Our Story Trip Malaysia

13 – 16 Feb 2009 เที่ยวมาเลเซียกัน

13 FEB เดินทางสู่ KL

       โย่ว ๆ เมื่อวันที่ 13 นี้ได้เป็นการไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกโดยไม่ได้ไปกับ ทัวร์ รู้สึกว่าเราจะไปหลงไหม อิอิ เลยต้องหาข้อมูลจาก Google แล้วก็ได้คำตอบที่ช่วยได้มาก ในกระทู้ของ Pantip/Bluepanel แล้วก็ได้ข้อมูลหนังสือท่องเที่ยวของ KL จากพี่ปิ๋ม EGCO แล้วก็พี่ ต้น แห่ง ESCO ที่ไปแลกเงินให้ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

       เวลาออกจาก สุวรรณภูมิ 2 ทุ่ม 20 นาที วันนี้ เราไปถึงสนามบิน เวลา 5 โมง นิด ๆ ไปกับเจ้าหนูดี พาไปเที่ยว และเป็นล่ามภาษาจีน อิอิ พอไปถึงก็ไปหา ช่องที่จะ Check in แต่ไปถึงเขายังไม่เปิด เลยไปเดินเล่นในสนามบิน และไปทำ เจ้า SIM ของ True ไปใช้เมืองนอกด้วยไปขอเปิดบริการ นึกว่าจะต้องเสียเงิน เขาทำให้ฟรี และแล้วก็ถึงเวลา 6 โมงเราขึ้นไปดูอีกทีว่าเขาให้ Check in หรือยัง เย้ เขาให้ Check in แล้วที่ ช่อง E ของสายการบิน AirAsia พอไปถึง เราก็ทำการ Load กระเป๋าลงเครื่อง ปาดดด พอดีเจ้าหนูดีเจอเพื่อน เป็น เคาเตอร์ของ AisAsia เลยยืน คุยกันสักพักแล้วเราก็เข้ามา กรอกใบ ตม. เพื่อออกนอกประเทศ ปาดดด ดันกรอกผิดอับอายขายขี้หน้า เลยให้เจ้าหนูดีไปขอเพื่อนมาใหม่ เจ้าหนูดีเล่าให้ฟังว่าไปถึง เคาเตอร์ของเพื่อนถามว่ากรอกผิดเป็นอะไรไหม เพื่อนบอกไม่เป็นไรแต่เอาใบกรอกผิดนั้นขย้ำทิ้งแล้วให้ใบใหม่ มา 555+ ก็เลย งง

       พอเข้ามาก็ผ่าน ตม. มาเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปที่ Gate ที่เครื่องออกคือ D5 ไปถึงยังไม่เปิดเลยนั่งรอหน้า Gate นั่งไปแปปนึงมี ผู้ชาย ว้าวเป็น Japan Boy เขามาถามว่าเขาไปถึงสนามบินแล้วจะเข้าในตัว KL อย่างไร เราก็เลยบอกเขาไปว่าบนเครื่องของ AirAsia มันจะขายตั๋วรถบัสที่เรียกว่า Skybus จากสนามบิน LCCT ไปยังใจกลางการขนส่งของ KL คือ KL Central เขาก็ขอบคุณเราเขาบอกว่านัดแฟนให้ไปรับที่นั้น และแล้วก็ถึงเวลา ประตู Gate ให้เข้าเครื่องได้ วันนี้ได้เดินเข้าเครื่องผ่านงวงช้าง พอเข้าไปก็ไปได้ที่นั่งที่ตรงปีก ของเครื่อง เป็นเครื่อง Airbus ลำใหม่พอสมควร พอถึงเวลา 2 ทุ่มครึ่ง เครื่องก็เตรียม Take off เพื่อพาไปยัง Malaysia แต่ฟังกัปตันประกาศไม่รู้เรื่อง 555+

       และแล้วเราก็ถึงสนามบินที่มาเลเซีย คือ LCCT ซึ่งเป็น สนามบินที่จอดเฉพาะของสายการบิน Low Cost ของ Airasia เวลาที่ มาเลเซียเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชม. ครับ พอเราถึงสนามบิน เจ้าหนูดีดันหิวก็เลยเข้าไปซื้อ มาม่า ที่ 7 Eleven ของสนามบินซื้อมากะกินบนรถ โอ้แม่เจ้าเราหารถ Skybus เจอแล้วแต่เขาดันไม่ให้เอา มาม่าขึ้นกินเลยต้องให้เจ้าหนูดีทิ้ง ซวย เลยนั่งหิวต่อไป อิอิ มาได้ 1 ชม. กว่าเราก็เริ่มเห็น ตึกแฝดละ แสดงว่าเข้าใกล้ KL แล้วเราไปถึงที่ KL Central ประมาณเที่ยงคืนกว่า ๆ มี Taxi จอดรอกันตรึม เรา 2 คนเลยถามเขาว่า ไป China Town เท่าไหร่แม่เจ้า เขาบอก 15 RM ( 1Rm เท่ากับประมาณ 10 บาท ไทย ) ปาดดดดด ห่างกันแค่ 1 สถานีรถไฟฟ้ามันคิด 150 บาท เลยคุยกับเจ้าหนูดีว่าเอาไงมันก็ไม่ไกลมากเดินไหม อะหนูดีบอกเดินก็เดิน ก็เลยเดินออกไปยังถนนเดินตามแผนที่เลย พอเราเดินมาครึ่งทางแล้ว ที่นี้รถตำรวจเปิดหวอเข้ามาเลย มาจอดตรงเรา เราเริ่มใจสั่นแล้วเราทำอะไรหรือเปล่าเขาห้ามเดินหรือเปล่า ตอนแรกเขาพูดออกมาฟังไม่รู้เรื่องเลยถามเขาว่าพูด ภาษาอังกฤษได้ไหม เขาบอกได้ ก็เลยคุยกันรู้เรื่องบอกว่าเป็นคนไทยพึ่งมาถึง KL รถ Taxi เรียกแพงเลยเดินจะไป China Town คุณตำรวจทั้ง 2 คนบอกว่าให้เราดูแลตัวเองดี ๆ เก็บ Passport ให้ดีพกติดตัว แล้วบอกว่าโรงแรมอยู่ไม่ไกลเดินประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้ว แล้วพี่แกก็ไปนึกในใจนึกว่าจะขับไปส่ง 555+

