นี้หลายสายการบินทั้ง ภายในและภายนอกประเทศ ฉะนั้นขอให้เพื่อเวลาในการเดินทางด้วย ถ้ามาจากกรุงเทพมาถึงที่นี้ 5 ทุ่มครึ่งไปแล้วกว่าจะผ่าน ตม. ได้ การเข้าเมืองรถบัสก็จะหมด มีทางเดียวคือต้องนั่ง Taxi เข้าเมืองสถานเดียว

การซื้อตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดินในกวางโจวนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าประชากรเขาเยอะ เวลาซื้อตั๋วรถกันทีนึงขนาดเครื่องขายตั๋วเขาเยอะกว่าบ้านเราแล้วนะ คนยังต่อแถวยาวมากและเป็น 2 เท่าในสถานีหลัก ๆ หรือสถานีที่เป็นศูนย์กลางทางการค้า ฉะนั้นผมขอแนะนำให้ไปซื้อบัตรที่เรียกว่า Yang Cheng Tong ( หยาง เฉิน ทง ) บัตรใบนี้เหมือนบัตรรถไฟฟ้าบ้านเราครับ ใบนึง 80 หยวน มัดจำ 30 หยวน มีเงินให้ใช้ในบัตร 50 หยวน สามารถใช้ได้หลายปีเลย ใช้ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือใช้แทนเงินสดใน 7-11 ก็ได้ สามารถซื้อได้ตามห้องจำหน่ายตั๋วในแต่ละสถานี ยกเว้ยตอนคืนบัตรนั้น คืนไม่ได้ทุกสถานีนะครับ คืนได้เป็นบางสถานี ( สถานีไหนบ้างผมจำไม่ได้แล้ว )

อัพเดต แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินของกวางโจวสุดตอนนี้ < ขยายใหญ่คลิกที่รูป >

การเดินทางไปเซินเจิ้นนั้นเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงระหว่าง กวางโจว-เซินเจิ้น ขึ้นที่สถานีที่กวางโจวซึ่งจะมีด้วยกัน 2 สถานีคือ Guangzhou Railway Station กับ Guangzhou East Railway Station ซึ่งตาดว่ากลุ่มเราจะไปขึ้นที่ Guangzhou East ( มีคนบอกว่า Guangzhou Railway คนเยอะมาก ) ช่วงที่ไปนั้นเมืองกำลังปรับปรุงเยอะมาก เพราะปลายปีนี้เมืองกวางโจวจะเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 

< รูปบน > ช่วงที่ไปนั้นเริ่มนับถอยหลังกันแล้วกับ Guangzhou 2010 Asian Games เหลืออีก 244 วัน

< รูปบน > สัตว์นำโชคในครั้งนี้เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก แพะห้าตัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกวางโจว

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

01. พิพิธภณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น ( Dr.Sun Yat Sen Memorial ) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร.ซุนยัดเซ็น ซึ่งถือว่าเป็นบิดาของคนจีนยุคใหม่เป็นผู้ที่มีพระคุณกับชาวจีนอย่างใหญ่หลวงเพราะเป็นผู้ที่ปลดปล่อยชาวจีน ให้รอดพ้นจากสังคมเดิมที่ล้าหลัง และระบบกษัตริย์ราชวงศ์ชิง

02. อนุสาวรีย์ 5 แพะ ( Five Goat Monument ) ตั้งอยู่ในบริเวณสวนเยว่ซิ่ว สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพเจ้าที่ดลบันดาลให้เมืองกวางโจวมีความเจริญอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรม และถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองกวางโจวมาจนปัจจุบันนี้