       โย่ว ในที่สุดเราก็เข้ามาใน China Town เข้ามาถึงตอนตี 1 กว่าๆ เข้ามาถึงตกใจคนจีนกำลังเตรียมขายดอกไม้ห่อผูกโบว์อย่างดี ออวันนี้ มันวัน Valentine มีคนมาเลมาซื้อกันแต่เช้ามึดเลย ตอนนั้นผมกับเจ้าหนูดีไม่คิดอะไรหา โรงแรมก่อนและแล้วก็เจอ D oriental Inn เข้าไปถึงพนักงานตอนรับดีมาก แล้วเราก็เอาของเข้าห้องแล้วไปยัง 7 Eleven ที่หัวมุมเพราะหิวซื้อ มาม่ากระป๋องมา 3 ถ้วยขอบอกว่า ต้มยำกุ้ง จืดมากสู้บ้านเราไม่ได้เลย แต่กินไปก่อนแค่คืนเดียวเท่านั้น กินเสร็จก็นอนเลยไม่ไหวแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า

 

14 FEB เดินทางเข้าเมือง KL และมุ่งหน้าสู่เมือง ปุตตาจายา

       และแล้วก็เช้า แง่ม ๆ ยังง่วงนอนอยู่เลย เราตื่นกัน 6 โมงเช้าโอ้แม่เจ้ายัง มืดอยู่เลยเราก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อ มุ่งหน้าไปยัง KL Tower เพราะได้ข่าวมาว่าถ้าไปขึ้นตึกแฝด ต้องไปนั่งรอคิวเพื่อขึ้นเกือบ 3 ชม. ( ไม่เอาหรอกเสียเวลาเที่ยวที่อื่น อิอิ ) และแล้วเราก็ออกมาจากโรงแรม มุ่งหน้าไปสู่สถานีขนส่งรถทัวร์ของเขาคือ ปูดูราย่า ( ไม่รู้สะกดถูกหรือเปล่า ) เพื่อจองตั๋วรถทัวร์ไปเที่ยวเมือง มะละกา แล้วเราก็ไปซื้อตั๋วรถของ Transnasional ซึ่งเป็นเจ้ายอดฮิตของคนไทย อ่านกระทู้ไหนก็บอกให้ซื้ออันนี้ และเราก็ได้ตั๋วไป มะละกา ตอน 9 โมงเช้าเป็นเวลาดีของเรา พอซื้อตั๋วเสร็จก็เดินทางไปยัง KL Tower ขอโทษ รถไฟฟ้าไม่นั่ง รถเมย์ไม่ขึ้น Taxi  ไม่ขึ้นแน่ งานนี้เลย เดิน 555+ ประหยัดงบ

  

       เดินไปซักพักเริ่มมองเห็น KL Tower แล้ว ปาดดด ที่ไหนได้ไปถึง 8 โมง แต่มันดันเปิด 9 โมง 555+ ซวยเลยเลยคุยกับเจ้าหนูดี ว่างั้นไปดูที่ ตึกแฝดละกัน ในใจคิดว่าคนไม่เยอะ พอไปถึงแค่ลงบันไดเลื่อนเท่านั้น โอ้แม่เจ้า คนมหาศาลไม่รู้มาจากไหนกัน มารอนั่งกินข้าวเล่นเกมส์รอเพื่อขึ้นตึกแฝด 15 นาที เท่านั้นแถวยาวโคตร ๆ แล้วต้องรอเขาแจกตั๋วให้ขึ้นอีกตอน 9 โมง และให้ขึ้นรอบแรก 9 โมงครึ่ง ผมว่าถอยดีกว่า อีกนาน ก็เลยเดินออกมาทางข้างหลังซึ่งเป็นห้างสุดหรู คือ ห้าง Suria พอออกมา เจ้าหนูดีดันหิวหาอะไรกินดีละ เดินผ่านร้านขายอาหาร มาเลเซีย โอ้โน่ ที่นี้เขาใช้มือกิน แล้วผู้ดีอย่างเราจากินได้ไหมนั้น 555+ และแล้วก็คิดในใจตอนเดินมาตึกแฝดเห็น Mcdonald ที่มาเลเซีย ส่วนใหญ่จาเปิด 24 ชม. ที่ไหนได้ไปร้านยังไม่มีอะไรขาย เลยสรุปไปนั่งกินที่ Dunkin donut กินไป 3 ชิ้นกับ coke อีกกระป๋อง ส่วนเจ้าหนูดีกิน แซนวิช พออิ่มแล้วเราเดินทางขึ้นไป ที่ KL Tower ซึ่งตอนนั้น 9 โมงกว่า ๆ ละ

       ขอบอกว่าเดินลิ้นห้อย แง่มไอ้ KL Tower มันสร้างบนเขาต้องเดินขึ้นเขา ที่นี้เดินผ่านทางเข้าไอ้เราก็มองว่าต้องเดินอีกกี่ชั้นไม่รู้กว่าจาถึง เดินผ่าน รปภ. ที่นั้น แล้วมีรถตู้ ครับพี่น้อง บีบแต ผมก็นึกในใจว่ามันบีบทำไม แล้วเขาก็ยิ้มให้ ไอ้เราก็ไม่สนใจเดินขึ้นไปกับเจ้าหนูดี พอเดินไปถึงทางเข้า KL Tower  เรายืนพักเหนื่อย แล้วสิ่งที่เราเห็นก็คือไอ้รถตู้คันนั้นที่บีบแต ตรงตีนเขาทางขึ้น KL Tower อะ มาส่งนักท่องเที่ยว จึง อ๋อ เวงกำ มันเป็นรถตู้ที่ทาง KL Tower ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นยัง KL Tower ( คิดในใจทำไมมันไม่บอกตูวะ จะได้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อย หรือเขาบอกแล้วเราฟังไม่รู้เรื่อง 555+ ) โง่ไปอีก 1 ฉาก

       พอมาถึง เคาเตอร์ทางซื้อตั๋วขึ้นไปบน KL Tower ที่อ่านมาเขาบอกค่าตั๋ว 28 RM แต่ตอนนี้มันขายเป็น Pack คือมีให้เขาสวนสัตว์ อันกระจิ๋วของมัน กับเมืองนำแข็งซึ่ง มันร้อนโคตร บวกเข้าไปด้วย ยังไงเราขึ้นไปก็ต้องซื้อตั๋วทำไงได้ ละ ตั้ง 38 RM ขึ้นไปถึงชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นให้ดูวิว ก็จะมีเครื่องเล่น MP4 มีจอทีวีให้ดูว่าการก่อสร้าง KL Tower อย่างไร มองมุมนี้คือที่ไหน จะบรรยายไปมีภาษาไทยด้วย แล้วเราก็ทำการถ่ายรูปวิวด้ายนอกตัว KL Tower

        

       พอลงมาจาก KL Tower  เที่ยวนี้เราจะนั่งรถลงไปยังทางเข้าละ อิอิเที่ยวนี้ม่ายโง่ ละ พอรถตู้มาถึง ก็ขึ้นเลยลุงคนขับรถแกก็จะขับลงมาถึงข้างล่างตรงที่แก บีบแตร์ ตรงนั้นละ ง่าสบายกว่ากันเยอะเลย ที่นี้เราก็ว่า จะไปเมืองใหม่ที่ชื่อ ปุตตาจายา ( Putrajaya ) เราก็เลยเดินย้อยขึ้นไปยังตึกแฝด เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานนี KLCC เพื่อไปยัง China Town ที่เรานอนเมื่อคืนเพื่อไป Check Out แต่ก่อนไปครับเราลองเดินไปดูคนที่รอคิวขึ้นตึกแฝดว่ายังเยอะไหม โอ้แม่เจ้ามีนิดเดียวครับ เราเลยลองไปรับบัตรดูรับ 11 โมงที่ไหนได้ได้นึกว่าจะได้ขึ้น โน้นไปขึ้นเอา บ่าย 4 โมง 45 เราก็เลยไปโรงแรมทำการ Check Out เรียบร้อยก็ทำการนั่งรถไฟฟ้าไป ลงที่ KL Central เพื่อไปนั่งรถไฟ ความเร็วสูงของเขาที่ชื่อว่า KL Transit ไปยังเมืองใหม่คือ ปุตตาจายา พอถึง KL Central เราก็ทำการฝากกระเป๋าไว้ยังที่เขารับฝาก เขาคิดเรา 10 RM ใบละ 5 RM พอทีนี้เราก็ไปซื้อตั๋วขึ้นรถไฟ ระหว่างกำลังซื้อเราซื้อเสร็จมีผู้ชายกับผู้หญิงคู่นึงจะซื้อเหมือนเราแล้วเขาก็คุยภาษาไทย เจ้าหนูดีเลยบอกว่า พี่แอร์ คนไทยนิไม่คุยกับเขาเหรอ ผมก็เลยบอกว่าไว้ข้างล่างก่อน คือลงไปรอรถไฟเดียวก็คงเจอ และก็เป็นเช่นนั้น พอ 2 คนนั้นลงมา คนผู้ชายก็เดินเขามาถามก่อนเลยว่าคนไทยหรือเปล่า อิอิ เราก็บอกว่าใช้ เขาพึ่งมาเมื่อเช้า ครับ กำลังจะไปเมืองใหม่เหมือนกัน อะพอดีเลยมีเพื่อนไปด้วยจะได้มีคนช่วยถ่ายรูป อิอิ เขาชื่อ ตี๋ ครับกับชื่อ กุ้ง เราก็คุยเป็นเพื่อนกันไปเลย ระหว่างทางไป ปุตตาจายา