03. สวน เยว่ซิ่ว (Yue Xiu Gongyuan)เ ป็นสวนที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามยิ่ง เนื้อที่ประมาณ 92 ตารางกิโลเมตร ภายในสวนมีบริเวณแห่งความงามหลายแห่ง เช่น ภูเขา เยว่ซิ่วซาน ภูเขา อู่หยางซาน ตึก เจิ้น ไห่ โหลว เป็นต้น บนยอดเขาเยว่ซิ่วซาน มีอนุสรณ์สถานเป็น แท่งหินตั้งแท่งหนึ่ง ที่เชิงเขามีอนุสรณ์สถานที่เป็น โถงใหญ่โถงหนึ่ง ทั้งสองแห่งเป็นอนุสรณ์สถานของ ดร. ซุน จง ซาน ( ดร. ซุน ยัด เซ็น ) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 ปัจจุบัน ประชาชนมักจะใช้โถงใหญ่เป็นที่จัดการประชุม หรือจัดการแสดงต่าง ๆ

04. หนานเยว่หวางมู่ (Nan Yue Wang Mu) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกแบบได้ทันสมัย แปลกตา มีทั้งหมด 3 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบไปด้วย 5 Exhibition กับอีก 1 สุสาน เป็นการสร้างทับสุสานของกษัตริย์เก่า และเป็นที่รวบรวมทั้งสมบัติเก่าๆที่ถูกขุดพบ รวมทั้งของสะสมของเศรษฐีที่มอบให้ทางการ ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คงอยู่ที่มัมมี่ของกษัตริย์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยหยกถึง 2,300 ชิ้น

05. Guangzhou International Convention & Exhibition Center เป็นสถานที่จััดงานเจรจาธุรกิจและแสดงสินค้านานาชาติขนาดใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า กวางเจียวฮุ่ย หรือCanton Fair , Guangzhou International Exhibition Center แห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อรองรับงาน Canton Fair โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถรองรับผุ้ซื้อได้มากกว่ากว่า 150,000 คน จาก 200 กว่าประเทศ ที่จะมาชมสินค้าและสั่งซื้อสินค้าไปจำหน่ายที่ประเทศของตนสำหรับงาน Guangzhou Trade Fair ปกติจะจัดปีละ 2 ครั้งครับ โดยจะจัดขึ้นในเดือนเมษายนและตุลาคมของทุกปีครับ โดยงานจะจัดครั้งละประมาณ 10 วัน

06. Citic Plaza เป็นอาคารสูงเสียดฟ้าอันดับ 2 ของจีน มีทั้งหมด 80 ชั้น ซึ่งในปี 1997-1998 ก่อน ตึกแฝดเปรโตนัสของมาเลเซีย จะสร้างเสร็จ มีเกียรติประวัติเป็น ตึกสูงที่สุดในเอเซีย แต่ปัจจุบันกลายเป็นตึกสูงอันดับ 2 ของจีน รองจากอันดับ 1 ของจีน ซึ่งก็คือ Jin Mao Tower ในเซี่ยงไฮ้ซึ่งสูง 88 ชั้น โดยที่ด้านหน้าของตึกจะมีสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม ที่เรียกว่าเทียนเหอเพียวจวินเป็นธารน้ำขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาซึ่งมีความสวยงามและถือเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก

07. เฉินเจียซื่อหรือบ้านคหบดีตระกูลเฉิน ( Ancestral Temple 0f The Chen Family ) ถือเป็นอัครสถานที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม ร่มรื่น แต่แฝงความขรึมเอาไว้ ในอดีตที่นี่เป็นแหล่งที่ผู้คนซึ่งเดินทางมานอกจากจะมาเพื่อสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังใช้ที่นี่เป็นแหล่งสนทนาธรรม ปัญหาราชการ เป็นที่พำนักเพื่อเตรียมตัวเข้าสอบหรือมางานราชการต่างๆด้วยภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่แสดงวัตถุล้ำค่า และงานนิทรรศการต่างๆ นอกจากนี้บริเวณสวนด้านหลังยังมีรูปปั้นต่างๆ พร้อมป้ายคติธรรมของท่านขงจื๊อแสดงไว้ด้วย