    

       พอเราถึงสถานีรถไฟก็หาทางเข้าเมืองครับคือนั่ง สาย 200 – 300 เพื่อเข้าไปดูยัง มัสยิต สีชมพูที่เรียกว่า มัสยิต ปุตตรา รถเมล์มาแล้วเราก็โดดขึ้น เมืองใหม่เขาร่มรื่นดีแต่ม่ายค่อยเห็นคนเลยยังกะเมืองล้างแล้วเราก็ มาถึงตรงมัสยิต ปุตตรา ขอบอกว่าสวยงามครับ เราก็ทำการถ่ายรูป กัน ( เข้าไปดูได้ใน Photo ) เราก็เดินถ่ายทั้งที่ทำการ รัฐบาลแห่งใหม่ที่เป็นโดมสีเขียว ขอบอกว่า ทัวร์จีนเยอะมาก ๆ ไม่รู้จีนมาทำละหมาดกันหรือปล่า 555+ พอเราเดินถ่ายรูปกันเสร็จแล้วต้องถึงเวลากลับคัรบเพราะผมจะไปขึ้นตึกแฝด ที่นี้ละ เราไปรอรถเมล์ ครับมันมีสายนึงวิ่งมา ผมถามว่าไป Putrajaya Sentral หรือเปล่ามันบอกว่าไม่ไป มันบอกให้ไปขึ้นอีกฝั่ง ปมก็ไปขึ้นอีกฝั่งตามมันบอกครับ ที่นี้ก็มีรถเมล์มาครับสาย 501 มันเขียนว่า ไป Putrajaya Sentral ผมก็ว่าถูกคันแล้ว ที่ไหนได้ครับมันวนเข้ามาคือ ฝั่งแรกที่ผมยืนอะถูกแล้ว ครับ ที่นี้กลายว่าผมต้องวนรอบเมืองใหม่ ดูบ้านเมืองเขาแทนเพราะเวลาไปตึกแฝดไม่ทัน แง่ม ๆ อย่าให้เจอนะ คนขับรถเมล์คันแรกขับสาย Rapid KL เจออีกที มีดักตี 555+

    

  

และแล้วเราก็ขึ้นรถไฟกลับมายัง KL Central แล้วเราก็นัดกับ ตี๋ ว่าเดียวไปเจอกันที่ตึกแฝดตอน 2 ทุ่มเพื่อไปถ่ายรูปตอนเปิดไฟมั้ง เราก็แยกย้ายกลับมาอาบน้ำ ผมกับเจ้าหนูดีก็ไป Check in ที่ โรงแรมใหม่ อิอิ ได้ ตั๋วฟรีมาจาก คุณนายแม่ 555+  นอน โรงแรม Novotel ช่างใกล้ กับ ตึกแฝดเช่นนี้เราก็เดินกันออกไป ผ่านทาง KL Center เป็นที่จัดแสดงงานต่าง ๆ ของ KL เขาเราเดินผ่าน แม่เจ้าเห็นคนมากมาย มานั่งดูน้ำพุ หลังตึกแฝด หรือ ด้านหลังห้าง Suria คนเยอะ จิงๆๆ แล้วเราก็ไปรอพี่ตี๋ด้านหน้าตึกแฝด รอถ่ายรูป อิอิ

     

     พอเสร็จจากการถ่ายรูปกันแล้ว เริ่มหิวแล้วจะไปไหนดี เวลานั้นก็จะ 5 ทุ่มกว่า ๆ คือไปที่นั้น 2 ทุ่มมันยังไม่มืดเลย ก็เลยลืมดูเวลาว่าดึกแล้ว 555+ ตี๋ชวนไปกินที่ บูกิตบิตตัง ( Bukit Bintang ) ย่านนี้พี่น้องย่านวัยรุ่น ร้านห้างต่าง ๆ เยอะ มาก แต่พอดีเรามากินข้าว 555+ ก็เดินไปเรื่อย ๆ เห็นอาหารจีนเป็นแถวเลย อยากกินอยู่แล้วแต่ม่ายรู้จะนั่งร้านไหนดี คือ แบบว่าไม่กลัว อะ มีเจ้าหนูดีคงจะสั่งอาหารให้เรากินได้ ไม่งั้นเสียชื่อ ครู OKLS  อิอิ พอนั่งไปก็เริ่มคิดว่าจะกินอะไร เด็กเสริฟ์มันก็มาถามว่า กินอะไรดี โอ้แม่เจ้า เขาพูดภาษาไทยได้ เยี่ยม อิอิ เราก็เลยถามว่าอะไรอร่อยบ้าง เขาตอบว่าไงรู้ไหม เขาบอก อร่อยทุกอย่าง ( แต่ก็อร่อยจริง ๆ นะ ) เราก็เข้าใจว่าคงเป็นคนจีน มาทำงานที่นี้แล้วพูดไทยได้ ที่ไหน ครับพี่น้อง ถามไปถามมาเป็น คนมาจาก ย่างกุ้ง คือเป็น พม่านั้น เอง 555+ มื้อนี้เรากินไป 4 คนหมดไปคิดเป็นเงินไทยก็ 1020 บาท แต่ขอบอก คุ้ม อร่อยมากกับเข้า 5 อย่างแล้วเราก็แยกย้าย จากตี๋และกุ้ง เพราะพรุ่งนี้เราจะไปมะละกา ผมกับเจ้าหนูดีไปแต่เช้า 9 โมงเพราะจองตั๋วรถไว้แล้ว ส่วนตี๋กับกุ้งไปรอบ 11 โมง และเราก็นอนหลับเป็นตายเลยพอถึงโรงแรม เอาแรงไว้ไปเที่ยวมะละกาพรุ่งนี้ โย่ว

15 FEB เดินทางเข้าเมือง มะละกา Malaka และเดินถนน Jonker Street

     ปาดดด ตื่นเช้าครับพี่น้องต้องรีบแล้วเราต้องไปที่ สถานีขนส่งของเขา ปูดูราย่า ก่อน 9 โมงครับเพื่อเดินทางไปยัง มะละกา ต้องรีบหน่อยเพราะที่ KL นั้นรถออกตรงเวลามากครับไม่มีการรอใครทั้งนั้น เราไปถึงที่นั้นก็ถามเขาว่าต้องไปขึ้นรถที่ไหน เขาบอกออกไปด้านนอก แล้วอยู่ฝั่งตรงข้าม เราก็เห็นรถของ บริษัทนั้นแล้วครับ แม่เจ้ามีแต่คนจีน ขึ้นรถไปได้แปป เดียวครับไม่ต้องคิดเลยว่าจะทำอะไรได้นอกจากหลับ 555+ พอจะถึง Malaka Sentral ก็คือศูนย์กลางการขนส่งของเมืองมะละกา เราก็ลงแล้วไปซื้อตั๋วกลับเลยครับจะได้กลับเวลาได้ถูก ระยะทางจาก KL ไปมะละกาใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ครับ แล้วเราก็ซื้อตั๋วรอบ 4 โมงครึ่ง แล้วผมกับเจ้าหนูดีก็ไปหาสาย 7 ตามที่อ่านใน Pantip มาว่าต้องขึ้นสายนี้ครับ และเราก็เจอ 555+ ขอบอกรถเก่าโคตร ค่ารถครับ 1 RM ครับ ( 10 บาท ) แล้วเราก็บอกคนเก็บเงินว่าถ้าถึง ตรงจตุรัสแดงคือเอาหนังสือที่ยืมพี่ปิ๋มมาให้เขาดู ให้บอกด้วย เขาก็บอก OK รถวิ่งมาได้ 20 นาทีครับเราก็ถึงที่เหมือนในหนังสือ ครับ คนเยอะ มากสวยมาก สมกับเป็นมรดกโลก

      

และเราก็ถ่ายรูปเป็นที่ระทึก เอ้ย ไม่ใช้ที่ระลึกสักหน่อยสวยงามมากครับทั้งจตุรัสแดงที่ชาว ฮอลแลนด์ สร้างไว้และกังหังลม แล้วเขาอนุรักษ์ไว้สวยงามมาก คนก็เยอะโดยเฉพาะชาวจีน คือจะบอกว่าเดินมะละกา ยังกะเดินใน เซินเจิน คือจีนทั้งนั้นเดินไปทางไหนก็ญาติเจ้าหนูดี อิอิตอนเราไปถึงเที่ยงพอดีครับพี่น้อง เกิดอาการหิว พี่เก๋บอกว่าไปมะละกา ต้องไปกินข้าว พี่เจมส์ หรือ ข้าวมันไก่นั้นเอง เราก็เลยเดินตรงไปยังถนน Jonker Street ไปหาข้าวกิน

    

     รูปทางด้านซ้ายมือคือทางเข้าถนน Jonker ครับกลางวันก็เป็นแบบนี้แต่กลางคืน เขาบอกว่าของขายเพียบ เพราะเป็นถนนคนเดินครับ ส่วนรูปซ้าย นั้นเป็นรถประจำมะละกา ให้นักท่องเที่ยวนั่งครับ เพื่อชมเมืองคิดราคาเป็นกันเองมาก ชม. ละ 40 RM หรือ 400 บาท เมืองไทย 555+ อย่าหวังจาได้แอ้มเงินเรา อิอิ ที่นี้เราเดินเข้ามาครับก็มีแต่ร้านขายข้าวมันไก่แต่ละร้าน คนต่อแถวเยอะมาก สงสัยจาอร่อยจริง เราเดินมาจากต้นซอยนิดนึงมีร้านชื่อ อะไรไม่รู้แต่ดูร้านสะอาดดี มีเจ้คนนึงคอยบริการลูกค้าก่อนเข้าร้านเลยเข้าไปนั่งร้านนี้ พอเราไปถึง เราบอกว่ามากัน 2 คน เจ้แกก็พยายามจาให้เข้าใจว่าที่ร้านมีไก่ ขนาดไหนบ้าง เอาผักไหม แกไปหยิบตัวอย่างมาให้ดู น่ารักมาก พอเราได้โต๊ะนั่งเขายก ไก่มาให้กับก้อนกลม ๆ นึกว่าลูกชิ้น ผมก็เลยบอกเจ้าหนูดีว่าสั่งข้าว หน่อย เจ้าหนูดีก็เรียกน้องเขาบอกว่าขอข้าวหน่อย น้องเขาบอก นี้ไงครับ ข้าวไอ้เราก็มองไหนข้าว คือบ้านเราข้าวมันนั้นใส่จาน แต่ที่นั้นเป็นก้อนกลม ๆ ที่ผมบอกว่าคล้ายลูกชิ้นนั้น ละคือข้าวมัน เขาเรียก ว่า Rice Ball  โง่ไปอีก 1 ทีเรา ขอบอกว่า อร่อยมาก อร่อยกว่าบ้านเราเยอะ ดูได้จากรูปที่เจ้าหนูดี สั่งกินคนเดียวไม่เชื่อว่าจะกินหมดคนเดียว 555+ แล้วพอกินเสร็จเรียกเขามาเก็บเงินนึกว่าจะแพงที่ไหนได้ 140 บาท ครับพี่น้อง ราคาไม่แพงมาก แล้วเราก็เดินออกจากร้าน หาขนมกิน