08. วัดหัวหลินซื่อ (Hualin si) หรือ ที่รู้จักกันในหมู่สาธุชนว่า วัด 500 พระอรหันต์ (อู๋ ไป่ หลัว ฮั่น) จากเบื้องนอก มองแล้วก็ไม่แตกต่างจากวัดจีนทั่วๆไปนัก ภายในวัดมีอาณาบริเวณที่กว้างขวาง แต่พอได้เข้าไปชมภายในบริเวณวัดแล้วจะรู้สึกน่าทึ่งและเกิดความศรัทธาจากพระอรหันต์ปางต่างๆ ที่ประดิษฐานบนชั้น แน่นพื้นที่มากถึง 500 องค์เลยทีเดียว

09. เกาะซาเหมี่ยน ( Shamian Island ) เคยเป็นเขตสัมปทานเช่าของอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงหลังจากสงครามฝิ่น ปัจจุบับเกาะนี้เป็นสถานทพีั่กผ่อนสำหรับผู้ที่นิยมความเงียบสงบ อาคารบ้านเรือนยังคงมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป นอกจากนี้ยังมีร้านค้าร้านกาแฟริมทาง และบาร์ตามแบบชาวยุโรป เหมาะสำหรับการเดินท่องไปตามท้องถนนเพื่อ ชมบรรยากาศอันอบอุ่นและสวยงามท่ามกลางกลิ่นอายตะวันตก

10. วัดไทรหกต้นหรือ วัดลิ่วหรงซื่อ ( Temple of the Six Banyan Trees ) วัดไทรหกต้นเป็นวัดที่สร้างเมื่อประมาณ ค.ศ. 537 เดิมมิใช่ชื่อนี้จนถึงสมัยราชวงศ์ ซ่ง ( ราชวงศ์ ซ้อง ) นักวรรณคดีผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ ซู ซื่อ ได้มาเที่ยวที่นี่เห็นว่าภายในวัดมีต้น หรง อยู่หกต้น จึงหยิบ พู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษร 2 ตัว ว่า ลิ่ว หรง ( ลิ่ว = หก ; หรง = ชื่อต้นไม้ )จนถึง ราชวงศ์หมิงประชาชนจึงเรียก วัดนี้ว่า ลิ่ว หรง ซื่อ ปัจจุบันไม่มีต้นไทรหลงเหลืออยู่แล้ว วัดไทรหกต้นนี้มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามก็คือ เจดีย์ 9 ชั้น

11. วัดแห่งความกตัญญูหรือวัดกวงเซี่ยวซื่อ ( Bright Filial Piety Temple ) ตามหมายของวัดนี้ก็คือ วัดแสงสว่างแห่งกตัญญูกวง = สว่าง..เซี่ยว = กตัญญู…ซื่อ = วัด วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองกวางโจว เป็นที่สักการะบูชาของคนในเมืองและนักท่องเที่ยว

12. ไป๋ ยวิ๋น ซาน (Bai Yun Shan) เป็นชื่อตามลักษณะที่มัก จะมีเมฆสีขาวปกคลุมที่ยอดเขาเสมอ ( ไป๋ = สีขาว ; ยวิ๋น = เมฆ ) บนภูเขามีต้นไม้สูง รวมทั้ง พืชพันธ์ดอกไม้ และต้นหญ้า มีน้ำใส หน้าผาสีแดง งดงามยิ่งนัก ได้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทั้งสวน สาธารณะทั้งโรงแรมที่พัก นักท่องเที่ยวที่มีชีวิตจำเจอยู่ในเมืองเมื่อได้มาพักผ่อนที่นี่มักพูดเป็นเสียงเดียว กันว่า “วันหยุดมาพักที่นี่สัก 2 – 3 วัน แล้ว ไม่มีที่อื่นใดที่ดีเท่าที่นี้ซึ่งการเดิน ทางขึ้นไปสามารถทำไดั้ทั้งการเดิน นั่งเคเบิ้ลคารืหรือจะเป็นการนั่งรถไฟฟ้า และที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวของเมืองกว่างโจวซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว

13. ล่องแม่น้ำไข่มุก (Pearl River) แม่น้ำจูเจียง แม่น้ำเพิร์ลหรือแม่น้ำไข่มุกซึ่งอยู่ในเขตเทียนเหอ ย่านธุรกิจของกวางเจา นับเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและประวัติศาสตร์ รวมถึงการคมนาคม ขนส่ง เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 3 ของประเทศจีน มีความยาวประมาณ 2,000 กม. ชื่อแม่น้ำไข่มุกนี้มาจากก้อนหินก้อนใหย่ก้อนหนึ่งที่ก้นแม่น้ำ มีลักษณะกลมมน ผิวเรียบเนียนและส่องแสงประกายคล้ายไข่มุก ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหินไข่มุกทะเล ปัจจุบันสองฝากฟั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยอาคารสูง โรงแรมระดับ 5 ดาวและแหล่งชอปปิ้งมากมาย การล่องเรือชมวิวดูสีสันยามค่ำคืนภายใต้อากาศที่เย็นสบายและท่ามกลางเรือแต่ละลำที่ประดับไฟสีสันสวยงามเห็นวิวสะพานแขวนที่ประดับไฟสวย และตึกสูงระฟ้าเมื่อเปิดไฟพร้อมๆ กัน ดูแล้วก็ให้สีสัน สวยงามต่างไปจากช่วงกลางวัน ตอนล่องเรือจะมีเลเซอร์ลำแสงยาวๆ จากตึกสูงๆยิงไปรอบๆ เมืองด้วย ก็จะเพิ่มความตื่นตาตื่นใจ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้เราได้รู้จักเมืองกว่างโจวยุคใหม่ได้ดีขึ้น

ย่าน Shopping ในเมืองกวางโจว

01. ถนนเป่ยจิง (Beijing Lu) ถือเป็นแหล่งชอปปิ้งยอดนิยมของเมืองที่วัยรุ่นนิยมไปเดินชอปปิ้ง คล้ายสยามเซ็นเตอร์ของไทย ถนนหนทางที่ดูดีกว้างขวาง มีตรอกซอกวอยที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย มีร้านค้าเสื้อผ้า รองเท้าและของจุกจิกต่างวางขายเต็มสองข้างทาง สินค้าก้อปแบรนด์เนมก็สามารถหาได้มากมายไปหมด สินค้าตามสยามบ้านเรา ก็เอามาจากแหล่งแถวนี้ แต่ที่นี่ราคาย่อมเยาว์กว่าเยอะและยังสามารถต่อราคาได้เยอะด้วยเช่นกัน ร้านอาหารแถวนี้ก็มีให้เลือกทานได้มากมาย เรียกว่ามาที่เดียวได้ทั้งกินทั้งชอป

02. ถนนซ่างเซี่ยจิ่ว (Shang Xia Jiu) ซึ่งเป็นถนนโบราณที่เชื่อมไปท่าเรือมาก่อน แต่ตอนนี้กลายมาเป็นถนนคนเดินที่มีของขายมากมาย และสองข้างทางยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่นให้ได้เห็นด้วย ถือเป็นถนนคนเดินชื่อดังของกวางโจว เป็นถนนสั้นๆสองสายมาเชื่อมต่อกัน บรรยากาศจะคล้ายๆย่าน Mongkok ของฮ่องกง บางช่วงของถนนจะมีการปิดถนน และมีการเปิดไฟสว่างไสว สวยงามมาก แยังมีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ มากมายเลยทีเดียว ที่นี่เป็นที่ขายของให้นักท่องเที่ยวดังนั้นราคาจึงสูงกว่าที่อื่นๆ จะคึกคักมากในช่วงกลางคืน

03. IKEA ห้างสัญชาติสวีเดนที่ขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเก๋ ๆ มีชื่อเสียงมากทั้งในสิงคโปร์และฮ่องกง ในเมืองไทยเรายังไม่มีแต่คนไทยเป็นจำนวนไม่น้อยที่รู้จักและนิยมสินค้าจากห้างนี้