    

     ขนมก็อยู่ในมือเจ้าหนูดีนั้นละ คล้ายกับน้ำแข็งใสใส่ลอดช่อง น้ำอะไรไม่รู้ดำ ๆ แต่ขอบอก ร้อน ๆ นะ เดินกินอร่อมาก อิอิ จนเราแย่งเจ้าหนูดีกินตอนหลังเราก็เลยต้องไปซื้อกินมั้ง คนทำเป็นผู้ชาย ยิ้มแย้มดีเขาถามเรามาจากไหน เราก็บอกว่ามาจากประเทศไทยเขาก็บอกว่าคนไทยมาเยอะ แล้วเขาตักเพิ่มให้นิดนึง อิอิ ถ้วยนึงตกอยู่ 3 RM หรือ 30 บาท แล้วเราก็เดินทัวร์ใน มะละกา ในเมืองมะละกาเป็นเมืองท่าแต่ก่อนของมาเลเซีย จะมีประวัติศาสตร์หลายชนเผ่า ส่วนใหญ่ที่เดินก็จะเป็น Museum สะเป็นส่วนใหญ่

    

    

     ในรูปเราจะเห็นได้ว่ามีคนพยายามขโมย โบราณวัตถุของคนอื่นเขา พอดีเรียกตำรวจไม่ทัน มันดันหนีไปได้ อิอิ เราเดินเสร็จจนถึงบ่าย 3 โมงเราก็หารถออกจากแถวนั้นเพื่อไปท่ารถขนส่ง เรามาสายไหนก็กลับสายนั้น พี่น้อง คือสาย 7 เที่ยวนี้เป็นรถปรับอากาศ แต่ขอโทษร้อนกว่ารถธรรมดาอีก เหงื่อแตกซีดๆๆๆๆ เราก็นึกว่าจะไปถึงสถานีเร็วที่ไหนได้รถ ไปทัวร์อ้อมโลก สุดยอดนั่งคิดในใจกับเจ้าหนูดีว่าจะทัน 4 โมงครึ่งไหม พอดีมันวนนานมาก พอ 4 โมงนิด ๆ เราเห็นโลตัสแล้ว หนูดีบอกพี่ถึงแล้วสถานีหนูจำได้ว่าใกล้โลตัส โอ้ในที่สุดเราก็ถึงทัน ขึ้นไปบนรถครับไม่ต้องคิดอะไรมาก เดินทั้งวันต้องหลับครับ 555+ เรากลับมายัง KL ประมาณ 1 ทุ่มแต่ยังไม่มืดเลยที่นั้น เลยถามเจ้าหนูดีจะดินไหน ให้เลือกระหว่างห้างสุดหรูของ KL 2 ที่ระหว่าง Suria กับ Pavilion เจ้าหนูดีบอก ไป Suria ก็ได้ เราเลยเดินทางไป Suria หรือก็คือตึกแฝดนั้นละ อิอิ ของในห้างนั้น แบรน์เนมทั้งห้าง พอดีเจ้าหนูดีอยากได้รองเท้า แบบเพื่อนฝากซื้อด้วย ไปเจอ รองเท้ายี่ห้อ วินชี่ แม่เจ้าคนเต็มร้านมีแต่ผู้หญิงมาซื้อ เพราะอะไรมันถูกสิครับท่านผู้ชม เมืองไทยคู่นึง 1300 – 2000 บาท Sale แล้วยัง 700  ที่นั้น ประมาณ 400 กว่าบาทแถมเป็นนักท่องเที่ยวอีก เขาให้บัตรลดราคาอีก สุดยอด เจ้าหนูดีหิ้วมาเลย แถมบอกว่าถ้าเงินแลกไปไม่พอขอยืมบัตรเครดิต รูดก่อนนะ อะนะสุดยอด แล้วเราก็เดินจนถึงเวลาเดิม 4 ทุ่มก็ไปหาข้าวกิน กันติดใจร้านเดิมร้านอาหารจีน เลยไปกินกันอีกมื้อเพราะพรุ่งนี้กลับแล้ว กินกัน 2 คนหมดไป 600 กว่าบาทครับแล้วเราก็กลับมานอน เพราะเช้าเราจะไป เกนติ้ง โย่ว

16 FEB เดินทางไปเกนติ้ง ไฮแลนด์ และมุ่งหน้ากลับสู่ สุวรรณภุมิ

     และแล้วก็เข้าสู่การเดินทางวันสุดท้ายวันนี้เราตั้งใจขึ้นไปยังเกนติ้ง ไฮแลนด์ คือแบบว่าเจ้าหนูดีอยากเล่นบ่อน Casino หุหุ ( ใส่ร้ายกันเห็น ๆ ) 8 โมงเช้าแล้วพี่น้องเราตื่นนอน ล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมไป Check Out ออกจาก โรงแรม โนโวเทล ตลอดการพัก 2 คืนที่ผ่านมาบริการดีเยี่ยม พนักงานต้อนรับดีมากครับ เรา Check Out เรียบร้อยวันนี้ของเยอะครับเราก็แบบนะคงนั่ง Taxi ไปยัง KL Sentral นะคงไม่ขึ้นรถไฟฟ้าไปเพราะของเยอะ เราก็ให้บริกร ของโรงแรมเรียกให้สักพักนึงก็ยังไม่มี Taxi พอดีมีลุงแขกคนนึงขับรถตู้ โรงแรมครับ เขาถามว่าไปไหน บริกร บอกว่าไป KL Sentral เขาบอกไปส่งได้ครับเขาคิด 15 RM โอเคครับ ราคาไม่แพงแถมเป็นรถตู้คนใหญ่และใหม่กว่า Taxi เลยไป พอขึ้นรถก็คุยกับเขา 555+ เขาพูดไทยได้นิดหน่อย แถมเขาบอกด้วยว่าเพื่อนเขามาอาศัยอยู่เมืองไทย อยู่โคราช เขาเคยมาเยี่ยมเพื่อนเขาด้วย แถมบอกว่าชอบ ส้มตำ บ้านเรา เป็นไงละแขกยังชอบส้มตำเลย เราก็คุยกับเขาไปเรื่อยจนถึง KL Sentral เขาก็ยกของลงให้ บริการดีครับ แล้วเขาบอกว่าแล้วกลับมาเที่ยวอีกนะ

z43     z44

รูปด้านบน คือ ภายใน KL Sentralสร็จแล้วเราลงไปฝากของครับ ที่ KL Sentral มีที่ฝากของด้วยเป็นแบบตู้คือหยอดเหรียญแล้วได้กุญแจมา กับอีกแบบนึงมีคนรับฝาก เราใช้แบบคนรับฝากนะ กระเป๋าใบนึงคิด 5 RM เราฝากเสร็จไปซื้อตั๋วกะไปรอบ 9 โมงเช้า ปาดดด รถเต็ม 555+ มีรอบ 10.30 น. เราเลยไปรอบนั้น เราเลยไปหาข้าวกินวันนี้เราไปนั่งกิน KFC ครับของ มาเลเซีย อะนะรสชาติต่างจากบ้านเราเลยมีกลิ่นเครื่องเทศมากกว่าของไทย แล้วที่นั้นไม่มี ช้อนซ่อมมีให้ ครับเพราะที่นั้น สโลแกนว่า อร่อยจนต้องดูดนิ้ว คือที่นั้นเขาใช้มือกินเลยครับ 555+ ( จริง ๆ ชอบแบบนี้นะกินง่ายกว่ากันเยอะ )

     พอถึงเวลาครับเราลงไปรอรถไป เกนติ้งมีรถของเกนติ้งมารอแล้ว โหๆๆๆๆ มีแต่คนจีนเพียบเลย สงสัยขึ้นไปเล่น อิอิ เราก็ขึ้นรถไปครับ เกนติ้งเป็นเมืองที่อยู่บนเขาเราต้องขึ้นกระเช้าขึ้นไป ปาดดด ขนาดขึ้นเขาหลายโค้งแต่คนขับแกขับเร็ว สมแล้วที่นั้นมีแข่ง F1 แกคงนึกว่าตัวเองเป็น ชูมัคเกอร์ 555+ แต่ก็ถึงที่หมายครับ แต่เจ้าหนูดีสิ จาอ้วก อิอิ เจอคนขับรถเร็วแต่แกขับฝีมือ รถบัสคันใหญ่แกตีโค้งขึ้นเขาอย่างง่าย ที่นี้เราถึงตีนเขาละเราต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นยัง เกนติ้ง ในตั๋วที่เราขึ้นรถบัสมานะครับ มันจะแบ่งออกเป็นตั๋วรถ กับตั๋วกระเช้า เราก็เอาไปขึ้นได้เลย ขอบอกว่า อากาศเย็นมาก มีหมอกปกคลุม