04. อี้เต๋อลู่ (Yi De Lu) เปรียบเหมือนสำเพ็งของไทย เพราะมีขายทุกอย่าง ตึก One link International center ในย่านนี้จะเป็นตึกที่รวมร้านขายสินค้าต่างๆ มากมาย ที่นี่มีขายทุกอย่าง ไม่ว่าจะพวงกุญแจสารพัดแบบ ต่างหู กิ๊บ หนีบผม ร่ม กระเป๋าสารพัดลายร กระติกน้ำ ปากกา ตุ๊กตา ของเล่น โมเดลหุ่นจำลองตัวการ์ตูนดังๆ เป็นต้น

05. ตลาดฉิงปิง ( Qingping Market ) ตลาดแห่งนี้เป็นที่รวมของสินค้าจำพวกสมุนไพร และสัตว์ตากแห้งชนิดต่างๆตลาด ตลาดแห่งนี้เปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า-6 โมงเย็นโดยประมาณปัจจุบันเป็นตลาดที่ขายเครื่องยาจีน เช่น เห็ดหอมอบแห้ง รังนก ปลิงทะเล กังฮือหยู คล้ายๆ แถวเยาวราช สินค้าที่นี่จะค่อนข้างมีคุณภาพดี

06. กุ้ยฮัวกั่ง เป็นย่านที่ขายส่งกระเป๋าหนัง เครื่องหนังต่างๆห้างขายเครื่อง

07. เตี้ยนเหน่าเฉิง (Diannao Cheng) หรือเมืองคอมพิวเตอร์ ที่นี่จะมีทั้งแหล่งที่เป็นศูนย์รวมคอมพิวเตอร์ทั้งใหม่ และเก่า สูนย์ใหม่จะเรียกว่า ไท่ผิง ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มากมาย ราคาจะถูกกว่าที่ไทย แต่อาจจะ มีความเสี่ยงเรื่องของจริงหรือปลอมด้วยเช่นกัน

08. Teemal เป็นห้างสรรพสินค้าทันสมัย ขนาดใหญ่ของกวางโจว ชั้นบนจะเป็น Food Center ที่มีอาหารหลากหลาย

Shenzhen ( เซินเจิ้น )

เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) เป็นเมืองชายแดนริมฝั่งตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง มีพื้นที่ 2,020 ตารางกิโลเมตร เซินเจิ้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตเมืองเซินเจิ้น เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น และเขตมณฑลเซินเจิ้น สมัยก่อนเมืองเซินเจิ้นเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง เมื่อปี ค.ศ. 1980 ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทำให้มีความเจริญ และความทันสมัยภายในเมืองนี้มากขึ้น มีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ อาคารสำนักงาน โรงแรม และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมทั้งจำนวนประชากรก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

จากการที่อยู่ใกล้ชิดกับฮ่องกงซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษที่มีความเจริญ เซินเจิ้นจึงถูกสร้างให้เป็นเหมือนพื้นที่ทดลองแบบ Capitalism แบบสังคมนิยมของจีน และลักษณะที่ตั้งถูกเลือกเพื่อเป็นแหล่งดึงดูดอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากฮ่องกงให้เข้ามาลงทุนจนในที่สุดกลายเป็นเมืองใหญ่ บริเวณสามเหลี่ยมแม่น้ำ จัดเป็นไข่มุกทางเศรษฐกิจแห่งสำคัญทางตอนใต้ของประเทศจีน และเป็นแหล่งรวมความทันสมัยแห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งแน่นอนว่าเมืองเซินเจิ้นก็มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับนานาชาติให้ได้ภายในปี 2005 โดยพุ่งเป้าไปที่การเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีและวิทยาการชั้นสูง ศูนย์กลางลอจิสติกส์ ศูนย์กลางการเงินนานาชาติระดับภูมิภาค และแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลเซินเจิ้นสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศได้เป็นอันดับ 4 ในจำนวนเมืองระดับกลางและสูงในประเทศ มีปริมาณเศรษฐกิจมากเทียบเท่ามณฑลระดับกลาง และยังเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีผลกำไรทางธุรกิจดีที่สุด

< Credit ข้อมูล http://th.wikipedia.org >

การเดินทางในเซินเจิ้นนั้นง่ายมาก ๆ เพราะมีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด 2 สาย

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินของเมืองเซินเจิ้น Shenzhen Metro System ตอนนี้มีอยู่ 2 สายด้วยกันแต่เขาก็สร้างเพิ่มอีก 2 สายรวมเป็นทั้งหมด 4 สายคาดว่าจะเสร็จในปี 2011 แต่ตอนนี้เราดูอันนี้ไปก่อนนะครับ 2 สายที่ใช้กันอยู่

shenzhen-metro

การเดินทางมายังเซินเจิ้นนั้นสามารถมาจากทางฮ่องกง และมาเก๊าได้ด้วยนะครับ จากฮ่องกงมาง่ายมากเลยครับ นั่งรถไฟฟ้ามาลงยังสถานี Lo wu แล้วเดินข้ามด่านครับ ซึ่งอยู่ในตึกเดียวกันก็ข้ามฝั่งมายังเซินเจิ้นแล้วครับ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

01. หน้าต่างโลก (WINDOW OF THE WORLD) เปิดทุกวัน ค่าเข้าชมท่านละ 120 CNY อายุ 65 ปี ลด 50% อายุ 70 ปีขึ้นไปเข้า ฟรี ไปได้โดยนั่งรถไฟใต้ดินจาก Lowu ไปสุดสาย คนละ 5 CNY เป็นเมืองจำลอง ซึ่งได้จำลองสิ่งก่อสร้างที่สำคัญต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในที่เดียวกัน เช่น Eiffel Tower (France) , Taj Mahal (India) , Pyramids Of Giza (Egypi) , Mount Fuji (Japan) ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือนั่งรถไฟฟ้าชมสถานที่ดังกล่าวได้

02. ศูนย์วัฒธรรมและเมืองจำลองจีน (Splendid China and China Folk Culture Villages) เปิดทุกวัน ค่าเข้าชมท่านละ 120 CNY อายุ 65 ปี ลด 50% อายุ 70 ปีขึ้นไปเข้า ฟรี ไปได้โดยนั่งรถไฟใต้ดินจาก Lowu ไปสถานีก่อนสุดสาย 1 สถานี คนละ 5 CNY เป็นเมืองจำลองสถานที่สำคัญๆ ของเมืองจีน เช่น กำแพงเมืองจีน หลงเหมินซื่อคู

03. ตงเหมิน แหล่ง Shopping ทั้งกลางวันกลางคืนย่านที่ไม่มีวันหลับแน่นไปด้วยผู้คน ของขายราคาถูก


ตอนที่ 1 : Let Go To กวางโจว ไปเที่ยวกวางโจวกันดีกว่า

ตอนที่ 2 : ออกเดินทางตามหา ดร. ซุนยัดเซ็น และปฏิบัติการตามล่าหาแพะ

ตอนที่ 3 : เดินเล่นเรื่อยแต่ เอ้ย!! ทำไมแม่พาเข้าสถานีตำรวจซะงั้น

ตอนที่ 4 : ไปเซินเจิ้น เที่ยวใน 1 วันกับ Window Of The World

Review กันแบบละเอียด Copy ของตัวเองออกมาจาก Pantip อีกทีนึงครับ >> click << 

Review กวางโจวล่าสุดปี 2012 ติดตามได้ที่นี้ >> click <<

สุดท้ายนี้ทางเราคิดว่า ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ในการเดินทางไปยังกวางโจวและเซินเจิ้น เมืองใหญ่ 2 เมืองนี้ได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอบคุณที่ติดตามข้อมูลจากเรานะครับ

M Y D E S I G N – C L U B . N E T < T H A I L A N D >


Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...