z45     z46

     และแล้วเราก็ขึ้นไปถึงข้างบนครับ อากาศเย็นมากแต่กำลังพอดีไม่ร้อนไม่หนาวมาก ข้างบนมีร้านอาหารจีนสะมาก แล้วก็คนจีม บึ้มเลยนึกว่าอยู่ มาเก๊า 555+ ที่นี้ดีอย่างคือมีบ่อนให้พ่อแม่เล่นแล้ว ลูกจะเอาไปไหน เลยเปิดสวนสนุกมันสะเลย เรียกเงินได้อีกทาง เด็ก ๆ ก็ไม่เบื่อมีสวนสนุกแถมมีห้าง Pavilion อยู่ข้างในอีก มีโรงหนังแสนจะสบาย ที่นี้เราก็ขึ้นไปครับแต่ดันขึ้นผิดไม่ได้ขึ้นไปทางเข้าสวนสนุกนะ แต่เป็นทางเข้าบ่อนคาสิโน เจ้าหนูดีบอกชอบ ๆ อิอิ สงสัยอยากเล่นมาก 555+ ( เติมไฟเข้าไปเผา ) และแล้วเราก็เดินเข้าสวนสนุก มันจะแบ่งเป็น 2 แบบ แบบ Outdoor กับ Indoor ราคาจะต่างกันครับ จำราคาไม่ได้ แต่ซื้อตั๋วเล่นได้ทุกอย่างถ้าเล่นหมดก็จะคุ้มมาก ๆ ครับ เราเล่นแต่ Indoor ครับเพราะ ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าแล้วยังไม่ได้กินข้าว เลยหาข้าวกิน ก่อนเพราะเราต้องลงไปรถรอบ บ่าย 3 โมงครึ่งเพราะวันนี้เราต้องเดินทางไปกลับด้วยต้องเพื่อเวลาไว้ กลัวตกเครื่อง กินข้าวเสร็จเราก็นั่งรถไฟลอยฟ้า เพื่อดู บรรยากาศสวนสนุกทั้ง Indoor และ Outdoor กันเวลาที่เหลือก็ถ่ายรูป กันอีกนิดหน่อย พอดีตอนเราจะออกมีโทรศัพท์ดังขึ้นที่ไหน ได้ครับ ตี๋โทรมาบอกอยู่ เกนติ้งเหมือน กันแต่เขาตื่นสายเลยมาช้า เขาก็เลยบอกว่าเดียวเขาเดินเล่นแล้วเขาจองรถลงไปตอน 5 โมงเย็น เราก็บอกงั้นเดียวไปเจอกันที่ Airport ผมกับเจ้าหนูดี ก็ออกมาขึ้นกระเช้าลงไปยังสถานีท่ารถครับ ปาดดดด ขากลับครับ คนเดิมครับพี่น้อง 555+ เจ้าหนูดีบอกงานนี้มีเมารถ แต่รับรองได้ว่าถึง KL ภายใน 1 ชม.

z47     z48

     รูปซ้ายคือท่ารถบนเกนติ้ง ที่รอรถกลับ KL แล้วก็รถมาจาก KL ก็มาจอดที่นี้ รูปขวา คนเราจะเอา เคโรโระแต่ไม่มีตังค์กด พยายามจาบิดให้มันออกมาให้ได้ อิอิ พอเราลงมาถึง KL เราก็ไปเอาของครับเตรียมตัวไปยัง Airport แต่เห็นเวลาเหลือเลยไปเดินเล่นที่ บูกิตบินตัง สักแปป แล้วเราก็ใช้เวลาเดิน ชม. นึงพร้อมแลกตังค์กลับเมืองไทย แล้วเราก็มาขึ้นรถกลับไปยัง Airport ที่ KL Sentral ด้วยรถ Sku Bus ของสายการบิน Air Asia ซึ่งเราจองไว้แล้วครับ พอดีเจอตี๋ ลงมาพอดีแต่เข้าขึ้น Aero Bus ไปสนามบิน ก็ไปเจอกันที่โน้นละกัน แล้วก็เป็นเวลา 6 โมงเย็น กว่า ๆ เราก็ถึง LCCT หรือสนามบิน แล้วตี๋กับกุ้งเขาถึงก่อนทำการ Check in ละผมกับเจ้าหนูดีก็ตามไป Check in แล้วก็หาอะไรกินก่อนขึ้นเครื่องครับ เพราะ เครื่องออก 2 ทุ่มครึ่ง เราก็กินร้านอาหารของ คนมาเลเซีย เป็นไก่ ต้มอะไรแบบนี้ก็เข้าไปยัง ที่นั่งรอผู้โดยสารรอดูว่าจะขึ้น Gate ไหนรอไปรอมา ปาดดด เครื่อง ดีเลย์แม่เจ้ากว่าจาขึ้นเครื่อง 3 ทุ่มครึ่ง แล้วเราก็ขึ้นเครื่องเที่ยวนี้กัปตันเป็นคนไทยพูดภาษาไทยด้วยเลยเข้าใจบ้าง อิอิ และ เวลา 4 ทุ่มกว่าเวลาในเมืองไทย เราก็ถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เราก็ทำการ Check out แล้วออกจากสนามบินทำการกลับบ้านเที่ยวนี้มีคนหารค่า รถด้วยพอดีกุ้งกับตี๋ บ้านอยู่ใกล้กับเราอะไรจะดีเช่นนี้ ได้เพื่อนใหม่แถมบ้านใกล้กันอีก และแล้วการเดินทาง ทริปนี้ก็จบลง ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ

 

Comments

comments

Airzus : Teera Dejdamrong

Director M Y D E S I G N - C L U B . N E T . Webmaster Mydesign-club.net . Admin Facebook Fanpage M Y D E S I G N - C L U B . ( マイデザイン・クラブ )

You may also like...

1 Response

  1. jibkajib พูดว่า:

    สุดยอด

    ฮามากมายทริปนี้อ่ะ

    หุหุ

    พี่ทีท่านเขียนได้ฮามาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น